ลงทุนก้าวแรก

ส่องความสำคัญ 'การเทรดดาวโจนส์' ดัชนียักษ์ใหญ่ในอเมริกา!

1 Apr 24 12:00 AM
US Flag
สรุปสาระสำคัญ
  • ดาวโจนส์ คือดัชนีหุ้นสำคัญของสหรัฐฯ ที่สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจและเป็นตัวชี้วัดทิศทางตลาดโลก
  • การเทรดดาวโจนส์ช่วยเปิดโอกาสทำกำไรจากความเคลื่อนไหวของหุ้นชั้นนำ พร้อมสภาพคล่องสูงและติดตามปัจจัยเศรษฐกิจได้ชัดเจน
  • นักลงทุนควรเข้าใจเทคนิคพื้นฐาน เช่น การดูแนวโน้มตลาด ปัจจัยเศรษฐกิจ และการบริหารความเสี่ยงก่อนเริ่มเทรด

Dow Jones คืออะไร ? อยากทำกำไรต้องรู้

หากจะกล่าวถึงดัชนีที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ชื่อของ 'ดัชนี Dow Jones' คงเป็นชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง แล้วในโลกของการลงทุนดัชนีนี้มีความสำคัญกับนักลงทุนมากน้อยแค่ไหน หุ้นดาวโจนส์ คืออะไร บทความนี้มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน

 

ดัชนี Dow Jones คืออะไร?

 

ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average หรือบางที่เรียกว่า DJIA) คือดัชนีหุ้นที่คำนวณโดย Wall Street Journal และ Dow Jones & Company ซึ่งอยู่คู่กับโลกการเงินและการลงทุนมานานกว่า 100 ปี ถือกำเนิดขึ้นในปี 1896 โดย Charles Dow และ Edward Jones ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากดัชนีหุ้นที่มีชื่อว่า Dow Jones Average (DJA)

 

  • ดัชนี DJA เป็นดัชนีที่คำนวณอ้างอิงตามราคาหุ้นของบริษัทที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับรถไฟในประเทศสหรัฐอเมริกา 9 บริษัท และบริษัทอื่นๆ อีก 2 บริษัท ซึ่งสะท้อนสภาพเศรษฐกิจในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี จนกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ประสบความสำเร็จและได้รับความเชื่อถือจากนักลงทุนเป็นวงกว้างจนกระทั่งอเมริกาต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ ผลให้โครงสร้างเศรษฐกิจของทั้งประเทศเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ Wall Street Journal จึงพัฒนาดัชนีใหม่ขึ้นมา คือดัชนี DJIA นั่นเอง
  • ในช่วงเริ่มต้น ดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones ประกอบด้วยหุ้นของบริษัทอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงงานน้ำตาล โรงงานบุหรี่ โรงงานยาง เพียง 12 ตัวเท่านั้น ก่อนจะถูกเพิ่มเป็น 30 ตัวหรือ DJI30 ในปี 1928 และยังคงมีการคำนวณผลประกอบการเพื่อปรับเปลี่ยนหุ้นในดัชนีอยู่เสมอ DJIA จึงเป็นดัชนีหลักที่แสดงภาพใหญ่ของเศรษฐกิจอเมริกาได้ชัดเจน กล่าวได้ว่าหาก DJI30 อยู่ในขาขึ้น แปลว่าเศรษฐกิจอเมริกากำลังโต แต่หาก DJI30 อยู่ในขาลง ก็เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจอเมริกากำลังอยู่ในภาวะชะลอตัว

 

จุดเด่นสำคัญของการเทรดดาวโจนส์

สำหรับนักลงทุนไทย อาจรู้สึกว่าการเทรดดาวโจนส์ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นอุตสาหกรรมของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดัชนีนี้มีความสำคัญกับตลาดการเงินไทยและระดับโลกมากกว่าที่คิด โดยมีความสำคัญต่อตลาดการลงทุน ดังนี้

●       หุ้นทั้ง 30 ตัวที่อยู่ในดัชนี Dow Jones ล้วนเป็นหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมระดับโลก ดัชนี Dow Jones จึงถือเป็นตัวแทนภาพรวมของเศรษฐกิจอเมริกาและเศรษฐกิจโลกได้ดี

●       เป็นดัชนีที่ก่อตั้งมานาน ผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง จึงสามารถนำข้อมูลการคำนวณในอดีตมาพยากรณ์ทิศทางตลาดโลกได้

 

ความสำคัญของการเทรดดาวโจนส์

 

เทคนิคเทรดดาวโจนส์ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง

รู้แล้วว่าดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones คืออะไร หากคุณเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ในวงการเทรดดาวโจนส์ นี่คือ 3 เรื่องต้องรู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและโอกาสทำกำไรให้กับพอร์ตของคุณ

 

