Leveraged และ Inverse ETFs (L&I ETFs) คือกองทุนรวม ETF ประเภทพิเศษ ที่ใช้อนุพันธ์เพื่อสร้างผลตอบแทนรายวันในอัตราเร่ง (เช่น +2 เท่า / -1 เท่า / -2 เท่า ของดัชนีอ้างอิง) เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรในระยะสั้น หรือป้องกันความเสี่ยงในช่วงตลาดผันผวน แต่ด้วยกลไก “ผลตอบแทนทบต้นรายวัน” (Daily Compounding Effect) การถือ L&I ETFs ระยะยาวอาจจะไม่เหมาะสมกับสไตล์การลงทุน จึงควรศึกษากลยุทธ์ให้เข้าใจก่อนการลงทุน
Leveraged และ Inverse ETFs คืออะไร ? ทำไมสายเทคนิคชอบใช้

กองทุนรวม ETF คืออะไร ?
ก่อนที่จะเข้าใจเรื่อง Leveraged และ Inverse ETFs จะต้องเข้าใจกองทุนรวม ETF แบบปกติเสียก่อนว่าคืออะไร และมีรูปแบบการลงทุนอย่างไร
ETF หรือ กองทุนรวม ETF (Exchange Traded Fund) คือ กองทุนรวมประเภทหนึ่งที่มีการกระจายการลงทุนเสมือนกองทุนรวมที่อ้างอิงกับดัชนีหรือตามนโยบายที่ผู้ออกกำหนด โดยที่ผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เนื่องจาก ETF มักมีค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนถูกกว่ากองทุนรวมทั่วไป และสามารถซื้อขายด้วยราคาปัจจุบัน (Real time) ได้ในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ซื้อขายได้สะดวก ปรับกลยุทธ์การลงทุนได้ง่าย และตอบโจทย์ในเรื่องกระจายความเสี่ยง จึงตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนในยุคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ดี ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยนั้นอาจยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก ต่างกับ ETF ในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยเฉพาะในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่นิยมมากกว่า เนื่องจากผู้ลงทุนมักใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่ต้องการได้ง่ายและสะดวก เพราะมีความหลากหลายในการลงทุน อีกทั้งมีสภาพคล่องหรือปริมาณการซื้อขายสูง
ประเภทของ ETF
กองทุนรวม ETF โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภทดังต่อไปนี้
- ประเภทสินทรัพย์อ้างอิง เช่น หุ้น พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ ค่าเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล
- รูปแบบนโยบายการลงทุน เช่น แบบ Passive อิงดัชนี หรือ Active ตามปัจจัยที่ผู้ออก ETF กำหนด เช่น factor based and smart beta ETF หรืออิงความผันผวน (Volatility) ของตลาด, หุ้น High Beta, Low Carbon, Moat
- ธีมการลงทุน เช่น หุ้นเทคโนโลยี, AI, สินค้าอุปโภคบริโภค, พลังงานสะอาด, ESG, รถยนต์ EV
- ภูมิภาคหรือประเทศต่าง ๆ เช่น หุ้นโลก กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ลาตินอเมริกา กรีซ ญี่ปุ่น
- ทิศทางและความเสี่ยงในการลงทุน เช่น Leveraged ETF ที่ขึ้นลงมากกว่าดัชนีอ้างอิงเป็นทวีคูณ (2x หรือ 3x เท่า หรือมากกว่า) หรือ Inverse ETF ที่เคลื่อนไหวสวนทางกับดัชนีอ้างอิง โดยที่มีให้เลือกแบบทวีคูณด้วย (-2x หรือ -3x)
Leveraged และ Inverse ETFs คืออะไร น่าสนใจอย่างไร ?
นักลงทุนที่ชอบลงทุนระยะสั้น ได้กำไรเร็ว หรือต้องการทำกำไรทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง การใช้ Leveraged และ Inverse ETFs ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ
Leveraged ETF คืออะไร ?
