Tesla รายงานรายได้และยอดส่งมอบรถยนต์ดีกว่าคาด แต่คุณภาพกำไรยังอ่อนแอจากราคาขายเฉลี่ยและมาร์จิ้นที่ลดลง ขณะที่ CAPEX ขนาดใหญ่กดดันกระแสเงินสด โดยทิศทางมูลค่าหุ้นในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการเปลี่ยน Robotaxi, FSD, Optimus และโครงสร้างพื้นฐาน AI จากโครงการที่ยังอยู่ในช่วงลงทุนให้เป็นรายได้ กำไร และกระแสเงินสดที่เกิดขึ้นจริง
Tesla 2Q26: รายได้ดีกว่าคาดแต่กำไรอ่อนแอและการลงทุนยังกดดัน FCF

Tesla 2Q26: รายได้ดีกว่าคาด แต่กำไรอ่อนแอ ขณะที่วงจรลงทุนและการเปิดตัวสินค้าใหม่ยังกดดันกระแสเงินสด
1) ผลประกอบการ: รายได้ดีกว่าคาด แต่กำไรและมาร์จิ้นต่ำกว่าคาดมาก
รายการ | ผลประกอบการ 2Q26 | เติบโต YoY | เติบโต QoQ | เทียบคาดการณ์ | ประเมิน |
|---|---|---|---|---|---|
รายได้รวม | $28.24 พันล้าน | +26% | +26% | สูงกว่าคาด $26.32 พันล้านราว 7.3% | ดีกว่าคาด |
รายได้ยานยนต์ | $20.52 พันล้าน | +23% | — | สูงกว่าคาด $18.68 พันล้านราว 9.8% | ดีกว่าคาด |
รายได้พลังงานและระบบกักเก็บพลังงาน | $3.14 พันล้าน | +13% | — | ต่ำกว่าคาด $3.77 พันล้านราว 16.7% | ต่ำกว่าคาด |
รายได้บริการและอื่นๆ | $4.58 พันล้าน | +50% | — | สูงกว่าคาด $3.72 พันล้านราว 23.1% | ดีกว่าคาด |
กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว | $0.33 | ลดลงจาก $0.40 | — | ต่ำกว่าคาด $0.51 ราว 35% | แย่กว่าคาด |
กำไรจากการดำเนินงาน | $398 ล้าน | -57% | — | ต่ำกว่าคาด $1.39 พันล้านราว 71% | แย่กว่าคาดมาก |
อัตรากำไรขั้นต้นรวม | 16.8% | ลดจาก 17.2% | ลดจาก 21.1% | ต่ำกว่าคาด 19.4% ราว 2.6 จุด | แย่กว่าคาด |
อัตรากำไรขั้นต้นยานยนต์ไม่รวมเครดิต | 16.3% | — | ลดจาก 19.2% | ต่ำกว่าคาดราว 18.5% | แย่กว่าคาด |
กระแสเงินสดอิสระ | ติดลบ $1.09 พันล้าน | จากบวก $146 ล้าน | จากบวก $1.44 พันล้าน | ดีกว่าคาดที่ติดลบ $3.64 พันล้าน | ดีกว่าคาด แต่กลับมาติดลบ |
เงินลงทุน | $5.79 พันล้าน | +142% | เพิ่มขึ้น $3.3 พันล้าน | ต่ำกว่าคาด $6.59 พันล้านราว 12% | ต่ำกว่าคาด |
สมาชิก FSD ที่ใช้งานอยู่ | 1.48 ล้านราย | +56% | +16% | สูงกว่าคาด 1.40 ล้านราย | ดีกว่าคาด |
โดยรวม รายได้ดีกว่าคาดจากยอดส่งมอบรถยนต์ที่แข็งแรง แต่คุณภาพกำไรอ่อนแอกว่าคาดอย่างชัดเจน เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลง รายได้เครดิตด้านสิ่งแวดล้อมหดตัว ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 47% และต้นทุนของโครงการ AI หุ่นยนต์ และสินค้าใหม่เริ่มกดดันผลประกอบการ
2) แรงหนุนสำคัญ: ปริมาณขาย FSD และธุรกิจบริการ
- Tesla ส่งมอบรถยนต์ 480,126 คัน เพิ่มขึ้นประมาณ 25% YoY และสูงกว่าคาด โดยได้แรงหนุนจากยอดขายในยุโรป เอเชีย และตลาดใหม่หลายประเทศ ส่งผลให้รายได้ยานยนต์เพิ่มขึ้น 23% และยอดค้างส่งมอบรถยนต์สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 อย่างไรก็ดี การเติบโตด้านปริมาณมาพร้อมกับการลดราคาและส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่มีราคาต่ำลง จึงไม่สามารถเปลี่ยนเป็นกำไรได้เต็มที่
