Café Invest
Research

กลุ่มสาธารณูปโภค – แผน PDP2026 ฉบับใหม่มีความชัดเจนมากขึ้น

กลุ่มสาธารณูปโภค – แผน PDP2026 ฉบับใหม่มีความชัดเจนมากขึ้น

ร่างแผน PDP2026 มีการกำหนดโรดแมปที่ชัดเจน โดยตั้งเป้าสัดส่วนพลังงานสะอาดอย่างน้อย 65% และกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 200,000MW ภายในปี 2050 ซึ่งถือเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญต่อการ re-rating หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคไทยก่อนที่จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นและการเปิดประมูลในปี 2027 ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง GULF และ GPSC มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งและศักยภาพการลงทุนสูง พร้อมรองรับการขยายกำลังการผลิตขนาดใหญ่ ขณะที่ GUNKUL ซึ่งเป็นผู้เล่นขนาดกลาง มีโอกาสได้รับรายได้จากงาน EPC ที่มีความชัดเจนสูงจากการปรับปรุงและพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า โดย GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม และ GUNKUL เป็น wildcard play เราคาดว่าราคาหุ้นจะยังคงปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่องโดยได้รับแรงหนุนจาก upside ของ data center และแผน PDP2026 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรในระยะกลางถึงระยะยาว

แผน PDP2026 ฉบับใหม่มีความชัดเจนมากขึ้น นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ยืนยันว่าร่างแผน PDP2026 ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยมีกำหนดเปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 8 ก.ย. และคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายในสิ้นปี 2026 ขณะที่การเปิดประมูลรอบแรกคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027 ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญสำหรับกลุ่มสาธารณูปโภคไทยจากโอกาสในการคว้าโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำได้มากขึ้น ร่างแผน PDP2026 ฉบับใหม่มีการกำหนดโรดแมปที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็นอย่างน้อย 65% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด และปลดล็อกเพดาน Direct PPA จากเดิมที่จำกัดไว้ที่ 2,000MW สำหรับภาคอุตสาหกรรมและ data center

ความเพียงพอของเงินทุนและศักยภาพการลงทุนของกลุ่มสาธารณูปโภค ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้ารายใหญ่มีความพร้อมด้านฐานะการเงินและศักยภาพการลงทุนสูงเพื่อรองรับโอกาสเติบโตจากแผน PDP2026 นำโดย GULF ซึ่งมีศักยภาพลงทุนเพิ่มเติมราว 240,000-290,000 ลบ. ภายใต้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน ที่ 1.0 เท่า และ GPSC ซึ่งมีศักยภาพลงทุนเพิ่มเติมราว 95,000-114,000 ลบ. ภายใต้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ 0.8 เท่า ในขณะเดียวกันผู้เล่นขนาดกลางอย่าง GUNKUL ยังคงมีความสามารถในการจัดหาเงินทุนที่ยืดหยุ่นที่ 39,000-44,000 ลบ. ในขณะที่ BGRIM มีข้อจำกัดทางการเงินมากกว่า เนื่องจากมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนในระดับสูงที่ 2.1 เท่า ทำให้มีศักยภาพลงทุนเพิ่มเติมเพียง 23,000-28,000 ลบ.

บริษัทสาธารณูปโภคภายใต้การวิเคราะห์ของเรามีการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับแผน PDP2026 ผ่านโมเดลการขยายธุรกิจที่สอดคล้องกับจุดแข็งและฐานะทางการเงินของแต่ละบริษัท GULF และ GPSC ใช้ประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำและงบดุลที่แข็งแกร่งเพื่อรุกขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ขนาดใหญ่ ขณะที่ BGRIM และ GUNKUL มุ่งเน้นการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานสะอาดแบบครบวงจร ด้าน BCPG เดินหน้าหมุนเวียนเงินทุนผ่านการขายสินทรัพย์ เพื่อนำเงินไปลงทุนต่อในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ส่วน CKP มีการเปลี่ยนโฟกัสไปที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่และการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับในประเทศลาว

