Z.AI รายงานรายได้ 1H26 เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่า แต่ยังต่ำกว่าคาดราว 30% ขณะที่ขาดทุนสุทธิลดลงเล็กน้อยการเติบโตมาจากบริการ AI ผ่านระบบคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นมาก แต่แลกกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือ 26.4% จาก 50% ปีก่อน สะท้อนว่าการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนประมวลผลยังเป็นแรงกดดันสำคัญ แม้บริษัทมีฐานผู้ใช้เพิ่มขึ้นและเริ่มใช้ชิปจีนในวงกว้างมากขึ้นก็ตาม เรายังให้น้ำหนักบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทั้ง Cloud ฐานลูกค้า และกระแสเงินสดรองรับ เช่น Alibaba และ Tencent มากกว่าในระยะนี้
Z.AI รายได้โตแรง แต่ต่ำกว่าคาด สะท้อนการแข่งขัน AI จีนที่รุนแรงขึ้น

1. รายได้โตเกือบ 5 เท่า แต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาด
- Z.AI หรือ Zhipu AI รายงานรายได้ 1H26 ที่ RMB953.9mn เพิ่มขึ้นจาก RMB190.9mn ปีก่อน แต่ต่ำกว่าคาดการณ์ตลาดที่ RMB1.35bn ราว 30% ขณะที่ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ RMB2.07bn ดีขึ้นจากขาดทุน RMB2.35bn ปีก่อน และดีกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขาดทุน RMB2.58bn
- ภาพรวมจึงถือว่า รายได้ต่ำกว่าคาด แต่ผลขาดทุนดีกว่าคาด อย่างไรก็ตาม บริษัทใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนา RMB2.13bn เพิ่มขึ้น 34% YoY ซึ่งยังสูงกว่ารายได้รวมมากกว่า 2 เท่า สะท้อนว่าธุรกิจยังอยู่ในช่วงลงทุนหนักเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านโมเดลและโครงสร้างพื้นฐาน AI
สรุปผลประกอบการ Z.AI 1H26
รายการ | 1H26 | 1H25 | YoY | เทียบคาด |
|---|---|---|---|---|
รายได้ | RMB953.9mn | RMB190.9mn | +400% | ต่ำกว่าคาด RMB1.35bn ราว 30% |
รายได้ Cloud-based | RMB825.2mn | RMB29.1mn | +2,736% | สูงกว่าคาด RMB697.4mn |
รายได้ติดตั้งในองค์กร | RMB128.7mn | RMB161.8mn โดยประมาณ | -20.5% | ต่ำกว่าคาด RMB393.7mn |
กำไรขั้นต้น | RMB251.6mn | RMB95.4mn | +163.7% | ต่ำกว่าคาด RMB338.4mn |
อัตรากำไรขั้นต้น | 26.4% | 50.0% | -23.6ppt | ต่ำกว่าคาด 33% |
ขาดทุนจากการดำเนินงาน | RMB2.15bn | RMB1.90bn | ขาดทุนเพิ่ม 13% | ดีกว่าคาดขาดทุน RMB2.93bn |
ขาดทุนสุทธิ | RMB2.07bn | RMB2.35bn | ขาดทุนลดลง 12.1% | ดีกว่าคาดขาดทุน RMB2.58bn |
ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา | RMB2.13bn | ราว RMB1.59bn | +33.6% | ต่ำกว่าคาด RMB2.71bn |
2. ธุรกิจคลาวด์กลายเป็นเครื่องยนต์หลัก แต่กดดันอัตรากำไร
- การเติบโตหลักมาจากบริการ AI ผ่านระบบคลาวด์ ซึ่งมีรายได้ RMB825mn เพิ่มขึ้นกว่า 27 เท่า YoY และคิดเป็นประมาณ 86.5% ของรายได้รวม เทียบกับเพียง 15.2% ปีก่อน ขณะที่รายได้จากการติดตั้งระบบ AI ภายในองค์กรลูกค้าลดลง 20% เหลือ RMB129mn
- ผลของการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 26.4% จาก 50% ปีก่อน เพราะบริการประมวลผลผ่านคลาวด์มีต้นทุนด้านชิปและศูนย์ข้อมูลสูงกว่า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจคลาวด์เองดีขึ้นเป็น 24.6% จาก -0.4% ปีก่อน แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพเริ่มดีขึ้นเมื่อปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนโครงสร้างรายได้
ธุรกิจ | 1H26 | การเติบโต | สัดส่วนรายได้ | ผลต่อบริษัท |
|---|---|---|---|---|
Cloud / API | RMB825mn | +2,736% YoY | 86.5% | กลายเป็นธุรกิจหลัก |
ติดตั้งระบบในองค์กร | RMB129mn | -20.5% YoY | 13.5% | ลดความสำคัญลง |
อัตรากำไร Cloud | 24.6% | จาก -0.4% | — | เริ่มทำกำไรขั้นต้นได้ |
อัตรากำไรรวม | 26.4% | จาก 50% | — | ถูกกดดันจากการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ |
3. การใช้งานเพิ่มเร็ว และเริ่มเห็นรายได้ประจำเร่งตัว
- แม้รายได้ครึ่งปีแรกต่ำกว่าคาด แต่ตัวเลขล่าสุดสะท้อนการเร่งตัวของการใช้งาน โดยรายได้ต่อปีที่คำนวณจากยอดขายเดือนล่าสุดเพิ่มเป็น $1.6bn ในเดือน ส.ค. จาก $1bn ในเดือน ก.ค. และหากใช้ยอดขายสัปดาห์ล่าสุดคำนวณ จะเทียบเท่ารายได้ต่อปีประมาณ $2bn
- จำนวนผู้ใช้องค์กรและนักพัฒนาบนแพลตฟอร์ม GLM เพิ่มเป็นมากกว่า 7.4mn ราย ขณะที่จำนวน Token ที่ใช้งานเพิ่มมากกว่า 40 เท่าตั้งแต่ต้นปี แม้ราคาบริการเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 100% สะท้อนว่าความต้องการใช้งานจริงยังแข็งแรง โดยเฉพาะด้านการเขียนโปรแกรมและ AI Agent
4. ใช้ชิปจีนมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนและลดความเสี่ยงจากข้อจำกัดสหรัฐฯ
- Z.AI เดินหน้ากลยุทธ์ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอง โดยใช้ชิป AI ที่ผลิตในจีนมากกว่า 100,000 ตัวสำหรับการประมวลผล และสามารถลดต้นทุนต่อ Token ลงประมาณ 80% จากต้นปี ขณะที่ GLM-5.3-Flash ถูกทดสอบโดยใช้ชิปจีนทั้งหมด
- ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ ทำให้บริษัทจีนเข้าถึงชิป Nvidia ระดับสูงได้ยากขึ้น การสร้างระบบบนชิปภายในประเทศจึงช่วยลดความเสี่ยงด้านอุปทาน แม้ประสิทธิภาพของบริการในบางด้านยังช้ากว่าผู้ให้บริการในสหรัฐฯ
5. การแข่งขันใน AI จีนยังสูง และความได้เปรียบทางเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว
- การแข่งขันระหว่าง Z.AI, MiniMax, Moonshot, Alibaba และ ByteDance ยังคงรุนแรง โดยบริษัทต่างเร่งออกโมเดลใหม่และลดราคาเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด ตัวอย่างชัดเจนคือ GLM-5.2 ของ Z.AI เคยขึ้นมาอยู่ในกลุ่มโมเดลชั้นนำ ก่อนที่ Moonshot จะเปิดตัว Kimi K3 และแซงขึ้นมา ส่งผลให้ราคาหุ้น Z.AI ลดลงอย่างมากในช่วงนั้น
- Z.AI จึงเร่งตอบโต้ด้วย GLM-5.3 และ GLM-5.3-Flash ซึ่งใช้ทรัพยากรประมวลผลน้อยกว่าและมีราคาประมาณหนึ่งในสิบของ GLM-5.3 แต่การแข่งขันลักษณะนี้ทำให้บริษัทต้องลงทุนวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง และอาจทำให้เส้นทางสู่การทำกำไรยังใช้เวลา
6. จุดที่ต้องติดตามคือการเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจที่ทำกำไรได้