- จำนวนสมาชิก FSD เพิ่มขึ้น 56% YoY และ 16% QoQ เป็น 1.48 ล้านราย โดยกว่า 55% ของรถยนต์ที่ส่งมอบในอเมริกาเหนือเปิดใช้งาน FSD ณ เวลาส่งมอบ สะท้อนว่าซอฟต์แวร์เริ่มเป็นปัจจัยสนับสนุนการตัดสินใจซื้อรถยนต์และมีศักยภาพสร้างรายได้ประจำมากขึ้น
- รายได้บริการและอื่นๆ เพิ่มขึ้น 50% เป็น $4.58 พันล้าน และอัตรากำไรขยายจาก 9.2% เป็น 14.1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ได้แรงหนุนจากธุรกิจรถยนต์มือสอง สถานีชาร์จ ศูนย์บริการ ประกันภัย และจำนวนรถยนต์ที่ใช้งานอยู่เพิ่มขึ้น
3) CAPEX กดดัน FCF: วงจรลงทุนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
- Tesla ใช้เงินลงทุน $5.79 พันล้านใน 2Q26 เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากปีก่อนและเพิ่มขึ้น $3.3 พันล้าน QoQ ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระกลับมาติดลบ $1.09 พันล้านเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 2 ปี แม้ตัวเลขดังกล่าวจะดีกว่าตลาดคาดว่าจะติดลบ $3.64 พันล้าน
- บริษัทคงเป้าเงินลงทุนปี 2026 มากกว่า $25 พันล้าน และระบุว่า CAPEX จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 2–3 ปี เพื่อรองรับ Robotaxi, Optimus, Cybercab, Tesla Semi, Megapack 3, โรงงานชิป Terafab, กำลังประมวลผล AI โรงงานแบตเตอรี่ และกำลังผลิตพลังงานแสงอาทิตย์
- อย่างไรก็ดี Tesla ใช้เงินลงทุนเพียงราว $8.3 พันล้านในครึ่งปีแรก จึงต้องเร่งการลงทุนอย่างมากในครึ่งปีหลังเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งปี การเร่งลงทุนดังกล่าวมีแนวโน้มกดดัน FCF ต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มผลิต และต้นทุนวิจัยและพัฒนาในระยะถัดไป
- ประเด็นสำคัญคือ Tesla ยังไม่มีรายได้ขนาดใหญ่จาก Robotaxi, Optimus หรือ Cybercab มาชดเชยการลงทุน ดังนั้น CAPEX ปัจจุบันจึงมีลักษณะเป็นการลงทุนล่วงหน้าที่ต้องอาศัยความสำเร็จด้านเทคโนโลยี การผลิต และกฎระเบียบในอนาคต แตกต่างจากธุรกิจรถยนต์หลักที่มีรายได้รองรับอยู่แล้ว
4) แผนการเปิดตัวและเพิ่มกำลังผลิตสินค้าใหม่
ผลิตภัณฑ์/โครงการ | สถานะล่าสุด | กำหนดการหรือทิศทาง | ประเด็นที่ต้องติดตาม |
|---|---|---|---|
Cybercab | เริ่มผลิตแล้วใน 2Q26 | จะเพิ่มจำนวนรถตามความพร้อมของระบบขับขี่และข้อมูลเฉพาะตัวรถ | ยังต้องสะสมระยะทางและพิสูจน์ความปลอดภัยก่อนขยายฝูงรถ |
Robotaxi | ให้บริการในหลายเมืองของเทกซัสและฟลอริดา | บริษัทคาดว่าจำนวนไมล์ไร้คนขับจะเพิ่มขึ้นในอัตราสองหลักรายสัปดาห์ | จำนวนรถยังต่ำ พื้นที่ให้บริการจำกัด และการขยายยังขึ้นกับกฎระเบียบแต่ละรัฐ |
Optimus | กำลังติดตั้งสายการผลิตรุ่นแรกที่ Fremont | คาดเริ่มผลิตรุ่นแรกภายในปี 2026 | การเพิ่มกำลังผลิตช่วงแรกจะช้า เพราะชิ้นส่วนใหม่และยังไม่มีห่วงโซ่อุปทานที่สมบูรณ์ |
Tesla Semi | เริ่มเข้าสู่ขั้นผลิตและปรับสายการผลิต | ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตหลังโรงงานพร้อม | ความพร้อมของแบตเตอรี่และชิ้นส่วนยังเป็นข้อจำกัด |
Megapack 3 และ Megablock | อยู่ระหว่างเตรียมเริ่มผลิต | คาดเริ่มผลิตภายในปี 2026 | อุปสงค์แข็งแรง แต่การแข่งขันและต้นทุนรับประกันกดดันมาร์จิ้น |