Leveraged ETFs คือ กองทุนรวม ETF ที่มีกลยุทธ์การบริหารจัดการที่มุ่งหวังผลตอบแทนแบบเร่ง หรือทวีคูณจากผลตอบแทนรายวันของดัชนีอ้างอิง หรือคิดง่าย ๆ ว่าถ้าดัชนีอ้างอิงขึ้น Leveraged ETF จะขึ้นมากกว่า ในขณะที่หากดัชนีอ้างอิงลง Leveraged ETF ก็จะลงมากกว่า ทำให้สามารถสร้างผลตอบแทนได้ถึงใจผู้ลงทุนที่รักความเสี่ยงสูงได้เต็มที่
ตัวอย่างเช่น
Leveraged ETF 2x S&P 500
- หาก S&P 500 เพิ่มขึ้น 1% กองทุนจะเพิ่มขึ้น 2% (ก่อนหักค่าธรรมเนียม)
- หาก S&P 500 ลดลง 1% กองทุนก็จะลดลง 2% เช่นเดียวกัน
แน่นอนว่าข้อดีคือเพิ่มโอกาสทำกำไรได้มากกว่าปกติ แต่หากว่าดัชนีอ้างอิงลดลงก็เสี่ยงที่จะขาดทุนสูงมากกว่าปกติเช่นเดียวกัน
Inverse ETFs คืออะไร ?
Inverse ETF คือ ETF ที่มุ่งหวังผลตอบแทนสวนทางหรือตรงข้ามกับผลตอบแทนรายวันของดัชนีอ้างอิง กล่าวคือ หากดัชนีอ้างอิงขึ้น ราคาของ Inverse ETF จะลง ในขณะที่หากดัชนีอ้างอิงลง ราคาของ Inverse ETF จะขึ้น
ตัวอย่างเช่น
Inverse S&P 500 ETF
- หาก S&P 500 ลดลง 1% กองทุนจะเพิ่มขึ้น 1% (ก่อนหักค่าธรรมเนียม)
- หาก S&P 500 เพิ่มขึ้น 1% กองทุนก็จะลดลง 1% เช่นเดียวกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมี Inverse ETF ประเภทที่สามารถมีกลยุทธ์ที่มุ่งหวังผลตอบแทนตรงกันข้ามแบบทวีคูณได้ด้วย นั่นคือ Leveraged Inverse ETF หากดัชนีอ้างอิงขึ้น ราคาของ Inverse ETF จะลงมากกว่าเป็นทวีคูณของราคาดัชนีอ้างอิงที่ขึ้น ในขณะที่หากดัชนีอ้างอิงลง ราคาของ Inverse ETF จะขึ้นมากกว่าเป็นทวีคูณของราคาดัชนีอ้างอิงที่ลง
ตัวอย่างเช่น
Leveraged Inverse S&P 500 ETF
- หาก S&P 500 ลดลง 1% กองทุนจะเพิ่มขึ้น 2% (ก่อนหักค่าธรรมเนียม)
- หาก S&P 500 เพิ่มขึ้น 1% กองทุนก็จะลดลง 2% เช่นเดียวกัน
การลงทุนด้วยกลยุทธ์จะช่วยให้นักลงทุนสามารถทำกำไรได้ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงตลาดขาลงก็ตาม
เข้าใจกลไกของ Leveraged และ Inverse ETFs ก่อนตัดสินใจลงทุน
เบื้องหลังของกลยุทธ์ Leveraged และ Inverse ETFs คือ การใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เช่น ฟิวเจอร์ส (Futures) หรือสวอป (Swap) ในการบริหารจัดการเพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามที่ระบุไว้ เช่น +2 เท่า หรือ -1 เท่าของดัชนีอ้างอิงในแต่ละวัน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกองทุนประเภทนี้มีระบบการคำนวณผลตอบแทนแบบ "ทบต้นรายวัน" (Compounding Effect) พร้อมกับการรีเซตอัตราผลตอบแทนใหม่ทุกวัน (Daily Reset) ทำให้ผลลัพธ์จากการถือกองทุนเกินกว่า 1 วัน อาจไม่ตรงกับการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิงแบบตรงไปตรงมา นักลงทุนจึงต้องเข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งก่อนลงทุน
นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ 10 อันดับแรกของ Leveraged และ Inverse ETFs ที่มี AUM สูงที่สุดในโลก ล้วนจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยกองทุนที่ใหญ่ที่สุดอ้างอิงกับดัชนี Nasdaq100 แบบ Leverage 3 เท่า ซึ่งให้ผลตอบแทนแรงกว่าดัชนีถึงสามเท่าในแต่ละวัน
แต่สำหรับนักลงทุนไทย สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดให้ลงทุนใน Leveraged และ Inverse ETFs ได้ไม่เกิน 2 เท่า เพื่อจำกัดความเสี่ยง และส่งเสริมการลงทุนอย่างมีวินัยและรอบคอบ
ความนิยมของ Leveraged และ Inverse ETFs พุ่งแรงทั่วโลก!
