
ServiceNow คือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์คลาวด์ (Cloud Software Platform) ที่องค์กรขนาดใหญ่ใช้บริหารจัดการกระบวนการทำงานภายใน ซึ่งบริษัทเรียกว่า "เวิร์กโฟลว์" (Workflow) เช่น การแจ้งปัญหาอุปกรณ์ IT ของพนักงาน การรับพนักงานใหม่ของฝ่ายบุคคล หรือการติดตามเรื่องร้องเรียนของลูกค้าธนาคารตั้งแต่ต้นจนจบ โดยย้ายงานเหล่านี้จากอีเมลและกระดาษมาไว้บนระบบเดียวที่ติดตามได้ว่าใครทำอะไรและเมื่อใด ธุรกิจเริ่มต้นจากงานฝ่าย IT แล้วขยายไปสู่งานฝ่ายบุคคล ฝ่ายบริการลูกค้า และฝ่ายความปลอดภัยไซเบอร์บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 โดย Fred Luddy อดีตประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีของ Peregrine Systems ปัจจุบันมีลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่กว่า 8,800 รายทั่วโลกใช้งานแพลตฟอร์มนี้อยู่ ณ สิ้นปี 2025
ประวัติและความเป็นมาของ ServiceNow
ServiceNow ก่อตั้งในปี 2004 โดย Fred Luddy อดีตประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี (CTO) ของบริษัท Peregrine Systems และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) เมื่อเดือนมิถุนายน 2012 ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
ธุรกิจเริ่มต้นจากการจัดการงานฝ่าย IT (IT Service Management หรือ ITSM) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ทีมช่วยเหลือด้าน IT ใช้บันทึก จัดสรร และแก้ไขปัญหาที่พนักงานแจ้งเข้ามา จากนั้นบริษัทต่อยอดแพลตฟอร์มเดียวกันไปสู่งานบริการฝ่ายบุคคล (HR Service Delivery) งานบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Service Management หรือ CSM) งานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ งานฝ่ายกฎหมายและจัดซื้อ รวมถึงเครื่องมือ "Creator" ที่ให้พนักงานภายในองค์กรลูกค้าสร้างแอปพลิเคชันเวิร์กโฟลว์ของตนเองได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดจำนวนมาก เนื่องจากงานทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มและฐานข้อมูลเดียวกัน ลูกค้าที่เริ่มใช้งานจากฝ่าย IT จึงสามารถเพิ่มงานฝ่ายบุคคลหรือฝ่ายบริการลูกค้าในภายหลังได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกหลักที่ทำให้ ServiceNow ขยายรายได้จากฐานลูกค้าเดิม
โดยเหตุการณ์สำคัญล่าสุดคือการแตกพาร์หุ้นในอัตรา 5 ต่อ 1 (5-for-1 Stock Split) ที่คณะกรรมการบริษัทประกาศเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2025 และมีผลตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2025 โดยจำนวนหุ้นและกำไรต่อหุ้นทั้งหมดในรายงานประจำปี 2025 รวมถึงตัวเลขเปรียบเทียบปี 2024 และ 2023 ได้ถูกปรับย้อนหลังตามอัตราส่วนใหม่แล้ว นอกจากนี้บริษัทยังขยายความร่วมมือด้านโมเดล AI กับผู้พัฒนาโมเดลภายนอกเพิ่มเติม ทั้ง OpenAI และ Anthropic นอกเหนือจากพันธมิตรคลาวด์เดิมอย่าง AWS, Google, Microsoft และ Nvidia
โครงสร้างรายได้และธุรกิจหลัก
รายได้ของ ServiceNow เกือบทั้งหมดมาจากธุรกิจการสมัครสมาชิกใช้งานแบบสัญญาระยะยาว โดยบริษัทบริหารจัดการธุรกิจเป็นส่วนงานเดียว (Single Reportable Operating Segment) จึงเปิดเผยรายได้แยกตามประเภทรายได้และตามภูมิภาคเท่านั้น ไม่มีการแยกตัวเลขรายได้ของผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่ม

1. การสมัครสมาชิกใช้งาน (Subscription)
ราว 97% หรือ 12,883 ล้านดอลลาร์ (USD) เป็นรายได้ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเวิร์กโฟลว์ตามสัญญาระยะยาวที่รับรู้รายได้ทยอยตลอดอายุสัญญา โดยบริษัทจัดผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ขายบนแพลตฟอร์มนี้ออกเป็นสี่กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มเทคโนโลยี (Technology) รวมงานจัดการบริการฝ่าย IT (ITSM) งานดูแลโครงสร้างพื้นฐาน IT (ITOM) งานความปลอดภัยไซเบอร์ และงานบริหารความเสี่ยง ไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน เป็นกลุ่มที่ต่อยอดจากธุรกิจดั้งเดิมของบริษัทโดยตรง
- กลุ่มลูกค้าสัมพันธ์และอุตสาหกรรมเฉพาะ (CRM and Industry) เชื่อมงานบริการลูกค้าเข้ากับงานปฏิบัติการภายใน ทีมช่างบริการนอกสถานที่ กระบวนการขาย และการจัดการคำสั่งซื้อ พร้อมเวิร์กโฟลว์ที่ออกแบบเฉพาะรายอุตสาหกรรม
- กลุ่มงานสนับสนุนองค์กร (Core Business) ครอบคลุมงานฝ่ายบุคคล กฎหมาย การเงิน ซัพพลายเชน และการดูแลอาคารสถานที่
- กลุ่มเครื่องมือสร้างเวิร์กโฟลว์ (Creator and Other) ให้พนักงานในองค์กรลูกค้าสร้างเวิร์กโฟลว์ของตนเองด้วยเครื่องมือที่เขียนโค้ดน้อย (low-code) และมี AI ช่วย รวมถึงงานดูแลความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
2. บริการให้คำปรึกษาและอื่น ๆ (Professional Services and Other)
ราว 3% หรือ 395 ล้านดอลลาร์ (USD) เป็นสัดส่วนเล็กที่ ServiceNow ใช้เทียบคุณภาพรายได้กับสัดส่วนการสมัครสมาชิก โดยไม่เปิดเผยรายได้แยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดเหมือน Qualcomm
ในปีงบการเงิน 2025 โดยรายได้จากการสมัครสมาชิกใช้งานคิดเป็น 97% ของรายได้รวม สะท้อนสัญญาระยะยาว 12-36 เดือนที่รับรู้รายได้ทยอยตลอดอายุสัญญา ด้านกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) ปีงบการเงิน 2025 เติบโต 33.7% เป็น 1,824 ล้านดอลลาร์ เร็วกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ที่ 20.9% สะท้อนว่าต้นทุนของธุรกิจสมัครสมาชิกให้ผลตอบแทนดีขึ้นเมื่อฐานลูกค้าขยายตัว

เมื่อแบ่งตามภูมิภาค รายได้กระจายอยู่ในอเมริกาเหนือ (North America) ราว 63% (8,348 ล้านดอลลาร์) ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) ราว 26% (3,402 ล้านดอลลาร์) และเอเชียแปซิฟิกและอื่น ๆ (Asia Pacific and Other) ราว 11% (1,528 ล้านดอลลาร์)
การแบ่งรายได้ตามภูมิภาคนี้นับตามที่ตั้งของผู้ใช้งานฝั่งลูกค้า ไม่ใช่นิติบุคคลที่ออกใบแจ้งหนี้ โดยรายได้จากสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวคิดเป็น 94% ของยอดอเมริกาเหนือทั้งหมดในทั้งปีงบการเงิน 2025, 2024 และ 2023 เท่ากับว่ารายได้ราว 59% ของทั้งบริษัทมาจากสหรัฐฯ ประเทศเดียว ขณะที่รายได้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็น 71% ของรายได้รวมในทั้งสามปีงบการเงินเช่นกัน
1. AI Agent ต่อยอดจากฐานลูกค้าเดิม ไม่ใช่ช่องทางขายใหม่
Now Assist คือ AI ที่ ServiceNow วางไว้บนแพลตฟอร์มเวิร์กโฟลว์เดิม ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์แยก ช่วยสรุปตั๋วปัญหา IT ที่ยาว ร่างคำตอบคำถามพนักงานที่พบบ่อยให้ฝ่ายบุคคล และเริ่มให้ AI Agent ทำงานหลายขั้นตอนแทนคนภายใต้การกำกับดูแล เช่น คัดกรองเหตุการณ์ขัดข้อง หรือตั้งค่าบัญชีพนักงานใหม่
