1.หุ้นสหรัฐทดสอบจุดสูงสุดใหม่ ก่อนปิดย่อลงท้ายตลาด
2.ผลสำรวจ CNBC ชี้ FED ลดดอกเบี้ย 0.25%
3.INTC ซด 3 พันล้านเหรียญจากนโยบาย CHIPS Act
4.MSFT จับมือ BLK ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
5.Gavekal Research เตือนระวังหุ้นสหรัฐปรับฐาน
5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 18 ก.ย. 2567

5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ (18 กันยายน 2567)
1.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทดสอบจุดสูงสุดใหม่ก่อนปิดย่อลงท้ายตลาด ด้านดัชนี S&P 500 ได้มีการปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 5670.81 จุด ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบปีและตลอดกาล ก่อนจะย่อตัวลงมาในช่วงท้ายตลาดปิด ณ ระดับ 5634.57 หรือ +0.03% แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงก่อนหน้า ในขณะที่ NASDAQ ปิด ณ ระดับ 19432.40 หรือ +0.05% สาเหตุการย่อตัวในช่วงท้ายตลาดยังคงเป็นประเด็นการประชุม FOMC ที่นักลงทุนส่วนมากยังรอความชัดเจนของผลการประชุม ทำให้ในช่วงสัปดาห์ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจึงแกว่งตัวในกรอบแคบ
2.ผลสำรวจ CNBC ชี้ FED ลดดอกเบี้ย 0.25% ด้านสำนักข่าวซีเอ็นบีซีได้มีการสำรวจความเห็นด้านผลการประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ประจำเดือนกันยายน ผ่านนักเศรษฐศาสตร์ , ผู้จัดการกองทุนตลอดจนนักกลยุทธ์การลงทุนทั้งหมด 27 คน โดยพบว่า 84% ประเมินว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยรอบนี้เพียง 0.25% ในขณะที่มีเพียง 16% ที่มีมุมมองว่าจะลดดอกเบี้ย 0.5% ซึ่งสวนทางกับ CME ที่มีมุมมองว่าจะลด 0.5% สูงถึง 61% ซึ่งสาเหตุที่ผู้จัดการกองทุน ตลอดจนนักเศรษฐศาสตร์นั้นมองว่าควรจะต้องลดเพียง 0.25% นั้นมาจากผู้ตอบแบบสำรวจดังกล่าวส่วนมากราว 74% มองว่าจะมีโอกาสที่จะเกิด Soft-landing ในขณะที่มีเพียง 15% เท่านั้นที่มองว่าจะไม่เกิด
3.INTC ซด 3 พันล้านเหรียญจากนโยบาย CHIPS Act ด้านฝ่ายบริหารของไบเดนมอบเงินสนับสนุนเพิ่มเติมให้กับ INTC สูงสุด 3,000 ล้านดอลลาร์ภายใต้กฎหมาย CHIPS Act สำหรับโครงการ “Secure Enclave” ซึ่งออกแบบมาเพื่อขยายการจัดหาไมโครอิเล็กทรอนิกส์สำหรับกระทรวงกลาโหม โดย INTC กำลังสร้างโรงงานหล่อใน 4 รัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่จะเพิ่มการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศสำหรับซัพพลายเออร์รายอื่น โดยในเดือนมีนาคมฝ่ายบริหารของไบเดนมอบเงินสนับสนุนสูงถึง 8,500 ล้านดอลลาร์ให้กับ INTC ไปแล้วส่วนหนึ่ง ทำให้ปีนี้ ทาง INTC รับเงินสนับสนุนรวมราวหมื่นล้านดอลลาร์จากรัฐบาล
4.MSFT จับมือ BLK ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI การจับมือของยักษ์ใหญ่ของ 2 วงการทางด้าน AI และการเงินการลงทุนครั้งนี้อาจมีมูลค่ารวมสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ หลังการเติบโตของ AI ยังต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องอีกมาก โดยกองทุน Global Artificial Intelligence Infrastructure Investment Partnership หรือ GAIIP นั้นจะนำเงินลงทุนไปพัฒนา Data Centers และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำหรับอุตสาหกรรม AI ด้าน Satya Nadella CEO ของ MSFT กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตของ AI และขับเคลื่อนมันด้วยความยั่งยืน
5.Gavekal Research เตือนระวังหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐาน สำนักวิจัย Gavekal Research ระบุว่าดัชนี S&P 500 กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างราคาทองคำและดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ นั้นมีความผิดปกติ โดย Gavekal ใช้การวิเคราะห์ผ่าน “อัตราส่วนประสิทธิภาพต่อความขาดแคลน” ซึ่งโดยปกติ S&P 500 จะเติบโตดีกว่าทองคำราว 1.3% ต่อปี สะท้อนถึงประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่ออัตราส่วนดังกล่าวลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 ปี จะเป็นสัญญาณการเริ่มต้นของภาวะตลาดหมี ซึ่งในปัจจุบันอัตราส่วนดังกล่าวอยู่บริเวณค่าเฉลี่ยพอดี จึงทำให้ Gavekal แนะนำนักลงทุนให้จับตาสัญญาณการเกิดภาวะตลาดหมีในอนาคตที่กำลังจะมาถึง
ประเด็นที่ต้องติดตาม: ติดตามผลการประชุม FOMC โดยคาดว่าจะลดดอกเบี้ย 0.25% เป็นครั้งแรกในปีนี้และยอดคำขอสร้างบ้านใหม่จากสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะทรงตัวจากช่วงก่อนหน้า ณ ระดับ 1.41 ล้านหลัง
มุมมองการลงทุน INVX – ตลาดหุ้นโลกเริ่มพลิกกลับมาฟื้นตัวหลังตัวเลขเงินเฟ้อออกมาทรงตัวตามตลาดคาดและโดยเราคาดว่าตลาดจะแกว่งตัวแคบก่อนการประชุมนโยบายการเงินสหรัฐฯ กลางสัปดาห์จะจบลง สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (6 - 12 เดือนขึ้นไป) นั้นทาง INVX แนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำ ระหว่างการปรับฐาน เพื่อปรับพอร์ตเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่จะได้รับประโยชน์ในช่วงหลังการเลือกตั้งของสหรัฐฯ
ด้านการลงทุนระยะสั้น (1-3 เดือน) INVX แนะนำลงทุนในตลาดหุ้นไทยผ่านกองทุน KT-HiDiv-A จากแรงหนุนของการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ที่จะสร้างสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทย ตลอดจนลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ผ่านกองทุน SCBKEQTG หลังมีการปรับตัวลงสวนทางกับกำไรที่ยังเติบโต และสำหรับคำแนะนำการลงทุนระยะกลางยาว (6 – 12 เดือน) ยังคงแนะนำลงทุนทองคำ หลังด้านราคาทองคำมีการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งขึ้น หลังทิศทางดอกเบี้ยมีความชัดเจนมากขึ้นประกอบกับเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเติบโตได้ โดยเราแนะนำเข้าลงทุนผ่านกองทุน BGOLD และการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งและมีมูลค่าการซื้อขายที่น่าสนใจผ่านกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A