ปัจจุบันกลยุทธ์การลงทุนแบบ Leveraged และ Inverse ETFs กำลังมาแรงในทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา โดยล่าสุดสูงถึง 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2568) โดยมีสัดส่วนการจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ มากถึง 71% ขณะที่ในเอเชียประเทศที่มีการจดทะเบียนมากที่สุดคือ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และฮ่องกง ตามลำดับ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความสนใจของผู้ลงทุนทั่วโลกที่ใช้ กองทุนนี้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลตอบแทนและบริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
ทั้งนี้ Leveraged ETF คือเครื่องมือที่มีนักลงทุนสนใจเป็นสัดส่วนสูงที่สุด โดยมีสัดส่วน AUM สูงถึง 88% ของกองทุนประเภทนี้ทั้งหมด ตามมาด้วย Leveraged Inverse 7% และ Inverse 5% ตามลำดับ
ที่มา: Nasdaq Global Indexes, Morningstar
ประโยชน์ของ Leveraged และ Inverse ETFs
- ผู้ลงทุนสามารถเลือกใช้กองทุนประเภทนี้สร้างผลตอบแทนได้ทั้งในสภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง
- มีหลากหลายสินทรัพย์อ้างอิง ให้ผู้ลงทุนเลือกใช้ในการเก็งกำไร
- ผู้ลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนแบบทวีคูณได้โดยไม่ต้องวางหลักประกันเพิ่มเติม
- ผู้ลงทุนสามารถใช้ Inverse ETF บริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้ เช่น ใช้บริหารพอร์ตในช่วงตลาดขาลง
ความเสี่ยงและข้อจำกัดของ Leveraged และ Inverse ETFs
- ผู้ลงทุนอาจขาดทุนได้มากกว่าการลงทุนใน ETFs ทั่วไปหากไม่มีการกำหนดจุด Stop Loss ที่ดี
- ค่าธรรมเนียมการจัดการสูงกว่า ETFs ปกติทั่วไป
- หากผู้ลงทุนถือลงทุน Leveraged และ Inverse ETFs มากกว่า 1 วัน จะมีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนจะแตกต่างจากผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับของดัชนีอ้างอิง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง ผลตอบแทนมักจะแย่กว่าผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับของดัชนีอ้างอิง (ตามตัวอย่างในหัวข้อข้อสังเกตสำคัญของการลงทุน) จึงอาจไม่เหมาะกับการถือลงทุนระยะยาว
- ผู้ลงทุนควรติดตามข้อมูลจากผู้ออกกองทุนประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีโอกาสที่ผู้ออกอาจเปลี่ยนวิธีคำนวณหรือข้อมูลอื่น ๆ ได้มากกว่า ETFs ปกติทั่วไป
ตัวอย่าง Leveraged และ Inverse ETFs และการคำนวณผลตอบแทน
ผลตอบแทนของ Leveraged และ Inverse ETFs มีทั้งแบบทวีคูณและตรงกันข้ามกับผลตอบแทนรายวันของดัชนีอ้างอิง ดังรูปและตารางด้านล่าง ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาความเสี่ยงและการเคลื่อนไหวอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
ที่มา: สำนักงาน ก.ล.ต.
ตัวอย่างการคำนวณผลตอบแทน
ที่มา: Nasdaq
ข้อสังเกตสำคัญของการลงทุนใน Leveraged และ Inverse ETFs
ในกรณีที่ผู้ลงทุนถือลงทุน Leveraged และ Inverse ETFs มากกว่า 1 วัน ผลตอบแทนจะแตกต่างจากผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับของดัชนีอ้างอิง เนื่องจากกองทุนประเภทนี้จะมีกลไกสำคัญคือ การปรับการคำนวณอัตราผลตอบแทนตั้งต้นใหม่ทุกวัน (Daily reset) ซึ่งจะทำให้การลงทุนมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงมากขึ้นกว่าการลงทุนใน ETF ปกติทั่วไป โดยมีรายละเอียดในแต่ละกรณีต่อไปนี้
1. หากตลาดมีทิศทางชัดเจน (ขึ้นหรือลงต่อเนื่อง) ผลตอบแทนของ Leveraged และ Inverse ETFs มักจะดีกว่าผลตอบแทนที่คาดหวังว่าจะได้รับของดัชนีอ้างอิง ดังตัวอย่างใน Scenario 1 และ 2 ด้านล่าง (ตามเส้นกราฟสีแดง เทียบกับเส้นประสีฟ้าอ่อน)
ที่มา: Nasdaq