1. รูปแบบการเทรดดัชนี Dow Jones

  • การเทรดแบบ Scalping เป็นการซื้อขายหุ้นเพื่อเก็งกำไรในระยะสั้นๆ ได้กำไรน้อย แต่เน้นทำกำไรได้ถี่ เหมาะกับผู้ที่เข้าใจความผันผวนของราคาเป็นอย่างดี และมีทักษะการวิเคราะห์เป็นเลิศ
  • การเทรดแบบ Day Trading เป็นการเทรดระยะสั้นเช่นกัน แต่ไม่ถี่เท่าแบบ Scalping โดยจะเทรดเพียงวันละ 1 ครั้งเท่านั้น
  • การเทรดแบบ Swing Trading หรือการเทรดระยะกลาง เหมาะกับผู้ที่มีเวลาไม่มาก ไม่ต้องเฝ้ากราฟตลอดวัน

2. ปัจจัยที่มีผลกับดัชนี Dow Jones

 

เพราะดัชนีหุ้นดาวโจนส์ เป็นดัชนีที่รวบรวมหุ้นบริษัทอเมริกาไว้ถึง 30 ตัว ดังนั้น ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อราคามากที่สุด ก็คือสภาพเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้ง GDP ความเคลื่อนไหวในภาคอุตสาหกรรม อัตราเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวรอบโลก เช่น ภาวะสงคราม การเกิดโรคระบาด ก็อาจส่งผลต่อราคาหุ้น Dow Jones ได้ด้วยเช่นกัน รวมถึงช่วงเวลาการเทรดและวิธีการลงทุน

 

         ช่วงเวลาเหมาะกับการเทรดดัชนีหุ้นดาวโจนส์

การเทรดดาวโจนส์สามารถทำได้ในเวลาที่ตลาดหุ้นสหรัฐเปิดทำการ ซึ่งจะอยู่ในช่วง 20.30 - 03.00 น. ของประเทศไทย แต่อย่าลืมให้ความสำคัญกับข่าวเศรษฐกิจและการเงินก่อนเทรด เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน

 

          ลงทุนผ่าน ETF และ Dow Jones Futures

ช่องทางในการเทรดหุ้นดาวโจนส์ในปัจจุบัน มี 2 วิธีหลัก ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนจำนวนมาก คือ

●  ETF (Exchange Traded Fund) คือกองทุนที่รวบรวมหุ้นหลายบริษัทไว้ในกองเดียว และสามารถซื้อขายได้เหมือนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ช่วยกระจายความเสี่ยงและลงทุนในภาพรวมของตลาดหรืออุตสาหกรรมได้ง่าย โดยไม่ต้องเลือกลงทุนทีละบริษัท เช่น

DIA คือ ETF ที่อ้างอิงดัชนี Dow Jones ซึ่งรวบรวมหุ้นขนาดใหญ่ชั้นนำของสหรัฐฯ 30 บริษัท จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนตามภาพรวมของบริษัทชั้นนำในตลาดสหรัฐฯ ผ่านการซื้อ ETF เพียงตัวเดียว

● Dow Jones Futures คือสัญญาซื้อขายดัชนี Dow Jones แบบล่วงหน้า หัวใจสำคัญอยู่ที่ยิ่งคาดการณ์ราคาให้แม่นยำได้มากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้นเท่านั้น

 

3. หุ้นน่าสนใจในดัชนี Dow Jones

 

หุ้นในดัชนี Dow Jones ส่วนใหญ่ มักเป็นหุ้น Blue Chip ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งมานาน มีฐานลูกค้าจำนวนมากและมีมูลค่าการตลาดสูง โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีและการเงิน ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของสภาพเศรษฐกิจอเมริกาในปัจจุบัน โดยหุ้นกลุ่มนี้ที่น่าสนใจใน DJI30 ได้แก่

  • GS (Goldman Sachs Group Inc) กลุ่มธนาคารเพื่อการลงทุนและกลุ่มหลักทรัพย์ขนาดใหญ่
  • AAPL (Apple Inc) บริษัทไอทีอันดับต้น ๆ ของโลก หากเทียบตามมูลค่ามีสัดส่วนสูงถึง 20% ของดัชนีทั้งหมด
  • MSFT (Microsoft Corp) ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ รวมถึงทำธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ไอทีครบวงจร
  • CRM (Salesforce Inc) บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ชั้นนำ เพิ่งถูกบรรจุใน DJI30 เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2020

ต้องการลงทุนกับหุ้นในดัชนี Dow Jones ซื้อหุ้นต่างประเทศ หรือกองทุนต่างประเทศ InnovestX แอปเดียวครบทุกจักรวาลการลงทุน มาพร้อมฟีเจอร์ครบสำหรับนักลงทุน เช่น Intelligent Portfolios ช่วยปรับพอร์ตกองทุนอัตโนมัติ ฟังก์ชัน Wealth Idea หรือเพลย์ลิสต์การลงทุน รวมถึงบทวิเคราะห์ใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android

 

คำเตือน

* การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5