Café Invest
Markets

ABB งบ 3Q26 คำสั่งซื้อ AI สูงเป็นประวัติการณ์ แต่หุ้นถูกขายจากความคาดหวังที่สูง

ABB งบ 3Q26 คำสั่งซื้อ AI สูงเป็นประวัติการณ์ แต่หุ้นถูกขายจากความคาดหวังที่สูง

ABB รายงานผลประกอบการ 3Q26 กำไรดำเนินงานเพิ่มขึ้น 24% YoY สูงกว่าคาดเล็กน้อย ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้น 40% YoY สูงกว่าคาด 5.5% จากความต้องการ Data Center ที่เติบโตมากกว่า 100% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิต่ำกว่าคาด 16.2% ส่งผลให้หุ้นปรับลดลงกว่า 5% ท่ามกลางความคาดหวังของตลาดที่สูง โดย INVX ยังคงมุมมองบวกต่อกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าสำหรับ AI ในระยะกลางถึงยาว จากคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการลงทุน Data Center ที่สนับสนุนการเติบโตในปี 2027–2028 โดยชอบ Eaton, Schneider Electric, ABB และ GE Vernova อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นราคาหุ้นยังมีแนวโน้มผันผวนจากความคาดหวังที่สูง แม้ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง

1. ภาพรวมผลประกอบการ 3Q26: คำสั่งซื้อและกำไรดำเนินงานดีกว่าคาด แต่กำไรสุทธิต่ำกว่าคาด

ABB รายงานผลประกอบการ 3Q26 ในภาพรวมแบบผสม โดยรายได้เพิ่มขึ้น 14% YoY สู่ $9.70 พันล้าน ใกล้เคียงตลาดคาด ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 24% YoY เป็น $2.03 พันล้าน สูงกว่าคาดเล็กน้อย และอัตรากำไรเพิ่มขึ้นเป็น 20.8% จาก 19.2% ในปีก่อน ปัจจัยบวกสำคัญมาจากคำสั่งซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้น 40% YoY สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $12.06 พันล้าน สูงกว่าคาด 5.5% โดยความต้องการจาก Data Center เติบโตมากกว่า 100% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลง 2% YoY เหลือ $1.18 พันล้าน ต่ำกว่าคาด 16.2% จากต้นทุนทางการเงินและรายการปรับมูลค่าสัญญาป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้หุ้น ABB ปรับลดลงกว่า 5% แม้แนวโน้มธุรกิจหลักยังแข็งแกร่ง

ตารางที่ 1: สรุปผลประกอบการ 3Q26 เทียบปีก่อนและตลาดคาด (หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

รายการ

3Q26

YoY

เทียบคาด

คำสั่งซื้อใหม่

12,055

+40%

+5.5%

รายได้

9,701

+14%

-0.7%

กำไรขั้นต้น

3,939

+13%

—

อัตรากำไรขั้นต้น

40.6%

-0.6 จุด

-0.2 จุด

กำไรจากการดำเนินงาน

1,846

+15%

—

Operational EBITA

2,026

+24%

+1.3%

อัตรากำไร EBITA

20.8%

+1.6 จุด

+0.2 จุด

กำไรสุทธิ

1,181

-2%

-16.2%

กำไรต่อหุ้น (ดอลลาร์)

0.65

-2%

—

กระแสเงินสดจากดำเนินงาน

1,862

+5%

+14.9%

กระแสเงินสดอิสระ

1,576

+2%

+29%

รายละเอียดผลประกอบการที่สำคัญ

1.1 รายได้เติบโต 14% จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าสำหรับ AI

ABB มีรายได้ $9.70 พันล้าน เพิ่มขึ้นจาก $8.49 พันล้านในปีก่อน หรือเติบโต 14% YoY โดยมีธุรกิจ Electrification เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก จากการลงทุนระบบจ่ายไฟของ Data Center และผู้ให้บริการสาธารณูปโภค ขณะที่ธุรกิจ Motion ยังขยายตัวตามความต้องการมอเตอร์และระบบขับเคลื่อนในภาคอุตสาหกรรม แต่ธุรกิจ Automation เติบโตช้ากว่ากลุ่มอื่น สะท้อนความแตกต่างของการลงทุนระหว่างโครงสร้างพื้นฐาน AI กับภาคอุตสาหกรรมทั่วไป

