Café Invest
Markets

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 16 ส.ค. 2567

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 16 ส.ค. 2567

5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้
1.หุ้นสหรัฐรีบาวน์หลังคลายกังวลศก.ถดถอย
2. ยอดค้าปลีกสหรัฐขยายตัวแรงที่สุดในรอบปี
3.WHO ยกฝีดาษลิงเข้าภาวะฉุกเฉิน
4.บริษัทลงทุนของโซรอสขายหุ้น MAG7
5.ตลาดผันผวนและการเมืองญี่ปุ่นกดดัน BOJ ขึ้นดอกเบี้ยต่อยาก

5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ (16 สิงหาคม 2567)

1.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รีบาวน์หลังคลายความกังวลเศรษฐกิจถดถอย เป็นระยะเวลา 6 วันทำการที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวบวกต่อเนื่อง หลังการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ทยอยออกมาบ่งชี้ว่าภาพของเศรษฐกิจถดถอยหรือ Recession นั้นไม่ได้เป็นอย่างที่นักลงทุนเคยกังวล โดยพบว่าดัชนี S&P 500 ปิด ณ ระดับ 5543.22 จุด หรือ +1.61% ด้าน NASDAQ ปิด ณ ระดับ 17591.72 หรือ +2.32% จากหุ้นในกลุ่ม MAG7 และกลุ่มค้าปลีก หลังการรายงานตัวเลขค้าปลีกของสหรัฐฯ เติบโตดีที่สุดในรอบปีนี้

2.ตัวเลขค้าปลีกสหรัฐฯ ขยายตัวแรงที่สุดในรอบปี เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ รายงานตัวเลขค้าปลีก MoM โดยรายงานออกมาที่ 1% ขยายตัวมากกว่าที่ตลาดคาดที่ 0.3% และดีกว่าช่วงก่อนหน้า สาเหตุการขยายตัวของยอดค้าปลีกมาจากยอดขายมอเตอร์ไซด์และชิ้นส่วนที่ขยายตัวได้ราว 3.6% ประกอบกับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวได้ราว 1.6% เช่นกัน ในขณะที่สินค้าที่มียอดขายชะลอตัวจะเป็นสินค้าเบ็ดเตล็ดและอุปกรณ์กีฬา ตลอดจนสินค้าจำพวกกิจกรรมสันทนาการเช่นดนตรี , หนังสือ เป็นต้น การรายงานยอดค้าปลีกที่ขยายตัวทำให้ความกังวลด้านเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ ค่อยๆ ลดลงและทำให้มุมมองด้านการเติบโตของเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้น

3. หุ้นกลุ่มสุขภาพพุ่ง หลัง WHO ยกระดับฝีดาษลิงให้เป็นภาวะฉุกเฉิน โดยเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมาองค์กรอนามัยโลกหรือ WHO ได้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น หลังมีการระบาดของ Mpox หรือโรคฝีดาษลิงในบางพื้นที่ของแอฟริกา ซึ่งโรคดังกล่าวสามารถแพร่ได้จากลิงสู่คนและคนสู่คนทั้งทางการสัมผัสทางผิวหนังและหายใจรดกัน ส่งผลให้หุ้น BAVA ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนสัญชาติเดนมาร์กราคาปรับตัวขึ้นราว 17% ตลอดจนหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง เช่น Precision System Science (7707) +39.2% และหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชุดตรวจจับไวรัสดังกล่าว

4.บริษัทด้านการลงทุนของโซรอสทยอยขายกลุ่ม MAG7 โดยบริษัทด้านการลงทุนของจอห์จ โซรอสและสแตนลีย์ ดรักเคนมิลเลอร์ได้มีการรายงานถึงการลดการถือครองหุ้นในกลุ่ม MAG7 ในช่วงก่อนที่จะเกิดการปรับฐานในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยพบว่ากองทุนของโซรอสได้มีการขายหุ้น GOOGL ออกไปบางส่วนรวม 58 ล้านเหรียญ , AMZN ราว 15 ล้านเหรียญ ในขณะที่ดรักเคนมิลเลอร์ได้ขาย NVDA ออกไปสูงกว่า 1.5 ล้านหุ้น รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับบริษัทด้านการลงทุนของเดวิด เท็ปเปอร์ อย่าง Appaloosa Management เช่นกัน ที่ลดการถือครองหุ้นอย่าง META , AMZN และ MSFT การขายของกองทุนและเฮดจ์ฟันด์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณหนึ่งถึงความกังวลด้านการกระจุกของพอร์ตโฟลิโอโดยรวม