Terafab | อยู่ระหว่างสั่งซื้ออุปกรณ์และเตรียมประกาศสถานที่ | เป็นโครงการระยะยาวสำหรับชิป AI หน่วยความจำ และบรรจุภัณฑ์ | ใช้เงินลงทุนสูง มีความซับซ้อนด้านเทคโนโลยีและจังหวะเปิดดำเนินงาน |
AI5/AI6 | อยู่ระหว่างพัฒนา | AI5 มีเป้าหมายเข้าสู่การผลิตปริมาณมากราวกลางปี 2027 | ต้องพึ่งพากำลังผลิตจาก TSMC, Samsung และผู้ผลิตหน่วยความจำ |
พลังงานแสงอาทิตย์ | เตรียมขยายการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงแผงโซลาร์ | มุ่งสร้างฐานการผลิตขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ | ต้องติดตามขนาดการลงทุน ต้นทุน และความสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตจีน |
ภาพรวมแผนสินค้าใหม่สะท้อนว่า Tesla กำลังลงทุนพร้อมกันในหลายโครงการ แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการผลิตหรือการทดสอบเชิงพาณิชย์ การเปิดตัวจึงอาจไม่เปลี่ยนเป็นรายได้และกำไรอย่างมีนัยสำคัญในทันที โดยเฉพาะ Optimus และ Robotaxi ซึ่งยังต้องพิสูจน์ทั้งความน่าเชื่อถือ ต้นทุนต่อหน่วย และความสามารถในการเพิ่มกำลังผลิต
5) แนวโน้ม: รายได้มีแรงหนุน แต่กำไรยังถูกกดดัน
- แนวโน้มรายได้รถยนต์ยังได้รับแรงสนับสนุนจากยอดค้างส่งมอบสูง การฟื้นตัวในตลาดต่างประเทศ และ FSD ที่ช่วยเพิ่มความต้องการซื้อรถยนต์ อย่างไรก็ดี การเติบโตอาจถูกจำกัดจากกำลังผลิตแบตเตอรี่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ต้นทุนวัตถุดิบ และการสิ้นสุดเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า $7,500 ในสหรัฐฯ
- ด้านกำไร แนวโน้มยังอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาด เนื่องจาก Tesla ต้องรักษาราคาขายให้อยู่ในระดับแข่งขันได้ ขณะที่รายได้เครดิตด้านสิ่งแวดล้อมลดลง ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น และต้นทุนก่อนเริ่มผลิตสินค้าใหม่จะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
- ธุรกิจพลังงานมีแนวโน้มเติบโตตามความต้องการ Megapack สำหรับศูนย์ข้อมูล AI และการรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า แต่บริษัทคาดว่าอัตรากำไรระยะยาวจะอยู่เพียงระดับ 20% ต้นถึงกลาง ต่ำกว่า 39.5% ใน 1Q26 สะท้อนผลประโยชน์พิเศษที่ไม่เกิดซ้ำและการแข่งขันด้านราคาที่เพิ่มขึ้น
6) ประเด็นสำคัญจาก Earnings Call
- Elon Musk ระบุว่าปี 2026 เป็นปีแห่งการลงทุนขนาดใหญ่ และบริษัทต้องการใช้เงินลงทุนให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้โดยไม่สิ้นเปลืองมากเกินไป พร้อมเชื่อว่าการลงทุนใน Robotaxi, Optimus, AI Compute, Terafab และระบบพลังงานจะสร้างผลตอบแทนสูงในระยะยาว
- สำหรับ Robotaxi ฝ่ายบริหารระบุว่าระบบมีระยะทางขับขี่แบบไร้ผู้ควบคุมมากกว่า 380,000 ไมล์ และไม่มีเหตุการณ์สำคัญ แต่ข้อจำกัดในการขยายบริการอยู่ที่การเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย การสะสมข้อมูลของ Cybercab และข้อกำหนดที่แตกต่างกันในแต่ละเมืองและรัฐ