1.2 กำไรดำเนินงานเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น

Operational EBITA เพิ่มขึ้น 24% YoY สู่ $2.03 พันล้าน โดยอัตรากำไรเพิ่มขึ้น 1.6 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็น 20.8% สูงกว่าตลาดคาดที่ 20.6% จากสัดส่วนรายได้ธุรกิจ Electrification ที่มีอัตรากำไรสูง และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 41.2% เป็น 40.6% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังมีอยู่ แม้ความสามารถในการทำกำไรระดับดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น

1.3 กำไรสุทธิต่ำกว่าคาดจากรายการทางการเงิน ไม่ใช่การอ่อนตัวของธุรกิจหลัก

กำไรสุทธิอยู่ที่ $1.18 พันล้าน ลดลง 2% YoY และต่ำกว่าตลาดคาดที่ $1.41 พันล้าน โดยมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายทางการเงิน รวมถึงการปรับมูลค่าสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อกิจการ Rotork ซึ่งบางส่วนเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสดโดยตรง เราจึงมองว่าการต่ำกว่าคาดของกำไรสุทธิไม่ได้สะท้อนการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจหลัก แต่ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามหากต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง

1.4 กระแสเงินสดแข็งแกร่ง แม้บริษัทเพิ่มการลงทุนรองรับคำสั่งซื้อ

ABB สร้างกระแสเงินสดอิสระ $1.58 พันล้าน เพิ่มขึ้น 2% YoY และสูงกว่าตลาดคาดประมาณ 29% ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 5% YoY เป็น $1.86 พันล้าน สะท้อนความสามารถในการสร้างเงินสดจากธุรกิจหลัก แม้บริษัทกำลังเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยกระแสเงินสดอิสระในช่วง 9M26 เพิ่มขึ้น 22% YoY เป็น $3.71 พันล้าน ช่วยสนับสนุนทั้งการลงทุนและการเข้าซื้อกิจการในอนาคต

ตารางที่ 2: ผลการดำเนินงานแยกตามธุรกิจ

ธุรกิจ

รายได้เติบโต

อัตรากำไร EBITA

เทียบคาด

Electrification

+21%

25.6%

คำสั่งซื้อสูงกว่าคาด 12%

Motion

+9%

19.1%

รายได้สูงกว่าคาด 2%

Automation

+5%

14.8%

คำสั่งซื้อต่ำกว่าคาด 9%

Electrification เป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งที่สุด โดยคำสั่งซื้อใหม่สูงถึงประมาณ $7.7 พันล้าน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากความต้องการอุปกรณ์จ่ายไฟ ระบบควบคุมไฟฟ้า และเทคโนโลยีสำหรับ Data Center ขณะที่อัตรากำไรเพิ่มขึ้นจาก 24.5% ในปีก่อนเป็น 25.6% สะท้อนว่าการขยายตัวของธุรกิจดังกล่าวช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไร

Motion ยังคงเติบโต แต่ต้นทุนกดดันอัตรากำไร โดยรายได้เพิ่มขึ้น 9% YoY จากความต้องการอุปกรณ์ขับเคลื่อนและมอเตอร์ในหลายอุตสาหกรรม แม้อัตรากำไร 19.1% จะสูงกว่าคาด แต่ลดลงประมาณ 1 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของการเข้าซื้อธุรกิจ Gamesa และการปรับราคาขายที่ยังชดเชยต้นทุนเพิ่มขึ้นได้ไม่เต็มที่

Automation เป็นธุรกิจที่อ่อนแอที่สุดในไตรมาสนี้ โดยรายได้เติบโตเพียง 5% และคำสั่งซื้อใหม่ต่ำกว่าคาด 9% สะท้อนความระมัดระวังด้านการลงทุนของลูกค้าอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นเป็น 14.8% จากประมาณ 13.9% ในปีก่อนบนฐานธุรกิจที่ปรับให้เปรียบเทียบกันได้ แสดงให้เห็นว่าบริษัทยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ แม้ยอดขายไม่ได้เติบโตสูง

2. แนวโน้มธุรกิจปี 2026–2027: ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ แต่ยังไม่เกินความคาดหวังของตลาด