2. หากตลาดผันผวนไร้ทิศทางชัดเจน - ผลตอบแทนของ Leveraged และ Inverse ETFs มักจะแย่กว่าผลตอบแทนที่คาดหวังว่าจะได้รับของดัชนีอ้างอิง ดังตัวอย่างใน Scenario 3 ด้านล่าง (ตามเส้นกราฟสีแดง เทียบกับเส้นประสีฟ้าอ่อน)
ที่มา: Nasdaq
แนะนำ Leveraged และ Inverse ETFs สำหรับนักลงทุนไทย
สำหรับการลงทุน Leveraged และ Inverse ETFs ในไทยสามารถทำได้แล้วในปัจจุบัน โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงเกณฑ์รองรับ leveraged และ inverse ETFs มีผลตั้งแต่ 16 มีนาคม 2568
อ้างอิง: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โดยสำนักงาน ก.ล.ต. อนุญาตให้ผู้ลงทุนไทยสามารถลงทุนใน Leverage & Inverse ETFs ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีอัตราทวีคูณได้ไม่เกิน 2 เท่า (+/-2x) โดยที่อัตราทวีคูณต้องเป็นจำนวนเต็ม ไม่เป็นทศนิยม ทั้งนี้ เนื่องจากกองทุนประเภทนี้ยังเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่และผู้ลงทุนไทยอาจยังไม่คุ้นเคย สำนักงาน ก.ล.ต. จึงได้กำหนดให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในต่างประเทศ ซึ่งสหภาพยุโรป มาเลเซีย เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และสิงคโปร์ จำกัดอัตราทวีคูณไม่เกิน 2 เท่า เช่นกัน (เว้นแต่กรณี Inverse ETF มาเลเซียจำกัดอัตราทวีคูณไม่เกิน 1 เท่า)
ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถลงทุนใน Leverage & Inverse ETFs และหุ้นต่างประเทศใน 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ โดยเปิดบัญชีหุ้นต่างประเทศ เพื่อลงทุนทั่วโลก ผ่านแอป InnovestX หรือสามารถศึกษาตัวอย่างเพิ่มเติมได้จากตารางด้านล่าง
ตัวอย่าง Leveraged ETFs (อัตราทวีคูณไม่เกิน 2 เท่า)
ชื่อ ETF | ตราสารอ้างอิง | อัตราทวีคูณ | สัญลักษณ์ (Ticker) | ค่าใช้จ่ายในการจัดการ (Expense Ratio) |
|---|---|---|---|---|
ProShares Ultra QQQ | NASDAQ-100 Index | 2x | QLD | 0.95% |
ProShares Ultra Semiconductors | Dow Jones U.S. Semiconductors Index | 2x | USD | 0.95% |
Direxion Daily Gold Miners Index Bull 2x Shares | NYSE Arca Gold Miners Index | 2x | NUGT | 1.13% |
Direxion Daily CSI China Internet Index Bull 2x Shares | CSI Overseas China Internet Index | 2x | CWEB | 1.25% |
ที่มา: ETFDB, InnovestX Wealth Products & Strategy
ตัวอย่าง Inverse ETFs (อัตราทวีคูณไม่เกิน 2 เท่า)
ชื่อ ETF | ตราสารอ้างอิง | อัตราทวีคูณ | สัญลักษณ์ (Ticker) | ค่าใช้จ่ายในการจัดการ (Expense Ratio) |
|---|---|---|---|---|
ProShares Short MSCI Emerging Markets | MSCI Emerging Markets Index | -1x | EUM | 0.95% |
ProShares Short QQQ | NASDAQ-100 Index | -1x | PSQ | 0.95% |
ProShares UltraShort Semiconductors | Dow Jones U.S. Semiconductors Index | -2x | SSG | 0.95% |
ProShares UltraShort S&P500 | S&P500 Index | -2x | SDS | 0.89% |
ที่มา: ETFDB, InnovestX Wealth Products & Strategy
ก่อนตัดสินใจใช้เครื่องมือ Leveraged และ Inverse ETFs ในการลงทุนทุกครั้ง ควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งในส่วนของกลไกการทำงาน ข้อดีและข้อควรระวัง เพื่อให้ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตรงกับเป้าหมายการลงทุนมากที่สุด
📱 ลงทุน DR ได้ง่าย ๆ เพียงแค่เปิดบัญชีหุ้นต่างประเทศกับ InnovestX
คลิก https://www.innovestx.co.th/products/stock/offshore
📱 ขั้นตอนการเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน InnovestX
https://www.innovestx.co.th/products/product-user-guide/detail/manual/onboarding-manual
*หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน
