Café Invest
Markets

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 20 ก.ย. 2567

5 Bites Breakfast - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้ 20 ก.ย. 2567

5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้
1.หุ้น 7 นางฟ้าฟื้นตัว พาหุ้นสหรัฐปิดแดนบวก
2.แบงก์พาณิชย์สหรัฐ เสี่ยงเพิ่มทุนตามกฎหมาย
3.AAPL แพ้คดีในไอร์แลนด์มูลค่า 1.4 หมื่นล้านเหรียญ
4.เงินเฟ้อ CPI คืนนี้ ชี้ชะตาเฟดจะลดดอกเบี้ยลงเท่าใด
5.เริ่มแล้วดีเบตชิงปธน.สหรัฐ Harris ปะทะ Trump

5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ (20 กันยายน 2567)

1.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดินหน้าบวกต่อทำจุดสูงสุดใหม่ครั้งที่ 39 ในปีนี้ ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซื้อขายกันคึกคักรับเฟดปรับลดดอกเบี้ย 0.50% ซึ่งเป็นการลดที่มากกว่าตลาดคาด โดยดัชนี S&P 500 ปิด ณ ระดับ 5713.65 จุด หรือปรับตัวขึ้นราว +1.70% ในด้านของดัชนี NASDAQ 100 ปิด ณ ระดับ 19839.83 จุด หรือปรับตัวขึ้นราว 2.56% เช่นกัน ในขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำนั้นสามารถปรับตัวบวกได้ราว 1% และด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรโดยรวมนั้นทรงตัวไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก

2.BOE ยืนดอกเบี้ย 5% ไม่ลดตามเฟด คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษลงมติด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 1 ให้คงอัตราดอกเบี้ย โดยมีสมาชิกเพียง 1 ท่านที่สนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25 % ด้าน Kyle Chapman นักวิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนจาก Ballinger Group กล่าวว่า BOE แสดงท่าทีที่เด็ดขาดและแข็งกร้าวกว่าที่คาด พร้อมทั้งส่งสัญญาณการลดดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้งยังคงมติลดปริมาณพันธบัตรลง 100,000 ล้านปอนด์ (133,000 ล้านดอลลาร์) ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าผ่านการขายพันธบัตรที่ดำเนินการอยู่และการปล่อยพันธบัตรครบกำหนดอายุ

3.AMZN เปิดตัว AI ใหม่ Amelia สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานถึงการเปิดตัว Amelia ซึ่งเป็นเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ขายบนแพลตฟอร์มของ AMZN สามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับบัญชีของตนได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงดึงข้อมูลยอดขายและสินค้าคงคลังเพื่อการบริหารได้สะดวกยิ่งขึ้น AMZN ตั้งเป้าว่า Amelia จะเป็น AI ที่เป็นผู้ช่วยที่เชี่ยวชาญด้านการขาย พร้อมทั้งระบุ Amelia นั้นยังอยู่ในรุ่นเบต้าสำหรับผู้ขายบางรายในสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะเปิดตัวในวงกว้างมากขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ถือเป็นเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ล่าสุดจาก AMZN ซึ่งใช้เทคโนโลยีนี้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ค้าปลีก

4.ยุโรปและจีนเตรียมหารือภาษี EV ระลอกใหม่ หลังจากสหภาพยุโรปได้มีแผนจะทำการขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจากเดิม 17.4% สู่ระดับ 37.6% และยกเว้นให้กับผู้ผลิตบางรายอย่าง TSLA ล่าสุดสหภาพยุโรปและจีนตกลงที่จะหารือกันถึงทางออกด้านภาษีมากขึ้นเพื่อเส้นตายที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ด้านสหภาพยุโรปยังส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าจะดำเนินการสืบสวนอย่างเป็นทางการถึงการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีนอย่างไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ดีล่าสุดโฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า “ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะพิจารณาข้อตกลงใหม่อีกครั้ง” ด้านกระทรวงพาณิชย์ของจีนตอบรับประเด็นดังกล่าวว่าทั้งสองฝ่ายจะยังคงหารือเกี่ยวกับข้อตกลงด้านราคาที่เป็นไปได้และมุ่งมั่นที่จะบรรลุข้อตกลง

5.เงินเฟ้อญี่ปุ่นพุ่ง 4 เดือนติด กดดัน BOJ ขึ้นดอกเบี้ย สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานถึงตัวเลขเงินเฟ้อญี่ปุ่นได้มีการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันและถือเป็นระดับที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ 2% ของ BOJ ทำให้นักเศรษฐศาสตร์โดยรวมยังคงคาดการณ์ว่านักลงทุนจะได้เห็นการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ด้านดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมต้นทุนอาหารสดที่มีความผันผวน เพิ่มขึ้น 2.8% YoY ในเดือนสิงหาคมตามตลาดคาด โดยเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาจากราคาไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวข้องปรับตัวสูงขึ้นเนื่องมาจากนโยบายการอุดหนุนราคาพลังงานของรัฐบาลที่หมดลงตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ประเด็นที่ต้องติดตาม: ติดตามผลการประชุม BOJ โดยคาดว่าจะคงดอกเบี้ย 0.25% จากช่วงก่อนหน้า พร้อมติดตามมุมมองการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับลดดอกเบี้ยและการรายงานดัชนี PPI YoY จากเยอรมัน โดยคาดว่าจะยังคงหดตัวราว -1% จากช่วง่กอนหน้าที่ -0.8%

มุมมองการลงทุน INVX – ผลการประชุมนโยบายการเงินสหรัฐฯ กลางสัปดาห์ลดดอกเบี้ยลงมากกว่าที่ตลาดคาดพร้อมทั้งยังมองเศรษฐกิจโตราว 2% ในปีนี้และปีหน้า ทำให้ตลาดสินทรัพย์มีโอกาสฟื้นตัว สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (6 - 12 เดือนขึ้นไป) ทาง INVX แนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำตลอดจนหุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ ระหว่างการปรับฐาน เพื่อปรับพอร์ตเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่จะได้รับประโยชน์ในช่วงหลังการเลือกตั้งของสหรัฐฯ

ด้านการลงทุนระยะสั้น (1-3 เดือน) INVX แนะนำลงทุนในตลาดหุ้นไทยผ่านกองทุน KT-HiDiv-A จากแรงหนุนของการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ที่จะสร้างสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทย ตลอดจนลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ผ่านกองทุน SCBKEQTG หลังมีการปรับตัวลงสวนทางกับกำไรที่ยังเติบโต

สำหรับคำแนะนำการลงทุนระยะกลางยาว (6 – 12 เดือน) หลังทิศทางดอกเบี้ยมีความชัดเจนมากขึ้นประกอบกับเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเติบโตได้ โดยเราแนะนำเข้าลงทุนในทองคำผ่านกองทุน BGOLD และแนะนำกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กของสหรัฐฯ เชิงคุณภาพอย่าง ASP-USSMALL ตลอดจนการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม จากการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งและมีมูลค่าที่น่าสนใจผ่านกองทุน PRINCIPAL VNEQ-A