ABB ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของรายได้ปี 2026 เป็นระดับเลขสองหลักช่วงต้น (Low Teens) จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตตั้งแต่เลขสองหลักระดับต่ำถึงช่วงต้นของหลักสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ โดยเป็นการยกระดับกรอบล่างของประมาณการ หลังคำสั่งซื้อในธุรกิจ Electrification แข็งแกร่งกว่าคาด อย่างไรก็ตาม ตลาดประเมินการเติบโตไว้ประมาณ 13% อยู่แล้ว ทำให้การปรับเพิ่มเป้าหมายครั้งนี้ไม่ได้สร้างแรงสนับสนุนต่อราคาหุ้นมากนัก

ตารางที่ 3: แนวโน้มและคาดการณ์ผลประกอบการ

รายการ

แนวโน้มล่าสุด

การเปลี่ยนแปลง

รายได้ 4Q26

เติบโตใกล้ 14% YoY

ยืนยันแนวโน้มแข็งแกร่ง

อัตรากำไร EBITA 4Q26

ลดลง QoQ น้อยกว่าฤดูกาลปกติ

แนวโน้มบวก

รายได้ปี 2026

เติบโตระดับ Low Teens

ปรับเพิ่ม

อัตรากำไร EBITA ปี 2026

เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2.7 จุด YoY

คงเป้าหมายล่าสุด

คำสั่งซื้อต่อรายได้

มากกว่า 1 เท่า

แนวโน้มบวก

เงินลงทุนต่อปี

ประมาณ $1 พันล้าน

ไม่คาดเพิ่มในระยะกลาง

แนวโน้มปี 2027

คำสั่งซื้อคงค้างหนุนการเติบโต

บวก แต่ยังไม่มีเป้าหมายเป็นทางการ

2.1 ยอดคำสั่งซื้อคงค้างหนุนโอกาสเติบโตในปี 2027–2028

ประเด็นสำคัญที่สุดต่อแนวโน้มระยะกลางคือยอดคำสั่งซื้อคงค้างที่เพิ่มขึ้น 37% YoY เป็น $32.3 พันล้าน ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่มากกว่ารายได้ในไตรมาสเดียวกัน 24% สะท้อนว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ยังสูงกว่าความสามารถในการส่งมอบในปัจจุบัน โดยเฉพาะอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าสำหรับ Data Center และโครงข่ายไฟฟ้า

เรามองว่ายอดคำสั่งซื้อดังกล่าวช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ในปี 2027–2028 โดย Bloomberg Intelligence ประเมินว่ารายได้จาก Data Center ของ ABB อาจเพิ่มขึ้นเกิน $7 พันล้านในปี 2027 อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ยังขึ้นอยู่กับระยะเวลาส่งมอบสินค้า ความพร้อมของกำลังการผลิต และการดำเนินโครงการของลูกค้า

2.2 ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตยังมาจากโครงสร้างพื้นฐาน AI และระบบไฟฟ้า

แนวโน้มการลงทุนใน Data Center ขนาดใหญ่ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้า อุปกรณ์ตัดต่อวงจร ระบบจ่ายไฟ และอุปกรณ์บริหารจัดการพลังงาน เนื่องจากการเพิ่มจำนวนเซิร์ฟเวอร์ AI ทำให้ความต้องการกำลังไฟฟ้าและประสิทธิภาพในการจ่ายไฟสูงขึ้น

นอกจาก Data Center แล้ว การลงทุนปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมยังช่วยกระจายแหล่งรายได้ของ ABB ทำให้บริษัทไม่ได้พึ่งพาการลงทุน AI เพียงด้านเดียว และมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายระบบไฟฟ้าในระยะยาว

2.3 การรักษาอัตรากำไรเป็นปัจจัยสำคัญกว่าการเพิ่มรายได้เพียงอย่างเดียว

แม้รายได้เติบโตแข็งแกร่ง แต่ต้นทุนวัตถุดิบ การขยายกำลังการผลิต และค่าใช้จ่ายจากการเข้าซื้อกิจการยังเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรบางธุรกิจ โดยเฉพาะ Motion และ Automation

เรามองว่าประเด็นสำคัญสำหรับปี 2027 คือความสามารถของ ABB ในการรักษาอัตรากำไร EBITA ระดับสูงกว่า 20% ควบคู่กับการเพิ่มรายได้จากคำสั่งซื้อคงค้าง เนื่องจากการขยายตัวของกำไรที่เร็วกว่ารายได้จะเป็นปัจจัยสนับสนุนมูลค่าหุ้นได้มากกว่าการเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียว

3. มุมมองผู้บริหาร: เน้นขยายกำลังผลิตอย่างมีวินัย พร้อมรุกเทคโนโลยีระบบไฟฟ้ากระแสตรง

