Café Invest
Markets

5 Bites Dinner - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดหุ้นสหรัฐคืนนี้ 24 ต.ค. 2567

5 Bites Dinner - 5 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดหุ้นสหรัฐคืนนี้ 24 ต.ค. 2567

1.S&P500 ฟิวเจอร์สพลิกเขียว! Tesla กำไรทุบสถิติรอบ 1 ปี ราคาหุ้น pre-market +11%
2.เลือกตั้งสหรัฐเดือด! Trump vs Harris คะแนนเท่ากัน 49% ใน 7 รัฐสำคัญ
3.งบ Semiconductor ไม่ได้โตเหมือนกันทั้งหมด Lam Research ดี แต่ Texas Instruments ทรุด INVX แนะนำหุ้นเซมิฯรับ AI อย่าง TSM NVDA AMD ดีกว่า
4.Coca-Cola งบดีแต่หุ้นร่วง! ยอดขายหด INVX มองไม่ใช่หุ้นเก็งกำไร เหมาะลงทุนระยะยาว
5.จีนสั่งเบรก! ระงับขยายฐานผลิต EV ในยุโรป หวั่นสงครามการค้า

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเปิดตลาดสหรัฐคืนนี้ 24 ต.ค. 2567

1. ตลาดหุ้นสหรัฐกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังดัชนี Nasdaq 100 Futures พุ่งขึ้น 0.8% นำโดย Tesla ที่รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดทำกำไรสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ส่งผลให้หุ้นพุ่งแรงถึง 11% ในช่วง Premarket การฟื้นตัวครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีหลังจาก S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่ถึง 47 ครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Alphabet, Amazon และ Meta ที่จะรายงานในสัปดาห์หน้า Colin Graham หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนแบบ Multi-asset ของ Robeco ให้ความเห็นว่า การคาดการณ์กำไรถูกปรับลดลงมากกว่าไตรมาสก่อนหน้า ทำให้บาร์ในการทำกำไรได้ตามคาดต่ำลง ซึ่งอาจเป็นโอกาสให้บริษัทต่างๆ สร้างความประหลาดใจในเชิงบวกได้

2. การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐกำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายที่น่าตื่นเต้น ผลสำรวจล่าสุดจาก Bloomberg News/Morning Consult เผยให้เห็นการแข่งขันที่สูสีระหว่าง Donald Trump และ Kamala Harris โดยทั้งคู่มีคะแนนนิยมเท่ากันที่ 49% ใน 7 รัฐสำคัญ ด้วยค่าความคลาดเคลื่อนทางสถิติเพียง 1% การชิงชัยในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายที่แต่ละฝ่ายต้องเร่งทำแคมเปญโฆษณา จัดการชุมนุมหาเสียง และเคาะประตูบ้านเพื่อระดมคะแนน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้อาจเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าใครจะได้เข้าไปนั่งในทำเนียบขาว ความไม่แน่นอนทางการเมืองครั้งนี้อาจส่งผลต่อความผันผวนในตลาดหุ้นในช่วงเดือนที่เหลือของปี

3. วงการ Semiconductor แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างบริษัทที่ได้และไม่ได้ประโยชน์จากกระแส AI โดย Lam Research ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับผลิตชิประดับสูงรายงานผลประกอบการ F1Q25 น่าประทับใจ ด้วยรายได้ที่เติบโต 20% YoY และกำไรเพิ่มขึ้น 25% YoY พร้อมให้คาดการณ์ที่สดใสโดยมองรายได้จะอยู่ที่ $4-$4.6bn และกำไรต่อหุ้นที่ 77-97 cents ในทางตรงกันข้าม Texas Instruments ที่พึ่งพารายได้จากภาคอุตสาหกรรมและยานยนต์ถึง 70% กลับรายงานยอดขายหดตัว 8.4% YoY โดยทั้งธุรกิจ Analog และ Embedded ต่างได้รับผลกระทบ สะท้อนให้เห็นว่าภาคการผลิตยังคงซบเซาและยังต้องเผชิญกับปัญหาสินค้าคงคลังล้น ความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นว่าการเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่ม Semiconductor ต้องพิจารณาถึงกลุ่มลูกค้าและความเกี่ยวข้องกับ AI เป็นสำคัญ

ความเห็น InnovestX Research : ด้วยภาพนี้ทำให้เราแนะนำอยู่ในกลุ่มเซมิฯที่ได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ AI ที่โตดี TSM NVDA AMD

4. Coca-Cola รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ดีกว่าคาด โดยรายได้เติบโต 9% YoY และกำไรแตะระดับ 77 cents ต่อหุ้น แรงหนุนหลักมาจากการปรับขึ้นราคาสินค้าราว 10% YoY อย่างไรก็ตาม ปริมาณยอดขายรวมกลับหดตัว 1% โดยได้รับแรงกดดันจากทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งน้ำผลไม้ (-3%) เครื่องดื่มซอฟต์ดริ้ง (-1%) และเครื่องดื่มเกลือแร่ (-4%) แม้บริษัทยังคงคาดการณ์การเติบโตของรายได้ประจำปีที่ 10% ตามเป้าหมายเดิม แต่ราคาหุ้นกลับตอบสนองในเชิงลบ เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการหดตัวของยอดขายที่เกิดจากการขึ้นราคา แรงซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมี Sentiment เชิงลบจากข่าวการระบาดของเชื้อ E. coli ใน McDonald's แม้บริษัทจะยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อ KO

ความเห็น InnovestX Research : เรามองว่าหุ้น KO เป็นหุ้นที่ไม่ควรลงทุนเพื่อคาดหวังการเติบโต แต่เป็นหุ้นที่เหมาะกับการลงทุนในช่วงเวลานี้ที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากเป็นหุ้น Quality ที่มีความผันผวนน้อยและมี Pricing Power ที่คงที่ ขณะที่ในช่วงเวลาปกติ เรามองว่าเหมาะกับการลงทุนในระยะกลาง-ยาว เนื่องจากมีผลการดำเนินงานค่อนข้างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ดีเรามองว่าเป็นหุ้นที่ควรมีติดพอร์ต เนื่องจากช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดี


5. จีนได้ออกคำสั่งให้บริษัทรถยนต์ในประเทศระงับการขยายฐานการผลิตในสหภาพยุโรป ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดเปิดเผยว่า ปักกิ่งกำลังสั่งการให้ผู้ผลิตรถยนต์ระงับการค้นหาพื้นที่ผลิตใหม่ๆ และการลงนามในข้อตกลงใหม่ในภูมิภาคยุโรป พร้อมทั้งแนะนำให้รักษาโปรไฟล์ต่ำระหว่างการเจรจาเรื่องภาษีนำเข้า EV จากจีน ล่าสุด Dongfeng Motor Group บริษัทรถยนต์ของรัฐได้ระงับแผนการผลิตรถยนต์ในอิตาลีตามคำเตือนดังกล่าวแล้ว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของสงครามการค้า EV ระหว่างจีนและยุโรปที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยานยนต์โลกในระยะยาว

💡 โอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐไม่เคยหยุดนิ่ง! เริ่มต้นลงทุนกับ InnovestX คลิก https://innovestx.onelink.me/23if/u2qmpt6r