กลยุทธ์และคำแนะนำ ในระยะสั้น เรามองว่าแผน PDP2026 จะเป็นปัจจัยกระตุ้นการ re-rating หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค โดยอ้างอิงจากสถิติในอดีตที่หุ้นกลุ่มนี้มักให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดภายหลังการประกาศแผน PDP ขณะที่อัพไซด์ระยะยาวจากการประมูลโครงการตามแผน PDP2026 ยังคงถูกมองข้าม GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เนื่องจากมีความสามารถในการเข้าชิงส่วนแบ่งตลาดในโครงการขยายกำลังการผลิตขนาดใหญ่ตามที่ระบุไว้ในแผน PDP2026 ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงิน นอกจากนี้ เรายังคงเลือก GUNKUL เป็นหุ้น wildcard pick จากโอกาสในการได้รับรายได้จากงาน EPC ที่มีความชัดเจนสูงจากโครงการพัฒนาโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าของประเทศและการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนภายใต้แผน PDP2026 ส่วนหุ้นเด่นรองลงมาจะเป็น GPSC และ BGRIM แม้ว่าธุรกิจ SPP ของทั้งสองบริษัทจะได้รับผลกระทบในระยะสั้นจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น แต่ทั้งสองบริษัทยังมีอัพไซด์ของกำไรในระยะกลางถึงระยะยาวจากแผน PDP2026 ฉบับใหม่ที่กำลังจะออกมา

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ต้นทุนก๊าซสูงกว่าคาด ปัจจัยเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล การบริหารจัดการพลังงาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง และผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียง

Clearer picture on the new PDP2026

The draft PDP2026 establishes a clear roadmap targeting at least 65% clean energy and 200,000MW total capacity by 2050, serving as a key re-rating catalyst for Thai utilities ahead of public hearings and 2027 bidding rounds. Large-cap players like GULF and GPSC enter with robust balance sheets and massive investment capacity to capture large-scale expansions, while mid-cap GUNKUL is positioned to secure high-visibility EPC revenues from grid modernization. GULF remains our sector top pick and GUNKUL is our wildcard play. We expect robust share price performance to continue, fueled by further data center upsides, and PDP2026 that will boost earnings momentum for medium to long-term prospect.

Clearer picture on the new PDP2026. Energy Minister Akanat Promphan and EPPO Director Watthanaphong Kurowat confirmed the draft PDP 2026 is almost finalised, for which a public hearing is scheduled for 8 September, with NEPC approval targeted by end-2026 and first bid rounds expected in 2027 as a major catalyst for Thai utilities to have more new low-risk domestic capacity. The new PDP2026 draft offers a much clearer roadmap that lifts clean energy to at least 65% of generation and removes the 2,000MW cap on direct PPAs for industrial users and data centers.

Utilities sector capital adequacy and CAPEX potential. Large-cap utilities enter PDP2026 with robust balance sheets and massive investment capacity, led by GULF's substantial Bt240bn to Bt290bn CAPEX headroom at a 1.0x net D/E and GPSC's Bt95bn to Bt114bn headroom at 0.8x net D/E. Meanwhile, mid-cap player GUNKUL retains flexible funding capacity of Bt39bn to Bt44bn, whereas BGRIM faces tighter financial constraints with a restricted CAPEX potential of Bt23bn to Bt28bn due to its elevated 2.1x net D/E.

Thai utilities in our coverage are strategically positioning themselves for PDP2026 through tailored expansion models that match their core competencies and financial strengths. GULF and GPSC are leveraging low financing costs and strong balance sheets to aggressively target large-scale renewable and CCGT expansions, while BGRIM and GUNKUL focus heavily on solar, wind, and integrated clean energy value chains. Concurrently, BCPG is actively recycling capital through asset divestments to fund renewable growth, and CKP is shifting its focus to large-scale greenfield hydropower and pumped storage developments in Laos.

Action and recommendation. The short term is viewed as a re-rating catalyst driven by historical outperformance following PDP announcements, while long-term award upside from PDP2026 remains overlooked. GULF remains our top pick, with aggressively capture market share in the massive capacity expansions outlined in PDP2026 without straining its balance sheet. GUNKUL remained our wildcard pick to capture high-visibility EPC revenues from national grid modernization and renewable energy expansions along with upcoming PDP2026. Second-choice picks are GPSC and BGRIM, despite both SPP operations will face a short-term hit on the higher gas cost but both stocks offer medium to long-term earnings upside from the upcoming new PDP2026.

Key risks: Higher than expected gas cost. Key ESG risks are the environmental impact from exposure to fossil fuels, energy management, high greenhouse gas emissions and nearby community impact.

Download EN version click >> UTILITIES260827_E.pdf