INVX Wealth Weekend – มองเวลท์..รายวีค 20 ก.ย. 2567

สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้
สัปดาห์นี้ตลาดปรับตัวขึ้นได้ดี หลัง Fed ปรับลดดอกเบี้ยมากกว่าคาด โดยปรับลด 50 bps ไปสู่ 4.75-5.00% รวมถึงปรับคาดการณ์ลดดอกเบี้ย (Dot plot) อีก 50 bps ในปีนี้ และยังลดอีก 1 % ในปีหน้า ไปสู่ 3.25-3.50% ขณะที่ปรับประมาณการเงินเฟ้อลง อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ 4.4% ในปี 2024 และ 2025 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 4.2% ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูงเกินไปนัก ด้าน GDP ปรับลงมาเล็กน้อยที่ 2% สําหรับปี 2024 ถึง 2027 สะท้อนมุมมองของ Fed ที่ให้น้ำหนักมากขึ้นกับภาคแรงงานที่เริ่มชะลอตัวลง ตัวเลขยอดค้าปลีกที่สูงกว่าคาด และตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ที่ลดลงต่ำกว่าคาด ตอกย้ำมุมมองของตลาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอแบบ soft landing หนุนหุ้นกลุ่มเทคฯ และกลุ่ม cyclical ปรับตัวขึ้น ขณะที่กลุ่ม Defensive ถูกขายทำกำไร ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า หนุนกระแสเงินไหลเข้าสู่ตลาด EM เป็นปัจจัยผลักดันตลาดหุ้น EM ให้ปรับขึ้นในทิศทางเดียวกัน นอกจากนั้นการลดดอกเบี้ยของ Fed คาดจะนำไปสู่การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางในประเทศ EM ฝั่งเอเชีย ส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะถัดไป ตลาดหุ้นจีนปรับขึ้นได้เช่นกันแม้ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือน ส.ค. จะออกมาอ่อนแอกว่าคาด แต่ยังมีความคาดหวังมาตรการกระตุ้นที่อาจมีออกมาเพิ่มเติม ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้ในทิศทางเดียวกับภูมิภาค จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าหนุนกระแสเงินไหลเข้า และความคาดหวังนโยบายเศรษฐกิจที่ทยอยออกมาในระยะถัดไป รวมถึงความคาดหวังเม็ดเงินลงทุนในตลาดหุ้นไทยจากกองทุนวายุภักษ์ที่อยู่ระหว่างการจองซื้อในสัปดาห์นี้ ตลาดน้ำมันฟื้นตัวตามสินทรัพย์เสี่ยงอื่น รวมถึงความไม่สงบในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ตลาดหุ้นโลก
สัปดาห์นี้ตลาดปรับตัวดีขึ้นจากการที่ Fed ปรับลดดอกเบี้ยเกินนักเศรษฐศาสตร์คาด รวมถึงปรับคาดการณ์ลดดอกเบี้ย (Dot plot) อีก 50 bps ในปีนี้ นอกจากนั้น การที่ธนาคารกลางชั้นนำ เช่น Fed และ ECB ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยชัดเจน ขณะที่ ธ. กลางประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะเอเชียหลายแห่งยังไม่ได้ลดดอกเบี้ยนั้น ทำให้ค่าเงินสกุลเอเชียโดยเฉพาะบาทแข็งค่าขึ้นในเดือนที่ผ่านมา
ตลาดหุ้นไทย
สัปดาห์นี้ ตลาดปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจาก (1) นายกฯ แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจะอัดฉีดเม็ดเงิน 1.4 แสนล้านในสัปดาห์หน้า (2) รัฐบาลเตรียมแผนกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเตรียมพิจารณาโครงการเราเที่ยวด้วยกัน-คนละครึ่ง (3) รมว. คลังเตรียมหารือผู้ว่าการ ธปท. ในการปรับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อขึ้น (4) ส.อ.ท ระบุดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตฯ ลดลง จากกังวลน้ำท่วมและอุปสงค์ในประเทศ
ตลาดพันธบัตร
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.70% ขณะที่ ระยะสั้น 2 ปี ปรับลดลงมาอยู่ที่ 3.56% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี อยู่ที่ 14 bps
ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ลดลงที่ 2.50% ขณะที่ระยะสั้น อายุ 2 ปี ลดลงที่ 2.14% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิที่ 11,867 ล้านบาท
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากฟื้นตัวตามสินทรัพย์เสี่ยงอื่น รวมถึงความไม่สงบในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ด้านราคาทองคำ (spot) เพิ่มขึ้นที่ 2,616.6 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) อ่อนค่าลงที่ 100.56 จุด ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงที่ 142.28 เยน ด้านค่าเงินยูโรทรงตัวที่ 1.11 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทแข็งขึ้นรุนแรงที่ 33.1 บาท ขณะที่เงินหยวนแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 7.05 หยวน
