1.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถูกกลุ่มเทคฯ กดดันปิดในแดนลบ
2.GS ปรับลดโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยเหลือ 15% รับตลาดแรงงานฟื้นตัว
3.คลังเยอรมนียอมรับ ประเทศกำลังสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน
4.SAMSUNG เผยทิศทางกำไรจากการดำเนินงานต่ำคาด
5.GOOGL ไม่รอดแพ้คดีผูกขาด

1.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถูกกลุ่มเทคฯ กดดันปิดในแดนลบ
2.GS ปรับลดโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยเหลือ 15% รับตลาดแรงงานฟื้นตัว
3.คลังเยอรมนียอมรับ ประเทศกำลังสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน
4.SAMSUNG เผยทิศทางกำไรจากการดำเนินงานต่ำคาด
5.GOOGL ไม่รอดแพ้คดีผูกขาด
5 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ สำหรับวันนี้ (8 ตุลาคม 2567)
1.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถูกกลุ่มเทคฯ กดดันปิดในแดนลบ กลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทยอยปิดในแดนลบกดดันให้หุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุมาจากความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจเลือกปรับลดอัตราดอกเบี้ยน้อยลงในเดือนหน้า ทำดัชนี S&P 500 ลดลง -0.96% ปิด ณ ระดับ 5695.93 ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นเหนือ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือ + 3.45% เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ด้านพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังร่วงต่อ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีแตะ 4% สูงที่สุดในรอบ 2 เดือน
2.GS ปรับลดโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยเหลือ 15% รับตลาดแรงงานฟื้นตัว GS ออกบทวิเคราะห์พร้อมปรับลดความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยใน 12 เดือนเหลือ 15% ซึ่งเทียบเท่าค่าเฉลี่ยประวัติศาสตร์ หลังตัวเลขการจ้างงานเดือนกันยายนออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้ความกังวลปัญหาด้านอุปสงค์แรงงานลดลงและอัตราว่างงานในเดือนกันยายนลดลงเหลือ 4.051% ซึ่งต่ำกว่าระดับของเดือนมิถุนายน โดย GS คาดว่าอัตราการจ้างงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งนี้สนับสนุนให้ FOMC มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 BPS ในช่วงต่อจากนี้ พร้อมทั้งคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายของ FED จะอยู่ที่ 3.25%-3.5% ภายในกลางปี 2025
3.คลังเยอรมนียอมรับ ประเทศกำลังสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน คริสเตียน ลินด์เนอร์ รัฐมนตรีคลังเยอรมนี เผยว่าเศรษฐกิจเยอรมนียังไม่พังทลาย แต่ขีดความสามารถการแข่งขันลดลงมามากกว่าสิบปีแล้ว โดย GDP ในปี 2024 คาดว่าจะหดตัวลง -0.2% จากคาดการณ์เดิมที่คาดว่าจะเติบโต 0.3% ลินด์เนอร์ระบุว่า รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฝั่งอุปทานเพื่อฟื้นฟูความสามารถในการแข่งขัน และระบุว่ามาตรการเหล่านี้เป็นเพียงก้าวแรกในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ซึ่งต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้เยอรมนีกลับมาสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งอีกครั้ง
