- ตลาดหุ้นโลกและค่าเงิน: หุ้นโลกเริ่มปรับฐานจากความกังวลสงครามในตะวันออกกลาง ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นหลังประธาน Fed ระบุยังไม่ลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้
- เศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่น: ตัวเลขการผลิตและบริการของจีนอ่อนแอ ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าหลังนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุเศรษฐกิจยังไม่พร้อมขึ้นดอกเบี้ย
- ตลาดหุ้นไทยและน้ำมัน: หุ้นไทยเริ่มพักฐาน เงินบาทอ่อนค่า แต่ได้แรงหนุนจากนักลงทุนสถาบันในประเทศ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง
INVX Wealth Weekend – มองเวลท์..รายวีค 4 ต.ค. 2567

สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้
สัปดาห์นี้หุ้นโลกเริ่มเห็นสัญญาณการปรับฐาน จากแรงกดดันความกังวลภาพสงครามในตะวันออกกลางจากสงครามตัวแทนไปสู่สงครามตัวจริง ค่าเงินดอลลาร์มีทิศทางแข็งค่าขึ้น หลังประธาน Fed ระบุยังไม่ลดดอกเบี้ยในอัตราเร่ง ขึ้นกับภาพเศรษฐกิจ โดยตัวเลขจ้างงานส่วนใหญ่ยังออกมาดี ทั้งนี้ตำแหน่งงานเปิดใหม่ (JOLT) เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน และสูงกว่าคาด เช่นเดียวกับตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP เดือน ก.ย. สูงกว่าเดือนก่อน และสูงกว่าคาดเช่นกัน อย่างไรก็ตามยอดขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นกว่าคาด ขณะที่ PMI ภาคการผลิตอยู่ในโซนหดตัว ขณะที่ภาคบริการยังแข็งแกร่ง ด้าน EM ตัวเลขการผลิตจีนยังอ่อนแอ PMI ทั้งภาคการผลิตและบริการของจีนเดือน ก.ย.ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าที่ตลาดคาด กำไรภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. ของจีนลดลงแรง สะท้อนความอ่อนแอของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามรัฐบาลท้องถิ่นดูเอาจริงเอาจังกับมาตรการภาคอสังหาทั้งในส่วนการผ่อนปรนเกณฑ์การซื้อบ้าน สอดคล้องกับมาตรการที่ออกมาในสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงเร่งให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าลงรุนแรงหลังจากที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ชิเงรุ อิชิบะ กล่าวว่าเศรษฐกิจยังไม่พร้อมสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ด้านตลาดหุ้นไทยเริ่มพักฐาน เงินบาทเริ่มอ่อนค่า สัปดาห์นี้เริ่มเห็นแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ตามได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อนักลงทุนสถาบันในประเทศ ส่วนหนึ่งคาดเป็นผลจากเม็ดเงินกองทุนวายุภักษ์เริ่มเข้าสู่ตลาด ตลาดน้ำมันดีดตัวขึ้นแรงหลังความไม่สงบในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น และการตอบโต้ของอิสราเอลมีโอกาสกระทบโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของอิหร่าน
ตลาดหุ้นโลก
ตลาดการเงินส่งสัญญาณ Risk-off หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล หลังจากที่ผู้นำเฮซบอลลาห์ ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศที่เบรุต ขณะที่ดอลลาร์เริ่มมีทิศทางแข็งค่าขึ้นหลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดี ทำให้โอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยแรงลดลง ขณะที่เงินสกุลเอเชียโดยเฉพาะเยนอ่อนค่าลงจากคำกล่าวของนายกฯ ญี่ปุ่นที่สนับสนุนการคงดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นไทย
สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงจากสถานการณ์ Risk-off ในตลาดโลก ขณะที่ (1) กกร. ประเมินบาทแข็งค่ารวดเร็ว กดดันส่งออกโดยเฉพาะเกษตรและอาหาร และอาจกระทบส่งออก 1.8-2.5 แสน ลบ. และเสนอให้ ธปท. ลดดอกเบี้ย (2) ครม. อนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 5 หมื่นล้านเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (3) ธปท. รับเข้าดูแลค่าเงินบาทหลังแข็งค่าเร็ว ทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศสูงขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจเดือน ส.ค. ทรงตัว
ตลาดพันธบัตร
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.84% ขณะที่ ระยะสั้น 2 ปี ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.69% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี อยู่ที่ 15 bps
ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นที่ 2.52% ขณะที่ระยะสั้น อายุ 2 ปี เพิ่มขึ้นที่ 2.17% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิที่ 10,839 ล้านบาท
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังเกิดความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง จะกระทบอุปทานน้ำมัน ด้านราคาทองคำ (spot) ลดลงที่ 2,678.9 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) แข็งค่าขึ้นที่ 101.89 จุด ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงที่ 146.52 เยน ด้านค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงที่ 1.10 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงที่ 33.14 บาท ขณะที่เงินหยวนแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 7.05 หยวน
