หุ้นชิปจีนปรับขึ้นต่อเนื่อง หลังผู้นำจีนสี จิ้นผิง ส่งสัญญาณว่า จีนต้องเร่งพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี และเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการเป็น “มหาอำนาจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ภายในปี 2035 กลุ่มที่ได้แรงหนุนชัดคือชิป ปัญญาประดิษฐ์ ควอนตัม และการผลิตขั้นสูง เพราะเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ ประเด็นนี้เป็นบวกต่อหุ้นอย่าง SMIC, Hua Hong, Cambricon, MetaX และ GigaDevice
สี จิ้นผิง ส่งสัญญาณเร่งเทคโนโลยีพึ่งพาตนเอง หนุนหุ้นชิปจีนต่อเนื่อง

1) หุ้นชิปจีนปรับขึ้นรับสัญญาณสนับสนุนจากผู้นำจีน
- หุ้นกลุ่มชิปจีนปรับตัวขึ้นต่อ หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2026 ในโอกาสการประชุมใหญ่ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน ส่งสัญญาณให้จีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและยกระดับความสามารถพึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เป็นหัวใจของการแข่งขันระหว่างประเทศ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ควอนตัม ชีววิทยาศาสตร์ วงจรรวม และการผลิตขั้นสูง
2) เป้าหมายใหญ่คือเป็นผู้นำเทคโนโลยีโลกภายในปี 2035
- ประเด็นสำคัญจากคำกล่าวคือจีนต้องเร่งเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการเป็นประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีภายในปี 2035 โดยใช้ “นวัตกรรม” เป็นฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลจีนยังให้ความสำคัญสูงกับการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มชิปและเทคโนโลยีขั้นสูง
3) กลุ่มที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือชิปและ AI
- ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับชิปและปัญญาประดิษฐ์ เช่น SMIC, Hua Hong, Cambricon, GigaDevice และ MetaX Integrated Circuits เนื่องจากนักลงทุนมองว่าบริษัทเหล่านี้อยู่ในห่วงโซ่อุปทานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีจีน ทั้งการผลิตชิป หน่วยความจำ ชิปสำหรับประมวลผล AI และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
4) รัฐบาลจีนต้องการแก้ “จุดติดขัด” ของระบบวิจัยและพัฒนา
- แม้จีนมีความก้าวหน้าหลายด้าน เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ โดรน ยาใหม่ และเทคโนโลยีอวกาศ แต่ผู้นำจีนยอมรับว่ายังมีข้อจำกัด เช่น ความสามารถด้านนวัตกรรมพื้นฐานยังไม่พอ โครงสร้างบุคลากรยังไม่เหมาะสม และการใช้งบวิจัยบางส่วนยังไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจีนจึงต้องเร่งปรับระบบวิจัยให้ทำงานเป็นเครือข่ายมากขึ้น และเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรมให้เกิดผลเชิงพาณิชย์จริง
5) ปัญญาประดิษฐ์ถูกวางเป็นเครื่องมือเร่งงานวิจัย
- จีนไม่ได้มอง AI เป็นเพียงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี แต่ยังมองว่า AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเร่งงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาแบบจำลอง การค้นคว้าวัสดุใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งจะทำให้ความต้องการชิปประมวลผล ศูนย์ข้อมูล ซอฟต์แวร์ และระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพิ่มขึ้นในระยะยาว
6) นโยบายสนับสนุนจะเน้นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- อีกประเด็นที่น่าสนใจคือผู้นำจีนเน้นให้เพิ่มประสิทธิภาพของการใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ใช่เพียงเพิ่มงบประมาณอย่างเดียว โดยรัฐบาลต้องการให้เงินทุนไหลไปยังสาขายุทธศาสตร์มากขึ้น เช่น ชิป ปัญญาประดิษฐ์ ควอนตัม และการผลิตขั้นสูง รวมถึงสนับสนุนเงินทุนระยะยาวให้บริษัทเทคโนโลยีขนาดเล็กและบริษัทเทคโนโลยีเชิงลึก