4.SAMSUNG เผยทิศทางกำไรจากการดำเนินงานต่ำคาด SAMSUNG (005930) ประกาศคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 3 อยู่ที่ 9.10 ล้านล้านวอน แม้จะเพิ่มขึ้น 274% จากปีที่แล้ว แต่ยังต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์จาก LSEG ที่ 11.456 ล้านล้านวอน ผลการดำเนินงานของธุรกิจหน่วยความจำซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทลดลง เนื่องจากต้นทุนพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบนี้และผลกระทบจากการปรับสินค้าคงคลังของลูกค้าฝั่งมือถือ รวมถึงการเพิ่มการผลิตสินค้าของบริษัทชิปหน่วยความจำจีน การจัดส่งชิป HBM3E ก็ถูกเลื่อนออกไปเช่นกัน และ SAMSUNG ยังได้ลดจำนวนพนักงานในบางหน่วยธุรกิจลง 30% เพื่อรับมือกับความท้าทายในการดำเนินงาน
5.GOOGL ไม่รอดแพ้คดีผูกขาด ศาลได้สั่งให้ GOOGL ยกเลิกข้อจำกัดที่ขัดขวางนักพัฒนาจากการตั้งตลาดแอปคู่แข่งกับ Google Play Store โดยผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางในซานฟรานซิสโกได้ตัดสินให้ Epic Games ชนะคดีฟ้องร้องที่ยาวนานเกี่ยวกับการต่อต้านการผูกขาดของของ GOOGL ซึ่งในปี 2020 สร้างรายได้กว่า 14.66 พันล้านดอลลาร์ คำตัดสินนี้เกิดขึ้นหลังจาก Epic ผู้พัฒนาเกมยอดนิยม Fortnite และมี Tencent (0700) เป็นเจ้าของนั้นได้โน้มน้าวให้คณะลูกขุนเชื่อว่า Google ใช้อำนาจในตลาดแอป Android อย่างไม่เป็นธรรม ส่งผลให้หุ้น GOOGL ตกลงไปถึง 2.5% ในนิวยอร์ก
ประเด็นที่ต้องติดตาม: ติดตามการรายงานดุลการค้าของสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะรายงานออกมาขาดดุลชะลอตัวลงจากช่วงก่อนหน้าที่ -71.1 พันล้านเหรียญ จากช่วงก่อนหน้าที่คาดดุลที่ -78.8 พันล้านเหรียญ และการรายงานผลประกอบการของ PEP โดยคาดว่าจะรายงาน EPS ออกมาที่ 2.29 vs 2.25
มุมมองการลงทุน INVX – คาดตลาดหุ้นทั่วโลกแกว่งตัวแคบก่อน FOMC minute กลางสัปดาห์ โดยเราคาดว่าตลาดที่จะฟื้นตัวโดดเด่นจะเป็นตลาดหุ้นจีนนำโดย CSI 300 หลังกลับมาเปิดทำการในวันที่ 8 ตุลาคม ในขณะที่นักลงทุนในตลาดโดยรวมจะให้น้ำหนักกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางลดลงและให้น้ำหนักกับการรายงานผลประกอบการของสหรัฐฯ ช่วงปลายสัปดาห์มากขึ้น สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (6 - 12 เดือนขึ้นไป) ทาง INVX ยังคงแนะนำทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามและทองคำตลอดจนหุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ ระหว่างการปรับฐาน เพื่อปรับพอร์ตเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่จะได้รับประโยชน์ในช่วงหลังการเลือกตั้งของสหรัฐฯ
📌 [Event & Technical play] (ระยะสั้น 1-3 เดือน) INVX แนะนำลงทุนใน
กองทุน KT-HiDiv-A จากแรงหนุนของการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ที่จะสร้างสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทย
กองทุน SCBKEQTG ตลาดหุ้นเกาหลีใต้จาก Valuation ที่ถูกสวนทางกับกำไรที่ยังเติบโต
กองทุน KT-PRECIOUS หุ้นเหมืองทอง เนื่องจากราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนการปรับขึ้นของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา
กองทุน K-CHINA-A(A) หลังจีนมีทิศทางกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงินขนาดใหญ่ และ Valuation ถูกมาก
📌 [Theme play] (ระยะยาว 6-12 เดือน) INVX แนะนำลงทุนใน
กองทุน BGOLD ทองคำได้แรงหนุนจากอุปสงค์จากธนาคารกลางทั่วโลก และวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง
กองทุน ASP-USSMALL หุ้นสหรัฐฯ ขนาดเล็กคุณภาพดี จากแนวโน้มการฟื้นตัวกำไรและมีแนวโน้มฟื้นตัวโดดเด่นในระยะข้างหน้า รวมถึงได้ประโยชน์จากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง
กองทุน PRINCIPAL VNEQ-A จากการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง และกำไรเติบโตดี รวมถึงมีมูลค่าที่น่าสนใจ
กองทุน PRINCIPAL VNEQ-A จากการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง และกำไรเติบโตดี รวมถึงมีมูลค่าที่น่าสนใจ