Berkshire Hathaway ปรับพอร์ต Q2 2026 โดยมีจุดเด่นคือ เพิ่ม Alphabet ครั้งใหญ่ทั้ง GOOGL และ GOOG จนเมื่อนับรวมกันมีน้ำหนักราว 12.6% ของพอร์ต และขึ้นเป็นหนึ่งในหุ้นหลักของ Berkshire ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีนับจากเริ่มสะสม จุดที่มีนัยสำคัญคือหุ้นส่วนใหญ่ที่ซื้อเพิ่มมาจาก Private Placement ซึ่งทำให้ Berkshire ได้หุ้นในราคาต่ำกว่าตลาดบางส่วน สะท้อนแนวทางที่เน้นรอจังหวะและระดับราคาที่เหมาะสม มากกว่าการไล่ซื้อหุ้นที่กำลังเป็นกระแส
ขณะเดียวกัน Berkshire ยังเพิ่ม Delta Air Lines และทยอยลด Bank of America กับ Kroger ขณะที่หุ้นหลักอย่าง Apple, American Express และ Coca-Cola แทบไม่เปลี่ยนจำนวนหุ้น ภาพรวมจึงสะท้อนว่า พอร์ตไม่ได้ถูกปรับใหม่ทั้งโครงสร้าง แต่เป็นการเพิ่มน้ำหนักเฉพาะบริษัทที่มองว่ามีคุณภาพสูง กระแสเงินสดแข็งแรง และยังมีโอกาสเติบโตระยะยาว
ซื้อ Alphabet เพิ่มเกือบเท่าตัว และวิธีที่ซื้อบอกอะไรมากกว่าตัวหุ้น
การปรับพอร์ต Berkshire Hathaway ใน Q2 2026 คือ การเพิ่ม Alphabet ครั้งใหญ่ทั้งสอง Class โดย GOOGL เพิ่มประมาณ 24.54 ล้านหุ้น และ GOOG เพิ่มอีกประมาณ 23.60 ล้านหุ้น
เมื่อนับรวมกัน Alphabet มีน้ำหนักประมาณ 12.6% ของพอร์ต มูลค่าราว 3.78 หมื่นล้านดอลลาร์ และขึ้นเป็นการลงทุนใหญ่อันดับ 3 ของ Berkshire ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีนับจากเริ่มสะสมใน Q3 2025
จุดที่น่าสนใจกว่าตัวเลข คือที่มาของหุ้นเกือบ 60% ที่ซื้อเพิ่มในไตรมาสนี้ ซึ่งไม่ได้มาจากการไล่ซื้อในตลาด แต่มาจากการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ Alphabet จัดสรรให้ Berkshire ในการระดมทุนก้อนใหญ่ราว 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อต้นเดือนมิถุนายน เพื่อนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ราคาที่ Berkshire ได้รับอยู่ที่ 351.81 ดอลลาร์ต่อหุ้นสำหรับหุ้นคลาส A ขณะที่ราคาปิดในวันกำหนดราคาอยู่ที่ 358.99 ดอลลาร์ และก่อนประกาศระดมทุนราคายังยืนที่ 380.34 ดอลลาร์ เท่ากับได้ส่วนลดราว 2% จากราคาตลาดวันนั้น และราว 7.5% จากราคาก่อนดีล กล่าวคือ Berkshire ไม่ได้ไล่ราคา แต่รอจังหวะที่ Alphabet ต้องการเงินก้อนใหญ่ในเวลาอันสั้น แล้วขอส่วนลดเป็นค่าตอบแทนของความรวดเร็วนั้น
การลงทุนครั้งนี้จึงอาจสะท้อนว่า Berkshire มองเห็นบริษัทที่มีทั้ง ธุรกิจหลักที่แข็งแกร่งจากธุรกิจ Search, YouTube, Cloud และ AI ของ Google ประกอบกับโอกาสเติบโตระยะใหม่ผ่าน AI อยู่ในบริษัทเดียวกัน มากกว่าจะเป็นการลงทุนตามธีม AI เท่านั้น
พอร์ตส่วนอื่นเปลี่ยนมากแค่ไหน?