7) ตลาดเอเชียได้แรงหนุนจากกระแสหุ้นเทคโนโลยี
- การปรับขึ้นของหุ้นชิปจีนเกิดขึ้นพร้อมกับแรงซื้อในหุ้นเทคโนโลยีเอเชีย โดยดัชนีที่เน้นหุ้นชิปของจีน เช่น Star50 ปรับตัวขึ้น ขณะที่ดัชนีเทคโนโลยีเอเชียของ MSCI ก็ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนว่าตลาดเริ่มกลับมาให้ความสนใจกับธีมเทคโนโลยีจีน หลังราคาหุ้นหลายตัวเคยถูกกดดันจากความกังวลเรื่องข้อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
นโยบาย / ทิศทางหลัก | รายละเอียดสำคัญ | อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์ | หุ้นที่เกี่ยวข้อง |
|---|---|---|---|
เร่งพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี | จีนต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ และเดินหน้าเป็นผู้นำเทคโนโลยีโลกภายในปี 2035 | ชิป, อุปกรณ์ผลิตชิป, ซอฟต์แวร์พื้นฐาน | SMIC, Hua Hong, Naura, AMEC |
เน้นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ | สี จิ้นผิงระบุให้โฟกัสปัญญาประดิษฐ์, ควอนตัม, ชีววิทยาศาสตร์, วงจรรวม และการผลิตขั้นสูง | AI, ชิปประมวลผล, ชิปหน่วยความจำ, หุ่นยนต์ | Cambricon, MetaX, GigaDevice, SMIC |
ใช้ AI เร่งงานวิจัย | สนับสนุนให้นำ AI ไปช่วยงานวิจัย เช่น วิเคราะห์ข้อมูล ทดลองวัสดุใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต | ชิป AI, ศูนย์ข้อมูล, คลาวด์, ซอฟต์แวร์วิจัย | Cambricon, MetaX, Inspur, Kingsoft Cloud |
เชื่อมงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม | ผลักดันให้มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และบริษัททำงานร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ | ชิป, เครื่องมือวิจัย, อุตสาหกรรมขั้นสูง | SMIC, Hua Hong, GigaDevice, Advanced Micro-Fabrication |
เพิ่มประสิทธิภาพงบวิจัย | ไม่ใช่แค่เพิ่มเงินลงทุน แต่ต้องลดความซ้ำซ้อน และให้เงินไปยังสาขายุทธศาสตร์ที่จำเป็นจริง | บริษัทเทคโนโลยีเชิงลึก, สตาร์ทอัพฮาร์ดเทค | Cambricon, MetaX |
สนับสนุนเงินทุนระยะยาว | ส่งเสริมเงินทุนให้ลงทุนเร็ว ลงทุนในบริษัทเล็ก และลงทุนระยะยาวในเทคโนโลยีแข็ง | Venture Capital, หุ้นเทคจีน, หุ้นชิปเกิดใหม่ | Cambricon, MetaX |
เสริมความมั่นคงด้านเทคโนโลยี | เพิ่มการประเมินความเสี่ยง การเตือนภัย และการรับมือความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี | ชิปในประเทศ, ระบบควบคุม, ความปลอดภัยไซเบอร์ | SMIC, Hua Hong, Qi An Xin, Sangfor |
มุมมองของ InnovestX
- ประเด็นนี้เป็นบวกต่อหุ้นจีนในกลุ่มชิป ปัญญาประดิษฐ์ การผลิตขั้นสูง และโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี เพราะสะท้อนว่ารัฐบาลจีนยังเดินหน้าสนับสนุนการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีอย่างจริงจัง หุ้นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ SMIC และ Hua Hong ในฐานะผู้ผลิตชิป, Cambricon และ MetaX ในกลุ่มชิปประมวลผล AI, GigaDevice ในกลุ่มชิปหน่วยความจำและไมโครคอนโทรลเลอร์ รวมถึงหุ้นที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานอุปกรณ์ชิปและศูนย์ข้อมูล
- อย่างไรก็ตาม ยังต้องระวังความเสี่ยงจากมูลค่าหุ้นที่ปรับขึ้นเร็ว การแข่งขันสูง และความไม่แน่นอนจากมาตรการควบคุมเทคโนโลยีของต่างประเทศ
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