จากคำแถลงผลประกอบการ 3Q26 ของ Morten Wierod ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ABB ผู้บริหารยังมีมุมมองเชิงบวกต่อความต้องการอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยเฉพาะ Data Center และระบบจ่ายไฟ แต่ให้ความสำคัญกับการรักษาความสามารถในการทำกำไรและผลตอบแทนจากการลงทุนมากกว่าการขยายกำลังผลิตอย่างรวดเร็ว

3.1 ความต้องการ Data Center ยังเพิ่มขึ้น และคำสั่งซื้อแข็งแกร่งกว่าฤดูกาลปกติ

ผู้บริหารระบุว่าคำสั่งซื้อใหม่ใน 3Q26 ทำสถิติสูงสุด แม้โดยปกติไตรมาสดังกล่าวจะเป็นช่วงที่คำสั่งซื้อลดลงตามฤดูกาล โดยเฉพาะ Data Center ที่มีคำสั่งซื้อเติบโตมากกว่า 100% YoY สะท้อนว่าความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่ง

เรามองว่าปัจจัยดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะช่วยยืนยันว่าการใช้จ่ายด้าน AI ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ผลิตชิปหรือผู้ให้บริการคลาวด์ แต่ได้ขยายไปสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่จำเป็นต่อการเปิดใช้งานศูนย์ข้อมูล

3.2 ขยายกำลังการผลิตแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อควบคุมต้นทุน

ABB คาดว่าระดับเงินลงทุนต่อปีจะอยู่ราว $1 พันล้าน โดยยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มสูงกว่านี้ในระยะกลาง บริษัทจะเน้นการขยายกำลังผลิตทีละส่วน เพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบอัตโนมัติ และใช้ผู้รับจ้างผลิตภายนอกเฉพาะกรณีที่เหมาะสม

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าผู้บริหารต้องการใช้ประโยชน์จากความต้องการอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยไม่สร้างภาระต้นทุนคงที่มากเกินไป ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงหากการลงทุน Data Center ชะลอตัวในอนาคต

3.3 เปิดตัว Infinitus DC รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า 800V DC

ABB เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Infinitus Direct Current สำหรับระบบจ่ายไฟกระแสตรงภายใน Data Center โดยมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและรองรับกำลังไฟฟ้าที่สูงขึ้นของเซิร์ฟเวอร์ AI ซึ่งบริษัทสามารถให้บริการตั้งแต่ระบบจ่ายไฟต้นทางจนถึงตู้เซิร์ฟเวอร์

ผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่ หม้อแปลงไฟฟ้าแบบ Solid State Transformer ที่คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในครึ่งหลังปี 2027 โดยเทคโนโลยีดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มมูลค่าต่อโครงการของ ABB จากการจำหน่ายอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าที่มีความซับซ้อนสูงขึ้น

ทั้งนี้ ในการประชุมผลประกอบการ 2Q26 ผู้บริหารเคยระบุว่าระบบ 800V DC ยังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อม และคาดว่าจะเริ่มมีผลเชิงพาณิชย์ชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปี 2027–2028 ดังนั้น เรามองว่าเทคโนโลยีนี้เป็นโอกาสเติบโตระยะกลาง มากกว่าจะเป็นปัจจัยหลักต่อรายได้ปี 2026

3.4 ร่วมทุน Mitsubishi Electric เพิ่มโอกาสเติบโตในญี่ปุ่นและเอเชีย

ABB ประกาศลงทุนประมาณ $495 ล้าน เพื่อถือหุ้น 51% ในกิจการร่วมทุนด้านระบบจ่ายไฟแรงดันต่ำของ Mitsubishi Electric (6503 JP) โดยธุรกิจเป้าหมายมีรายได้ราว $640 ล้านต่อปี และคาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จในครึ่งหลังปี 2027

การลงทุนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าของ ABB ในญี่ปุ่น พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าในเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะการลงทุน Data Center และระบบไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม บริษัทตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำไร EBITA ของกิจการร่วมทุนเป็นอย่างน้อย 20% ภายใน 5 ปี จากการเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางจำหน่ายร่วมกัน การนำเทคโนโลยี ABB ไปจำหน่ายให้ลูกค้า Mitsubishi Electric และการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

การซื้อกิจการมีมูลค่าประมาณ 11 เท่าของ EV/EBITDA ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าประเมินของ ABB เอง สะท้อนแนวทางขยายธุรกิจผ่านสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าโดยตรง แตกต่างจาก Schneider Electric และ Siemens ซึ่งให้ความสำคัญกับการซื้อธุรกิจซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมมากกว่า

4. ทำไมหุ้น ABB ปรับลดลง แม้คำสั่งซื้อดีกว่าคาด?