Berkshire ยังเพิ่ม Delta Air Lines ประมาณ 17.51 ล้านหุ้น ต่อเนื่องจากการเริ่มลงทุนในไตรมาสก่อน ขณะที่ฝั่งลดน้ำหนักยังคงทยอยลด Bank of America และ Kroger
อย่างไรก็ตาม หุ้นหลักอย่าง Apple, American Express และ Coca-Cola แทบไม่เปลี่ยนจำนวนหุ้น สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงในไตรมาสนี้เกิดขึ้นเฉพาะบาง Position มากกว่าการปรับโครงสร้างพอร์ตทั้งหมด
การเพิ่ม Alphabet ครั้งนี้บอกอะไรเกี่ยวกับวิธีคิดของ Berkshire?
แม้ Greg Abel จะเข้ารับตำแหน่ง CEO เมื่อต้นปี 2026 ข้อมูลเท่าที่มีชี้ไปทางความต่อเนื่องในการบริหารงาน เนื่องจาก Berkshire เริ่มสะสม Alphabet ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2025 ซึ่งเป็นช่วงที่ Warren Buffett ยังดำรงตำแหน่ง CEO และ Buffett ให้สัมภาษณ์ในเดือนมิถุนายนว่าเป็นความคิดของเขาเอง สิ่งที่เปลี่ยนชัดเจนกว่าคือท่าที เพราะไตรมาสนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ไตรมาสที่ Berkshire กลับมาซื้อสุทธิ หลังขายสุทธิต่อเนื่องมาโดยตลอด
เมื่อพิจารณาร่วมกับการเพิ่ม Alphabet จนขึ้นเป็นหุ้นหลัก ภาพที่เห็นจึงสะท้อนแนวคิดสำคัญของ Berkshire ว่า เมื่อพบธุรกิจคุณภาพสูงที่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน กระแสเงินสดแข็งแรง และระดับราคายังเหมาะสม ก็พร้อมเพิ่มเงินลงทุนในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ
Warren Buffett / Berkshire Hathaway
อัปเดตการถือครองล่าสุด ไตรมาส 2 ปี 2026
10 หุ้นใหญ่ที่สุดของพอร์ต Berkshire Hathaway
# | บริษัท (Ticker) | DR | กลุ่มอุตสาหกรรม | น้ำหนักเดิม % | น้ำหนักใหม่ % | เปลี่ยนแปลง (ppt) | จำนวนหุ้น +/- | ราคาหุ้น Q2 | บริษัททำอะไร |
|---|
1 | Apple (AAPL) | — | เทคโนโลยี | 21.99% | 22.04% | +0.05 | 0.0% | +14.0% | ผลิต iPhone, Mac และให้บริการดิจิทัลในระบบนิเวศของตัวเอง |
2 | American Express (AXP) | — | บริการทางการเงิน | 17.43% | 17.14% | -0.29 | 0.0% | +11.8% | บัตรเครดิตและเครือข่ายชำระเงินที่เน้นลูกค้ากลุ่มบน |
3 | Coca-Cola (KO) | — | สินค้าจำเป็น | 11.56% | 10.86% | -0.70 | 0.0% | +6.9% | ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ทั่วโลก |
4 | Alphabet A (GOOGL) | — | สื่อสารและบริการดิจิทัล | 5.93% | 9.41% | +3.48 | 45.2% | +24.3% | ธุรกิจ Search, YouTube, Cloud และ AI ของ Google |
5 | Bank of America (BAC) | — | บริการทางการเงิน | 9.52% | 9.20% | -0.31 | -5.9% | +16.9% | ธนาคารพาณิชย์และวาณิชธนกิจรายใหญ่ของสหรัฐฯ |
6 | Chevron (CVX) | — | พลังงาน | 6.64% | 4.67% | -1.96 | 0.0% | -19.9% | สำรวจ ผลิต และกลั่นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ |
7 | Occidental (OXY) | — | พลังงาน | 6.55% | 4.30% | -2.25 | 0.0% | -25.3% | สำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ |
8 | Chubb (CB) | — | บริการทางการเงิน | 4.24% | 3.90% | -0.34 | 0.0% | +4.5% | ประกันวินาศภัยและประกันภัยเชิงพาณิชย์ระดับโลก |
9 | Moody's (MCO) | — | บริการทางการเงิน | 4.09% | 3.73% | -0.36 | 0.0% | +3.8% | จัดอันดับเครดิตและให้บริการข้อมูลวิเคราะห์ความเสี่ยง |
10 | Alphabet C (GOOG) | GOOG23 | สื่อสารและบริการดิจิทัล | 0.39% | 3.21% | +2.82 | 658.3% | +23.2% | ธุรกิจ Search, YouTube, Cloud และ AI ของ Google |
สัดส่วนรายกลุ่มอุตสาหกรรมของทั้งพอร์ต
ครอบคลุมหลักทรัพย์ 29 รายการ คิดเป็น 100.0% ของพอร์ต
กลุ่มอุตสาหกรรม | น้ำหนักเดิม % | น้ำหนักใหม่ % | เปลี่ยนแปลง (ppt) | จำนวนหุ้น | หุ้นที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม |
|---|
บริการทางการเงิน (Financial Services) | 36.22% | 34.59% | -1.63 | 7 | American Express 17.14%, Bank OF Amer 9.20%, Chubb Limited 3.90% และอีก 4 หลักทรัพย์ |
เทคโนโลยี (Technology) | 22.84% | 22.80% | -0.04 | 2 | Apple 22.04%, Verisign 0.76% |
สื่อสารและบริการดิจิทัล (Communication Services) | 8.44% | 14.76% | +6.32 | 6 | Alphabet 9.41%, Alphabet 3.21%, Siriusxm 1.23% และอีก 3 หลักทรัพย์ |
สินค้าจำเป็น (Consumer Defensive) | 15.72% | 14.15% | -1.57 | 3 | Coca Cola 10.86%, Kraft Heinz 2.57%, Kroger 0.72% |
พลังงาน (Energy) | 13.19% | 8.97% | -4.22 | 2 | Chevron 4.67%, Occidental Petroleum 4.30% |
การแพทย์และสุขภาพ (Healthcare) | 1.76% | 2.15% | +0.39 | 1 | Davita 2.15% |
อุตสาหกรรม (Industrials) | 1.17% | 1.94% | +0.77 | 2 | Delta AIR Lines 1.79%, Louisiana PAC 0.15% |
สินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Cyclical) | 0.39% | 0.50% | +0.11 | 5 | Lennar 0.40%, Macys 0.06%, NVR 0.03% และอีก 2 หลักทรัพย์ |
วัตถุดิบพื้นฐาน (Basic Materials) | 0.25% | 0.14% | -0.11 | 1 | Nucor 0.14% |
หมายเหตุและที่มาของข้อมูล
สีเขียวและสีแดงในคอลัมน์ เปลี่ยนแปลง (ppt) หมายถึงน้ำหนักในพอร์ตที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ไม่ใช่ผลตอบแทนของราคาหุ้น ซึ่งแสดงแยกไว้ในคอลัมน์ ราคาหุ้น Q2 · คอลัมน์ จำนวนหุ้น +/- คือการเปลี่ยนแปลงของจำนวนหุ้นที่ถือ เทียบกับไตรมาสก่อน
การจัดกลุ่มอุตสาหกรรมอ้างอิงมาตรฐานของ Morningstar ผ่านข้อมูล Yahoo Finance ซึ่งไม่ใช่มาตรฐาน GICS
ข้อมูลจากแบบรายงาน 13F-HR ต่อ SEC ณ 30 มิ.ย. 2026 (ยื่นเมื่อ 14 ส.ค. 2026) ครอบคลุมเฉพาะหุ้นและ ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ฝั่ง Long เท่านั้น ไม่รวมสถานะ Short ตราสารอนุพันธ์ หลักทรัพย์นอกสหรัฐฯ และเงินสด สำหรับ ARK ส่วนนี้คิดเป็น 100% ของมูลค่าที่รายงานทั้งหมด 15,402 ล้านดอลลาร์ · ราคา Q2 คำนวณจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าและจำนวนหุ้นในรายงาน
คำเตือน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ DR ก่อนการลงทุน เนื่องจาก DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง