- สหรัฐและจีนตกลงลดภาษีชั่วคราว หลังจากสงครามการค้ากระทบเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น โดยจำนวนเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จากจีนไปยังสหรัฐฯ พ.ค. 2025 ลดลงกว่า -8.1%YoY
- เงินเฟ้อสหรัฐ ขยายตัวต่ำกว่าคาดจากราคาพลังงานที่ฐานสูงในปีก่อน ขณะที่เงินเฟ้อในสินค้าและบริการอื่นโดยเฉพาะบ้านน่ากังวลขึ้น
INVX Wealth Weekend – มองเวลท์..รายวีค 16 พ.ค. 2568

สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้
สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวดีขึ้นหลังสหรัฐ-จีนบรรลุข้อตกลงลดภาษีชั่วคราว 90 วัน โดยจีนจะลดภาษีสินค้าสหรัฐจาก 125% เหลือ 10% ขณะที่สหรัฐจะลดภาษีสินค้าจีนจาก 145% เหลือ 30% นอกจากนั้นสหรัฐฯ เตรียมลดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าจากจีนที่มีมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อวัน หรือ “de minimis” จากเดิม 120% เหลือเพียง 54% ด้านจีนหยุดมาตรการระงับการส่งออกแร่ธาตุหายาก สะท้อนภาพความเสี่ยงที่ลดลงต่อเนื่อง กลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นเด่นสะท้อนการยกเลิกการควบคุมการส่งออกชิปของรัฐบาลไบเดน (AI Diffusion) กลุ่ม Healthcare ปรับตัวลดลง 1.6% จากความกังวลของนโยบายที่สหรัฐจะลดราคายา 80% ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) สหรัฐฯ ในเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ต่ำกว่าคาดที่ 0.3% โดยอัตราเงินเฟ้อรายปีลดลงเหลือ 2.3% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี อย่างไรก็ตามตลาดปรับคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้ลดลงเหลือ 2 ครั้ง และการลดครั้งแรกช้าลงไปในเดือน ก.ย. (CME FedWatch) คาดเป็นผลจากความกังวลผลกระทบภาษีนำเข้าผ่อนคลายลง ด้านตลาดหุ้น EM ปรับขึ้นเช่นกัน ตอบรับข่าวบวกการลดภาษีดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้เงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ของจีนในเดือนเมษายน ยังคงลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนความพยายามกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศของจีนที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่ำกว่า 1200 จุด จากการขายทำกำไรหลังปรับตัวขึ้นมามาก ด้านราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นสะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยที่ลดลงหลังการเจรจาสหรัฐ-จีน
ตลาดหุ้นโลก
สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นหลัง สหรัฐ-จีนบรรลุข้อตกลงลดภาษีชั่วคราว โดยจีนจะลดภาษีสินค้าสหรัฐจาก 125% เหลือ 10% ขณะที่สหรัฐจะลดภาษีสินค้าจีนจาก 145% เหลือ 30% นอกจากนี้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหรัฐฯ อัตราเงินเฟ้อรายปีลดลงเหลือ 2.3% ต่ำสุดในรอบ 4 ปี จากราคาน้ำมันที่ลดลงเมื่อเทียบรายปี
ตลาดหุ้นไทย
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงจากแรงขายทำกำไรหลังปรับขึ้นมาแรง ขณะที่ (1) รมว. คลังเปิดเผยการยื่น 5 ข้อเสนอต่อผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ซึ่งได้รับสัญญาณบวกจากรมว. คลังสหรัฐฯ ขณะที่เตรียมทบทวนมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกและ SMEs พร้อมชะลอโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเฟสสาม (2) ธปท. ส่งสัญญาณเก็บนโยบายไว้รองรับความเสี่ยงในอนาคตหลังปรับลดดอกเบี้ยแล้ว 3 ครั้ง
ตลาดพันธบัตร
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นที่ 4.43% ขณะที่ ระยะสั้น 2 ปีปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ 3.96% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี อยู่ที่ 47 bps
ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ที่ 1.88% ขณะที่ระยะสั้น อายุ 2 ปี เพิ่มขึ้นที่ 1.58% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิที่ 14,461 ล้านบาท
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้น 2.7%WoW สู่ 64.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ และจีนผ่อนคลายมาตรการภาษีศุลกากร และสหรัฐฯ มีสัญญาณบวกต่อข้อเสนอจากประเทศคู่ค้าต่างๆ ราคาทองคำ (Spot) ปรับลง 2.0%WoW สู่ 3,239.21 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ทรงตัวที่ 100.7 จุด ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงที่ 145.24 เยน ด้านค่าเงินยูโรทรงตัวที่ 1.12 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงที่ 33.17 บาท ขณะที่เงินหยวนแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 7.21 หยวน