หุ้น ABB ปรับลดลงประมาณ 5–7% ระหว่างการซื้อขายวันที่ 20 ต.ค. 2026 แม้ผลประกอบการหลักและคำสั่งซื้อแข็งแกร่ง เนื่องจากตลาดมีความคาดหวังสูงต่อการเติบโตของธุรกิจระบบไฟฟ้าสำหรับ AI หลังราคาหุ้นปรับขึ้นมากในช่วงก่อนหน้า

ประเด็นสำคัญคือการเติบโตของคำสั่งซื้อ Data Center ไม่ได้สร้างความประหลาดใจต่อตลาดมากนัก หลัง Schneider Electric รายงานแนวโน้มความต้องการที่แข็งแกร่งก่อนหน้านี้ ขณะที่กำไรสุทธิ ABB ต่ำกว่าคาด และการปรับเพิ่มแนวโน้มรายได้ปี 2026 ยังอยู่ในกรอบประมาณการเดิมของนักวิเคราะห์

นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าของเงินลงทุน AI และความสามารถในการระดมทุนของผู้พัฒนา Data Center เริ่มกดดันความเชื่อมั่นของตลาด ทำให้นักลงทุนต้องการเห็นการเติบโตของกำไรและกระแสเงินสดที่ชัดเจน มากกว่าการเติบโตของคำสั่งซื้อเพียงอย่างเดียว

เราจึงมองว่าการปรับลดลงของหุ้น ABB เป็นผลจากทั้งความคาดหวังด้านมูลค่าหุ้นและภาวะตลาด มากกว่าสัญญาณการเสื่อมถอยของความต้องการอุปกรณ์ไฟฟ้าในปัจจุบัน

5. มุมมองของ INVX

เรามีมุมมอง เชิงบวกต่อกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและระบบจ่ายไฟสำหรับ AI ในระยะกลางถึงยาว หลังผลประกอบการ ABB ยืนยันว่าการลงทุน Data Center ยังสร้างความต้องการอุปกรณ์ไฟฟ้าในระดับสูง โดยเฉพาะธุรกิจ Electrification ที่มีคำสั่งซื้อเติบโตแข็งแกร่ง และความต้องการจาก Data Center เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% YoY ซึ่งช่วยสนับสนุนแนวโน้มกำไรของผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าในปี 2027–2028

อย่างไรก็ตาม การตอบสนองเชิงลบของราคาหุ้น ABB สะท้อนว่าตลาดเริ่มแยกความแตกต่างระหว่างการเติบโตของอุตสาหกรรมกับความคุ้มค่าของมูลค่าหุ้น เราจึงแนะนำให้เลือกลงทุนในบริษัทที่มีคำสั่งซื้อคงค้างสูง สามารถรักษาอัตรากำไร และสร้างกระแสเงินสดได้ดี มากกว่าการลงทุนตามกระแส AI ทั้งกลุ่ม

ระยะสั้น: ราคาหุ้นในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าสำหรับ AI ยังมีแนวโน้มผันผวนจากความคาดหวังของตลาดที่อยู่ในระดับสูง แม้ปัจจัยพื้นฐานและคำสั่งซื้อยังแข็งแกร่ง

ระยะกลางถึงยาว: เรายังคงมุมมองบวกต่อ Eaton, Schneider Electric, ABB และ GE Vernova เนื่องจากได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าซึ่งจำเป็นต่อการขยาย Data Center โดยให้น้ำหนักกับบริษัทที่สามารถเปลี่ยนคำสั่งซื้อเป็นรายได้และกระแสเงินสดได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้ ความเสี่ยงสำคัญคือการชะลอลงของการลงทุน AI การเลื่อนส่งมอบโครงการ ต้นทุนวัตถุดิบ และการแข่งขันด้านราคาที่อาจกดดันอัตรากำไร

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

ABB งบ 3Q26 คำสั่งซื้อ AI สูงเป็นประวัติการณ์ แต่หุ้นถูกขายจากความคาดหวังที่สูง | Café Invest