- สำหรับ Optimus ฝ่ายบริหารยอมรับว่าเป็นสินค้าที่เพิ่มกำลังผลิตยากที่สุดของ Tesla เนื่องจากชิ้นส่วนจำนวนมากต้องพัฒนาใหม่และไม่มีห่วงโซ่อุปทานเดิมรองรับ การผลิตรุ่นแรกจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นช้า ก่อนขยายตัวตามรูปแบบเส้นโค้งการผลิตในระยะถัดไป
- ด้านชิปและห่วงโซ่อุปทาน Tesla ระบุว่าได้รับการจัดสรรหน่วยความจำในปริมาณมากจาก Micron และได้รับการสนับสนุนกำลังผลิตจาก Samsung และ TSMC แต่ความตึงตัวของชิปและหน่วยความจำยังเป็นข้อจำกัดต่อการขยาย Optimus, Robotaxi และ AI Compute
7) ความเสี่ยง
- ความเสี่ยงหลักคือยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นยังต้องแลกกับราคาขายเฉลี่ยและอัตรากำไรที่ลดลง โดยอัตรากำไรยานยนต์ไม่รวมเครดิตอยู่ที่ 16.3% ขณะที่รายได้เครดิตด้านสิ่งแวดล้อมลดลงเกือบ 67% เหลือ $146 ล้าน ทำให้กำไรจากธุรกิจรถยนต์มีความเปราะบางมากขึ้น
- วงจร CAPEX ขนาดใหญ่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อกระแสเงินสด เนื่องจากบริษัทลงทุนในหลายโครงการพร้อมกัน ขณะที่ Robotaxi, Optimus และ Cybercab ยังไม่สร้างรายได้ในระดับที่เพียงพอ หากกำหนดการผลิตหรือการอนุมัติล่าช้า ระยะเวลาคืนทุนอาจยาวกว่าคาด
- นอกจากนี้ Tesla เผชิญการแข่งขันด้านราคาจากผู้ผลิตรถยนต์จีน ความเสี่ยงจากการลดเงินสนับสนุน EV ต้นทุนวัตถุดิบและดอกเบี้ย รวมถึงประวัติการเลื่อนกำหนดการของผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งอาจลดความเชื่อมั่นต่อเป้าหมายของฝ่ายบริหาร
8) มุมมอง InnovestX
- เรามองผลประกอบการครั้งนี้เป็นลบต่อ Tesla เนื่องจากแม้รายได้และยอดส่งมอบรถยนต์ดีกว่าคาด แต่การเติบโตมาพร้อมกับราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง อัตรากำไรต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 47% ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นและกำไรจากการดำเนินงานต่ำกว่าคาดมาก สะท้อนว่าธุรกิจ EV หลักยังเผชิญแรงกดดันด้านราคาและความสามารถทำกำไร
- อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญต่อการประเมิน TSLA ในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ธุรกิจ EV เพียงอย่างเดียว เนื่องจากมูลค่าหุ้นขึ้นอยู่กับความคาดหวังต่อธุรกิจใหม่ ได้แก่ Robotaxi, FSD, Optimus, Cybercab และโครงสร้างพื้นฐาน AI มากขึ้น การลงทุนในหุ้นจึงเปลี่ยนจากการพิจารณายอดขายรถยนต์และมาร์จิ้น ไปสู่การประเมินว่า Tesla สามารถเปลี่ยนโครงการเหล่านี้ให้เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้และกระแสเงินสดได้จริงหรือไม่
- ในระยะสั้น การลงทุนขนาดใหญ่ยังเป็นภาระต่อกระแสเงินสดมากกว่าเป็นแหล่งรายได้ ขณะที่หลายโครงการยังมีความเสี่ยงด้านกำหนดการ ความปลอดภัย การเพิ่มกำลังผลิต และกฎระเบียบ เราจึงยังไม่แนะนำเพิ่มน้ำหนัก TSLA เนื่องจากราคาหุ้นสะท้อนความสำเร็จของธุรกิจใหม่ไว้สูงแล้ว กลยุทธ์ควรรอหลักฐานที่ชัดเจนจากการขยายจำนวน Robotaxi รายได้ FSD การผลิต Optimus เชิงพาณิชย์ และเส้นทางสู่การทำกำไรของธุรกิจ AI และหุ่นยนต์ มากกว่ารอเพียงการฟื้นตัวของยอดขาย
9) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนและงบของ TSLA
