- จีนประกาศมาตรการการคลังรอบใหม่ แต่ไม่ระบุขนาดโดยรวมของมาตรการ
- จีนประกาศแผนพลิกฟื้นภาคอสังหาฯ แต่ตลาดและนักลงทุนผิดหวังกับมาตรการ
- การส่งออกประเทศสำคัญในเอเชียชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ
INVX Wealth Weekend – มองเวลท์..รายวีค 18 ต.ค. 2567

สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้
ตลาดหุ้นโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น แรงหนุนหลักจาก 1) ผลประกอบการของหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มการเงินของสหรัฐที่ออกมาแข็งแกร่ง รวมทั้ง TSMC ยังเผยกำไรสูงเกินคาดและคาดรายได้ 4Q24 จะเพิ่มขึ้นอีกหลังมีอุปสงค์ชิปด้าน AI ซึ่งหนุนให้มีการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป และ 2) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดี อาทิ ยอดค้าปลีก ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ เป็นต้น ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภายใต้ความคาดหวังว่าเฟดจะยังปรับลดดอกเบี้ยลงอีก ส่วน ECB มีมติปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% เพื่อหนุนเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งเป็นไปตามตลาดคาดและนับเป็นการปรับลดดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ขณะที่การที่จีนประกาศมาตรการการคลังรอบใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไม่มีการระบุวงเงินในมาตรการ อีกทั้งไม่ได้มีการออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ชุดใหญ่อย่างที่ตลาดคาด ได้สร้างความผิดหวังต่อนักลงทุน ด้านตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค หลัง กนง. มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 25bps เหลือ 2.25% สวนทางตลาดคาดคงดอกเบี้ยแต่ตรงตามที่เราคาด เพื่อช่วยลดภาระหนี้กลุ่มเปราะบาง ท่ามกลางสินเชื่อที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ส่งผลให้มีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาในหุ้นที่ได้อานิสงส์จากดอกเบี้ยขาลง ส่วนตลาดน้ำมันปรับตัวลง หลัง OPEC และ IEA ประกาศปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีนี้และปีหน้า อีกทั้งคลายกังวลอุปทานชะงักงันเนื่องจากอิสราเอลเผยไม่มีแผนโจมตีแหล่งน้ำมันของอิหร่าน
ตลาดหุ้นโลก
ตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐขยายตัวตามคาด ขณะที่ ธ. กลางยุโรปลดดอกเบี้ยเร็วขึ้นเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดทุนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนปรับลดลงหลังรัฐบาลประกาศมาตรการการคลังรอบใหม่ แต่ไม่ระบุขนาดโดยรวมของมาตรการ รวมถึงผิดหวังมาตรการภาคอสังหาฯ นอกจากนั้นการส่งออกประเทศสำคัญในเอเชียชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ
ตลาดหุ้นไทย
สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก (1) กนง. มีมติ 5 ต่อ 2 ลดดอกเบี้ยนโยบาย 25bps เหลือ 2.25% สวนทางตลาดคาดคงดอกเบี้ยแต่ตรงตามที่เราคาด เพื่อช่วยลดภาระหนี้กลุ่มเปราะบาง ท่ามกลางสินเชื่อที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง (2) ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ก.ย. ลดลงจากอุทกภัยในหลายภาค กระทบต่อ เศรษฐกิจโดยรวมราว 3-5 หมื่นลบ. (3) รัฐบาลเร่งศึกษานโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ตั้งเป้าเริ่มใช้ ก.ย. 68
ตลาดพันธบัตร
- ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.09% ขณะที่ ระยะสั้น 2 ปี ทรงตัวที่ 3.97% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี อยู่ที่ 12 bps
- ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ลดลงที่ 2.42% ขณะที่ระยะสั้น อายุ 2 ปี ลดลงที่ 2.10% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิที่ 1,257 ล้านบาท
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงจากราคาปิดวันศุกร์ที่ 11 ต.ค. ที่ 79.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 74.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านราคาทองคำ (spot) เพิ่มขึ้นที่ 2,723.8 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) แข็งค่าขึ้นที่ 103.7 จุด ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงที่ 149.89 เยน ด้านค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 1.08 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นที่ 33.14 บาท ขณะที่เงินหยวนอ่อนค่าลงที่ระดับ 7.12 หยวน