เนื่องจากขายผ่านฐานลูกค้ากว่า 8,800 รายที่ใช้แพลตฟอร์มอยู่แล้ว Now Assist จึงเป็นการขายเพิ่มให้ลูกค้าเดิม (Add-on) มากกว่าการหาลูกค้าใหม่ แต่บริษัทไม่เปิดเผยรายได้ส่วนนี้แยกในงบการเงิน ทั้งนี้ ServiceNow ระบุว่าตนได้รับเลือกเป็นผู้นำหนึ่งเดียว (Sole Leader) ในรายงาน Gartner Magic Quadrant ด้าน AI Applications for ITSM ปี 2025
2. แบ็กล็อกสัญญาที่โตเร็วกว่ารายได้ สะท้อนความต้องการล่วงหน้า
ณ สิ้นปี 2025 ServiceNow มีมูลค่าสัญญาที่ยังไม่รับรู้เป็นรายได้ (Remaining Performance Obligations หรือ RPO) รวม 2.82 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน เร็วกว่าอัตราการเติบโตของรายได้ที่ 20.9% โดยส่วนที่คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ภายใน 12 เดือนข้างหน้า (cRPO) อยู่ที่ 1.285 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25% ขณะที่จำนวนลูกค้าที่มีมูลค่าสัญญาต่อปี (ACV) เกิน 5 ล้านดอลลาร์เพิ่มเป็น 603 รายจาก 502 รายในปีก่อนหน้า ตัวเลขเหล่านี้เป็นมูลค่าสัญญาที่ยังไม่รับรู้เป็นรายได้ ไม่ใช่รายได้ที่รับรู้แล้วในงบกำไรขาดทุน
3. ขยายพันธมิตรโมเดล AI ภายนอก วางตำแหน่งเป็นชั้นเชื่อมต่อ
นอกจากพันธมิตรคลาวด์เดิมอย่าง AWS, Google, Microsoft และ Nvidia ServiceNow ยังขยายความร่วมมือด้านโมเดล AI กับ OpenAI และ Anthropic เพื่อให้ลูกค้าองค์กรเชื่อมต่อกับโมเดล AI จากผู้พัฒนาหลายรายผ่านแพลตฟอร์มเดียว ที่มีระบบกำกับดูแลและควบคุมสิทธิ์การใช้งาน (Guardrails) วางตำแหน่งตัวเองเป็นชั้นกำกับดูแลและเชื่อมต่อ (Governance/Orchestration Layer) ไม่ใช่คู่แข่งโดยตรงกับผู้พัฒนาโมเดล AI เหล่านี้
มูลค่าหุ้นของ ServiceNow อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไร จึงอ่อนไหวต่อการปรับลดประมาณการมากกว่าหุ้นที่มูลค่าถูกกว่า ประเด็นที่ต้องระวังคู่กันคือบริษัทรายงานกำไรต่อหุ้นสองฐาน โดยกำไรต่อหุ้นปรับปรุง (Non-GAAP) สูงกว่ากำไรต่อหุ้นตามมาตรฐานบัญชี (GAAP) อยู่มาก จากการบวกกลับค่าใช้จ่ายหุ้นพนักงานและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน นักลงทุนจึงควรระบุให้ชัดเจนว่าอ้างอิงกำไรต่อหุ้นฐานใดเมื่อเปรียบเทียบ
อีกทั้งยังแข่งขันโดยตรงกับ Microsoft, Oracle, SAP, Salesforce และ Workday โดย ServiceNow เองยอมรับว่าอาจแข่งขันในตลาด AI ที่กำลังพัฒนาได้ไม่ทันคู่แข่งบางราย
ขณะเดียวกัน ลูกค้าภาครัฐสหรัฐฯ กระจุกตัวสูง โดยพันธมิตรช่องทางภาครัฐกลางสหรัฐฯ รายเดียวคิดเป็น 11% ของรายได้รวมปีงบการเงิน 2025 ธุรกิจยังเผชิญความเสี่ยงจากรอบงบประมาณและการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลาง นอกจากนี้บริษัทเปิดเผยว่าอยู่ระหว่างถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับการว่าจ้างอดีตประธานเจ้าหน้าที่สารสนเทศกองทัพบกในปี 2023 ซึ่งนำไปสู่การลาออกของประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการในเดือนกรกฎาคม 2024
สนใจลงทุนในหุ้น ServiceNow, Inc. (NOW, NOW23) และหุ้นเติบโตอื่น ๆ เปิดประสบการณ์ลงทุนไร้ขีดจำกัดกับแอป InnovestX! เข้าถึง 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลกได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เปิดบัญชีลงทุน
คลิกเลย! 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน