Café Invest
Markets

INVX Wealth Weekend – มองเวลท์..รายวีค 8 พ.ย. 2567

INVX Wealth Weekend – มองเวลท์..รายวีค 8 พ.ย. 2567

สิ่งที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า

1. ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนตุลาคม:

  • ยอดค้าปลีก
  • ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
  • อัตราการว่างงาน
  • การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร

2. อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเดือนตุลาคม

3. GDP ไตรมาส 3 ปี 2024 ของญี่ปุ่น (รายงานรอบแรก):

  • ตลาดคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 1.1% QoQ SAAR
  • ชะลอตัวจากไตรมาส 2 ปี 2024 ที่ขยายตัว 3.1%

สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้

สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นได้ดี โดยเฉพาะฝั่ง DM นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ระหว่างสัปดาห์ ภายหลังจากความชัดเจนของผลการเลือกตั้งสหรัฐที่ ปธน. ทรัมป์ชนะทำให้กลุ่มหลักมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความคาดหวังด้านโยบายที่จะหนุนเศรษฐกิจสหรัฐให้ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะนโยบายลดภาษีนิติบุคคล ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้น ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเช่นกัน ด้านธนาคารกลางสหรัฐปรับลดดอกเบี้ย 25bps ตามคาด กลุ่มเทคโนโลยีปรับเพิ่มขึ้น 5.7% จากการลงทุนใน AI กลุ่มการเงินปรับเพิ่มขึ้น 4% และหุ้นขนาดเล็กเพิ่มขึ้น 4.2% จากนโยบายลดภาษีและนโยบายสนับสนุน ส่วนกลุ่ม Healthcare ได้รับผลจากนโยบายปรับลดราคายา อย่างไรก็ตามกลุ่ม Utilities และอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลง 1% หลังผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง ตัวเลขISM ภาคบริการสหรัฐ เดือน ต.ค. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 56.0 สูงสุดนับตั้งแต่ ส.ค. 2022 การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm payrolls) เพิ่มขึ้นเพียง 12,000 ตำแหน่งอันเป็นผลของเฮอร์ริเคนและการประท้วงของ Boeing ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ 4.1% ด้านตลาดหุ้น EM ปรับตัวขึ้นเช่นกัน นำโดยตลาดหุ้นจีน หลังตัวเลขเศรษฐกิจและผลประกอบการของจีนเริ่มฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ผู้ว่าการ ธ. กลางจีน ส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นไทยผันผวนตามปัจจัยภายนอก หลังค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น กระแสเงินทุนต่างชาติไหลออก รวมถึงถูกกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่เพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นจากแรงหนุน OPEC+ เลื่อนแผนเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 1 เดือน แม้ระหว่างสัปดาห์ผันผวนตามสินทรัพย์เสี่ยงอื่น

ตลาดหุ้นโลก

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นรุนแรงจากความคาดหวังการลดภาษีนิติบุคคล หลังทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นอื่น ๆ ผันผวนจากความกังวลสงครามการค้า และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้น จากความกังวลเสถียรภาพการคลัง ด้านเงินดอลลาร์แข็งค่าเร็วขณะที่เงินสกุลเอเชียอ่อนค่าลง ด้าน Fed ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายตามคาด

ตลาดหุ้นไทย

สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นไทยผันผวนเช่นกัน จากความเสี่ยงสงครามการค้าประกอบกับ (1) เงินเฟ้อผู้บริโภคไทยที่เพิ่มขึ้น 0.83% ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 0.94% (2) กกร. ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยจากส่งออก และมาตรการรัฐ (3) สมาคมธนาคารไทยคาดจะมาตรการช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบาง ทั้งรายย่อย และเอสเอ็มอีรายเล็กมีผลบังคับใช้ได้ในต้นปีหน้า โดยแหล่งเงินทุนมาจากการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูเพื่อสถาบันการเงิน(FIDF)

ตลาดพันธบัตร

ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.34% ขณะที่ ระยะสั้น 2 ปีปรับเพิ่มขึ้นมาที่ 4.20% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี อยู่ที่ 14 bps

ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ทรงตัวที่ 2.44% ขณะที่ระยะสั้น อายุ 2 ปี ทรงตัวที่ 2.09% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิที่ 7,362 ล้านบาท

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นจากแรงหนุน OPEC+ เลื่อนแผนเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 1 เดือน ด้านราคาทองคำ (spot) ลดลงที่ 2,707.0 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) แข็งค่าขึ้นที่ 104.5 จุด ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงที่ 153.0 เยน ด้านค่าเงินยูโรทรงตัวที่ 1.08 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงที่ 34.02 บาท ขณะที่เงินหยวนทรงตัวที่ระดับ 7.14 หยวน

INVX Wealth Weekend – มองเวลท์..รายวีค 8 พ.ย. 2567 | Café Invest