5.ความผันผวนในตลาดการเงินและการเมืองกดดัน BOJ ขึ้นดอกเบี้ยต่อยาก สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานถึงสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองของญี่ปุ่น หลังนายกรัฐมนตรี ฟูมิโอะ คิชิดะตัดสินใจที่จะไม่ลงสมัครเลือกตั้งอีกสมัย เพิ่มแรงกดดันด้านความไม่แน่ไม่นอนทางการเมืองให้กับ BOJ ต่อการทำนโยบายการเงินแบบตึงตัว โดยผู้ว่า BOJ คนปัจจุบัน คาซูโอะ อุเอเดะนั้นเป็นผู้ที่ถูกเสนอชื่อโดยฟูมิโอะ คิชิดะเอง และสนับสนุนทิศทางการทำนโยบายการเงินแบบตึงตัวของอุเอะดะด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อมีการส่งสัญญาณว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนผู้นำ ย่อมทำให้อนาคตของเศรษฐกิจและตลาดการเงินอาจจะสะดุดและการดำเนินนโยบายการเงินของ BOJ อาจจะต้องพักยาวนานกว่าเดิม

ประเด็นที่ต้องติดตาม: ติดตามการให้สัมภาษณ์ของสมาชิกเฟดอย่าง Harker ,ยอดคำขอสร้างบ้านของสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะรายงานออกมาที่ 1.43 ล้าน ชะลอตัวจากช่วงก่อนหน้าที่ 1.454 ล้าน , การรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมิชิแกน โดยคาดว่าจะรายงานออกมาที่ 66.9 เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 66.4, การรายงานยอดค้าปลีกของอังกฤษคาดว่าจะรายงานออกมาฟื้นตัวสู่ระดับ +0.5% MoM จากช่วงก่อนหน้าที่หดตัวราว -1.2% MoM

มุมมองการลงทุน INVX – ตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมในสัปดาห์นี้รายงานออกมาในโทนบวกทำให้ตลาดหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวได้และคาดว่าจะฟื้นต่อในสัปดาห์หน้า เนื่องจากตัวแปรสำคัญอย่างการประชุม Jackson hole นั้นจะเกิดขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ ในขณะที่การรายงาน FOMC minute หากไม่มีประเด็นใหม่จะไม่มีผลกระทบต่อตลาด สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (3-6 เดือนและ 12 เดือนขึ้นไป) นั้นทาง INVX แนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ระหว่างการปรับฐาน และปรับพอร์ตเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่จะได้รับประโยชน์ในช่วงหลังการเลือกตั้งของสหรัฐฯ อย่างตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำ

สำหรับคำแนะนำการลงทุนระยะสั้น (<1 – 3 เดือน) ด้านราคาทองคำกลับเข้ามาอยู่ในกรอบเหนือ $2330 เป็นกรอบที่สะท้อนว่าราคาทองคำเริ่มมีการฟื้นตัวและทิศทางดอกเบี้ยที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเราแนะนำเข้าลงทุนผ่านกองทุน BGOLD และลงทุนในกองทุนเทคโนโลยีสหรัฐฯ หลัง Valuation กลับมาน่าสนใจสวนทางกับกำไรที่โต ผ่านกองทุน KKP NDQ100-UH โดยมีดัชนีอ้างอิงอย่างดัชนี Nasdaq 100 และกำหนดจุดตัดขาดทุนเมื่อราคาต่ำกว่า 16,500 จุด