ผลประกอบการของ Tesla ให้ภาพ Read-across แบบผสม โดยยอดส่งมอบและสมาชิก FSD ที่แข็งแรงเป็นบวกต่อห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าและชิป AI แต่กำไรและมาร์จิ้นที่ต่ำกว่าคาดสะท้อนว่าการเพิ่มปริมาณขายยังต้องแลกกับการลดราคา ขณะที่การลงทุนใน Robotaxi, Optimus, โรงงานชิป และระบบพลังงานจะหนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนในระยะกลาง แต่ยังมีความเสี่ยงด้านจังหวะการรับรู้รายได้
กลุ่ม/หุ้น | Read-across | เหตุผล |
|---|---|---|
ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ: MU, SK Hynix, Samsung Electronics | บวก | Tesla ระบุว่าได้รับการจัดสรรหน่วยความจำระยะยาวจาก Micron และยังต้องใช้ชิปเพิ่มสำหรับ AI, Robotaxi และ Optimus |
โรงหล่อชิป: TSMC, Samsung Electronics, INTC | บวก | การพัฒนา AI4, AI5, AI6 และโครงการ Terafab สนับสนุนความต้องการกำลังผลิตชิปขั้นสูงและบรรจุภัณฑ์ |
ผู้ผลิตอุปกรณ์ชิป | บวกในระยะกลาง | การสร้างโรงงานชิปและขยายกำลังผลิตภายในสหรัฐฯ เพิ่มโอกาสคำสั่งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต |
แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน | บวกต่อปริมาณ แต่ผสมต่อมาร์จิ้น | ความต้องการ Megapack จากศูนย์ข้อมูล AI แข็งแรง แต่การแข่งขันด้านราคาและค่าใช้จ่ายรับประกันสินค้ากดดันความสามารถทำกำไร |
ผู้ผลิตวัตถุดิบแบตเตอรี่ | บวกจำกัด | Tesla ขยายกำลังผลิตแบตเตอรี่ ลิเทียม และวัสดุแคโทด แต่การเพิ่มการผลิตภายในอาจลดการพึ่งพาผู้ขายภายนอกบางส่วน |
หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ | บวกเชิงธีม | การติดตั้งสายการผลิต Optimus และการสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่หนุนอุปสงค์มอเตอร์ ตัวขับเคลื่อน เซ็นเซอร์ และชิ้นส่วนเฉพาะทาง |
ผู้ให้บริการเรียกรถ: UBER, LYFT | ลบในระยะยาว แต่จำกัดระยะสั้น | Robotaxi ของ Tesla อาจเพิ่มการแข่งขันในอนาคต แต่การขยายฝูงรถยังช้าและยังไม่สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ |
ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่น | ผสมถึงลบ | การเติบโตของยอดขาย Tesla สนับสนุนภาพรวมอุปสงค์ EV แต่การลดราคาเพิ่มแรงกดดันต่อการแข่งขันและมาร์จิ้นทั้งอุตสาหกรรม |
ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบศูนย์ข้อมูล | บวก | การลงทุน AI Compute, โรงงาน และระบบพลังงานเพิ่มความต้องการระบบไฟฟ้า ระบบสำรองไฟ และโครงสร้างพื้นฐาน |
Tesla | ลบต่อกำไรระยะสั้น | รายได้ดีกว่าคาด แต่กำไร มาร์จิ้น และกระแสเงินสดอ่อนแอ ขณะที่ผลตอบแทนจาก Robotaxi และ Optimus ยังต้องใช้เวลา |
ภาพรวมของ Tesla เป็นบวกต่อผู้ผลิตชิป หน่วยความจำ ระบบกักเก็บพลังงาน และห่วงโซ่อุปทานหุ่นยนต์ แต่ผลบวกยังขึ้นอยู่กับการเร่ง CAPEX และการขยายกำลังผลิตจริง ขณะที่สำหรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ภาพยังเป็นลบต่อมาร์จิ้นจากการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนการลงทุนที่สูงขึ้น
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