- บริษัทวางแผนขยายจากการขายการเข้าถึงโมเดล ไปสู่บริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น AI สำหรับเขียนโปรแกรม ผู้ช่วยทำงานอัตโนมัติ และระบบที่สามารถทำงานหลายขั้นตอนได้เอง ซึ่งมีโอกาสเพิ่มรายได้ต่อผู้ใช้และลดการพึ่งพารายได้จากการประมวลผลเพียงอย่างเดียว
- อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงหลักยังอยู่ที่ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานที่สูง การใช้เงินสดจำนวนมาก และการแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Alibaba, Tencent และ ByteDance ที่มีทั้งเงินทุน ศูนย์ข้อมูล และฐานลูกค้ามากกว่า
เปรียบเทียบภาพการแข่งขัน AI จีน
บริษัท | จุดแข็งหลัก | ข้อจำกัด/ความเสี่ยง | มุมมองจากบทความ |
|---|---|---|---|
Z.AI | GLM, Coding, Cloud/API, ชิปจีน | ขาดทุนสูง, ขนาดยังเล็ก | เติบโตเร็ว แต่กำไรยังไม่ชัด |
MiniMax | รายได้โตเร็ว, โมเดลผู้บริโภค | ขาดทุนสูง, ความได้เปรียบด้านโมเดลไม่ชัด | คู่แข่ง Startup โดยตรง |
Moonshot AI | Kimi K3 แข็งแรงด้านโมเดล | การแข่งขันสูง | กดดันความเป็นผู้นำของ Z.AI |
Alibaba | Cloud + เงินทุน + ฐานลูกค้า | ต้องลงทุน AI สูง | ได้เปรียบด้านขนาดและโครงสร้างพื้นฐาน |
Tencent | ฐานผู้ใช้และเงินทุนสูง | การแข่งขันด้านโมเดล | มีทรัพยากรรองรับมากกว่า Startup |
ByteDance | ผู้ใช้จำนวนมาก + AI Product | แข่งขันด้านราคา | สามารถใช้ฐานผู้ใช้เดิมต่อยอด AI |
มุมมองของ InnovestX
- เรามองผลประกอบการครั้งนี้ เป็นภาพผสม โดยด้านบวกคือการใช้งานและรายได้จากบริการคลาวด์กำลังเร่งตัว รวมถึงความสามารถในการลดต้นทุนด้วยชิปจีน ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญต่อการสร้างธุรกิจ AI ภายในประเทศ แต่ด้านลบคือรายได้รวมยังต่ำกว่าคาด อัตรากำไรลดลง และค่าใช้จ่ายวิจัยยังสูงมาก จึงยังไม่เห็นเส้นทางสู่กำไรที่ชัดเจน
- ในเชิงลงทุนเราจึงมองว่า Z.AI ยังเหมาะกับการลงทุนเชิงการเติบโตที่รับความผันผวนได้สูง ขณะที่หากต้องการรับประโยชน์จาก AI จีนด้วยความเสี่ยงด้านกำไรต่ำกว่า เรายังให้น้ำหนักบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทั้ง Cloud ฐานลูกค้า และกระแสเงินสดรองรับ เช่น Alibaba และ Tencent มากกว่าในระยะนี้
- นอกนากนี้ประเด็นที่ Z.AI สามารถใช้ชิปจีนมากกว่า 100,000 ตัว ถือเป็น บวกต่อห่วงโซ่ชิป AI จีน เพราะสะท้อนว่าชิปในประเทศเริ่มรองรับงาน AI ขนาดใหญ่ได้จริง หุ้นที่มองว่าได้ประโยชน์ ได้แก่ Cambricon และ Hygon จากความต้องการชิปประมวลผล AI ในประเทศที่เพิ่มขึ้น, SMIC และ Hua Hong จากคำสั่งผลิตชิป AI และการขยายกำลังผลิต ซึ่งล่าสุดบริษัทรายงานว่าความต้องการชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังแข็งแรง, รวมถึง Innolight และ Eoptolink ซึ่งได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการเพิ่มศูนย์ข้อมูลและระบบเชื่อมต่อความเร็วสูง
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

