Café Invest
Markets

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 6 ก.ย. 2567

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 6 ก.ย. 2567

5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้
1.หุ้นสหรัฐเคลื่อนไหวไร้ทิศทาง หลังตัวเลขแรงงานออกมาชะลอตัว
2.ศาสตราจารย์ดังฟันธง! แฮร์ริส คือ ประธานาธิบดีคนต่อไป
3.นักเศรษฐศาสตร์เตือน! ลดดอกเบี้ยแรงไป ไม่ส่งผลดี
4.สมาชิก BOJ เผย ญี่ปุ่นอาจจะต้องขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าเดิมที่คาดการณ์ไว้
5.OPEC+ ประกาศเลื่อนเพิ่มกำลังการผลิตไปอีก 2 เดือน ทำราคาน้ำมัน +2%

5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ (6 กันยายน 2567)

1.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวไร้ทิศทางหลังตัวเลขแรงงานออกมาชะลอตัว ด้านดัชนี S&P 500 แกว่งตัวผันผวนไร้ทิศทาง ปิดลบเล็กน้อยราว -0.3% ณ ระดับ 5503.41 ในขณะที่ NASDAQ 100 ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง +0.05% ณ ระดับ 18930.11 จากการรายงานตัวการจ้างงานของเอดีพีที่รายงานออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ ณ ระดับ 9.9 หมื่นตำแหน่งและลดลงจากช่วงก่อนหน้าที่ 1.11 แสนตำแหน่ง ถือเป็นรายงานที่สอดคล้องกับตัวเลข JOLT ในวันก่อนหน้าที่เป็นการรายงานตัวเลขที่อ่อนแอที่สุดในรอบ 3 ปี ส่งผลให้นักลงทุนถอยกลับไปตั้งหลักเพื่อรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกการเกษตรที่จะรายงานออกมาในคืนนี้

2.Allen Litchtman ชี้แฮร์ริสคือประธานาธิบดีคนต่อไป ด้านศาสตราจารย์ Allan Lichtman จาก American University ผู้ครองสถิติทำนายผลการเลือกตั้งถูก 9 ใน 10 รอบการเลือกตั้ง ได้ออกมาให้ความเห็นว่ากมลา แฮร์ริสจากพรรคเดโมแครตจะเอาชนะคู่แข่งจากพรรครีพับลิกันอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ในการเลือกตั้งวันที่ 5 พฤศจิกายนได้ โดย Lichtman ใช้แบบจำลองที่เขาเรียกว่า “Keys to the White House” เป็นพื้นฐานในการพยากรณ์ ซึ่งเขาเคยทำนายว่า Trump จะเอาชนะ Hillary Clinton ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตในปี 2016 และประธานาธิบดี Joe Biden จะเอาชนะ Trump ในปี 2020 มีเพียงปี 2000 เท่านั้นที่เค้าทายผลผิดกรณี จอร์จ ดับเบิลยู บุช พลิกกลับมาชนะการเลือกตั้ง

3.นักเศรษฐศาสตร์เตือน! การลดดอกเบี้ยแรงไปไม่ส่งผลดี จอร์จ ลาการิอัส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Forvis Mazars กล่าวกับ CNBC เมื่อวันพฤหัสบดีว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่รุนแรงเกินไปของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนนี้ อาจทำให้ตลาดการเงินตื่นตระหนกและส่งสัญญาณที่ผิดเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต โดยการปรับลดดังกล่าวจะเกิดขึ้นในการประชุมวันที่ 17-18 กันยายน แม้จะไม่มีใครรับประกันได้ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในการประชุมครั้งต่อไปจะมีขอบเขตเท่าใด แต่เขา "ยืนกราน" ว่าควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%

4.สมาชิก BOJ ระบุ ญี่ปุ่นอาจจะต้องขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าเดิมที่คาดการณ์ไว้ คณะกรรมการพิจารณานโยบายการเงินของ BOJ นายฮาจิเมะ ทาคาตะ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงทิศทางนโยบายการเงินของ BOJ ในช่วงต่อจากนี้ หลังจากเริ่มมีสัญญาณคงดอกเบี้ยจนกว่าตลาดการเงินจะมีเสถียรภาพ โดยล่าสุดเขาระบุว่าอัตราค่าจ้างที่แท้จริง (Real Wage) ของคนญี่ปุ่นนั้นกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นระยะเวลา 2 เดือน ทำให้ความจำเป็นในการที่ BOJ ต้องลดแรงกดดันของเงินเฟ้อด้วยการขึ้นดอกเบี้ยนั้นอาจจะต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าเดิม แม้ว่าญี่ปุ่นพึ่งจะปรับขึ้นค่าแรงไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาสูงที่สุดในรอบหลายปีก็ตาม

5.OPEC+ เลื่อนเพิ่มกำลังการผลิตไปอีก 2 เดือน แหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ถึงกลุ่มสมาชิกพันธมิตร OPEC+ ได้เลื่อนแผนการเพิ่มกำลังการผลิต 1.8 แสนบาร์เรลต่อวันออกไป หลังจากราคาน้ำมันมีการปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแต่เดิมแผนดังกล่าวจะเป็นการค่อยๆ ปรับเพิ่มกำลังการผลิตเข้าสู่ตลาดในระดับ 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้พบว่ากำลังการผลิตที่หายไป 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวันนั้นเป็นการลดกำลังการผลิตแบบสมัครใจโดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 8 ราย จากข่าวดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวบวกขึ้นได้ในคืนที่ผ่านมาราว 2%

ประเด็นที่ต้องติดตาม: ติดตามการรายงานการส่งออก (MoM) ของเยอรมัน โดยคาดว่าจะออกมาฟื้นตัวสู่ระดับ 1.2% จากช่วงก่อนหน้าที่หดตัว -3.4% , การจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะรายงานออกมาที่ 1.6 แสนรายจากช่วงก่อนหน้าที่ 1.14 แสนราย และอัตราการว่างงานโดยคาดว่าจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 4.2% จากช่วงก่อนหน้าที่ 4.3%

มุมมองการลงทุน INVX – ตลาดหุ้นโลกมีโอกาสพักตัวหลังจบการรายงานผลประกอบการ อีกทั้งตัวแปรสำคัญในสัปดาห์นี้จะเป็นการรายงานตัวเลขตลาดแรงงาน ส่งผลให้นักลงทุนมีโอกาสที่จะรอดูการรายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตรก่อนปรับสัดส่วนการลงทุนเพิ่มเติม สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (6 - 12 เดือนขึ้นไป) นั้นทาง INVX แนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำ ระหว่างการปรับฐาน เพื่อปรับพอร์ตเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่จะได้รับประโยชน์ในช่วงหลังการเลือกตั้งของสหรัฐฯ

สำหรับคำแนะนำการลงทุนระยะกลางยาว (6 – 12 เดือน) ยังคงแนะนำลงทุนทองคำ หลังด้านราคาทองคำมีการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งขึ้น หลังทิศทางดอกเบี้ยมีความชัดเจนมากขึ้นประกอบกับเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเติบโตได้ โดยเราแนะนำเข้าลงทุนผ่านกองทุน BGOLD และการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งและมีมูลค่าการซื้อขายที่น่าสนใจผ่านกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A