จีนเดินหน้าเติมทุนให้ธนาคารรัฐขนาดใหญ่รอบใหม่ โดย AgBank เตรียมเพิ่มทุนสูงสุด RMB160bn และ ICBC RMB100bn เพื่อเสริม Core Tier-1 ขณะที่มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนต่อเนื่องจากรอบปี 2025 ที่ CCB, BOC, BoCom และ PSBC ได้รับเงินทุนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เงินทุนใหม่มีแนวโน้มช่วยเสริมความแข็งแกร่งของงบดุลและความสามารถรองรับความเสี่ยง มากกว่าทำให้สินเชื่อเร่งตัวทันที เนื่องจากความต้องการสินเชื่อยังอ่อนและส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิอยู่ในระดับต่ำ โดย INVX มองบวกเชิงโครงสร้างต่อธนาคารรัฐขนาดใหญ่ เพราะฐานทุนและความยั่งยืนของเงินปันผลดีขึ้น และให้น้ำหนัก CCB และ BOC มากที่สุด จากฐานเงินกองทุนที่แข็งแรง ความเสี่ยง dilution ต่ำกว่า ICBC และยังมีความน่าสนใจด้านเงินปันผล
จีนเติมทุนแบงก์ใหญ่รอบใหม่ หนุนฐานทุนและเงินปันผล

1) AgBank และ ICBC รับเงินเพิ่มทุนรอบใหม่จากภาครัฐ
Agricultural Bank of China (AgBank) เตรียมเพิ่มทุนไม่เกิน RMB160bn ขณะที่ ICBC เตรียมเพิ่มทุน RMB100bn โดยเงินทั้งหมดจะถูกนำไปเสริมเงินกองทุน Core Tier-1 เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับความเสี่ยงและเปิดพื้นที่สำหรับการขยายงบดุลในอนาคต กระทรวงการคลังจีนจะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ AgBank จำนวน RMB130bn และ ICBC จำนวน RMB70bn ขณะที่ China National Tobacco จะร่วมลงทุนในทั้งสองธนาคารด้วย
เมื่อรวมสถาบันการเงินอื่น ทั้งธนาคารและบริษัทประกัน มีอย่างน้อย 8 แห่งที่เตรียมระดมทุนรวมประมาณ RMB360bn โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้สนับสนุนมากกว่า 80% ผ่านการออกพันธบัตรรัฐบาลพิเศษวงเงิน RMB300bn นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มทุนให้ PICC, China Life, China Taiping, China Reinsurance และสถาบันการเงินของรัฐอื่นๆ ด้วย
2) การเพิ่มทุนครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนว่าธนาคารขาดเงินทุน
แม้วงเงินเพิ่มทุนอยู่ในระดับสูง แต่ฐานเงินกองทุนของธนาคารจีนโดยรวมยังเพียงพอ โดย ณ เดือน มิ.ย. อัตราส่วนเงินกองทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 15.26% และ Core Tier-1 อยู่ที่ 10.72% ดังนั้นเป้าหมายของรัฐบาลจึงไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาขาดเงินทุนเฉียบพลัน แต่ต้องการเพิ่มกันชนให้ธนาคารสามารถรับแรงกดดันจากเศรษฐกิจชะลอและความเสี่ยงด้านสินทรัพย์ได้ดีขึ้น
เหตุผลสำคัญคือส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิของระบบธนาคารลดลงสู่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ หลังธนาคารถูกผลักดันให้ลดต้นทุนสินเชื่อเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ ส่งผลให้ความสามารถในการสะสมทุนผ่านกำไรลดลง ขณะเดียวกันยังต้องรองรับความเสี่ยงจากอสังหาริมทรัพย์ หนี้รัฐบาลท้องถิ่น และสินเชื่อรายย่อย
3) เป็นการเติมทุนต่อเนื่องจากรอบปี 2025
มาตรการครั้งนี้เป็นส่วนต่อเนื่องของโครงการเพิ่มทุนให้ธนาคารรัฐขนาดใหญ่ โดยในปี 2025 CCB, BOC, BoCom และ PSBC ได้รับเงินทุนจากรัฐบาลไปแล้ว ขณะที่ ICBC เป็นหนึ่งในธนาคารที่เข้ารับเงินเพิ่มทุนในรอบล่าสุด
เมื่อรวม ICBC กระทรวงการคลังจะใส่เงินเข้าสู่ธนาคารขนาดใหญ่ 5 แห่ง ได้แก่ ICBC, CCB, BOC, BoCom และ PSBC รวมประมาณ RMB600bn ตั้งแต่ปี 2025
การเพิ่มทุนรอบนี้เป็นช่วงท้ายของโครงการเสริมเงินกองทุนธนาคารขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้กลุ่มธนาคารรัฐมีฐานทุนแข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดเล็กที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในระดับเดียวกัน
4) เงินทุนใหม่ช่วยงบดุลมากกว่าช่วยเร่งสินเชื่อ
ผลบวกหลักของเงินเพิ่มทุนไม่ได้อยู่ที่การเร่งการเติบโตของสินเชื่อในระยะสั้น เพราะปัญหาปัจจุบันคือ ความต้องการสินเชื่อยังอ่อน มากกว่าธนาคารไม่มีเงินทุนเพียงพอ
หลัง CCB, BOC, BoCom และ PSBC ได้รับเงินทุนในปี 2025 การเติบโตของสินเชื่อไม่ได้เร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังชะลอตามแนวโน้มอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้ AgBank และ ICBC จึงมีแนวโน้มเห็นผลลัพธ์คล้ายกัน โดยเงินทุนใหม่จะถูกใช้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล เพิ่มความสามารถรองรับความเสียหาย และเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายสินทรัพย์เมื่อความต้องการสินเชื่อกลับมา
อีกประเด็นคือสินเชื่อใหม่เริ่มกระจุกตัวมากขึ้นในภาคธุรกิจ ซึ่งใช้เงินกองทุนสูงกว่าสินเชื่อบางประเภท ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงเติบโตเร็วกว่าสินเชื่อ ดังนั้นการมีฐาน CET1 ที่แข็งแรงขึ้นจึงมีความสำคัญต่อความสามารถในการเติบโตของธนาคารในระยะกลาง
5) ICBC มีความเสี่ยงจาก dilution ในระยะสั้น
สำหรับ ICBC ประเด็นสำคัญระยะสั้นอยู่ที่ผลกระทบจากการออกหุ้นใหม่ โดยราคาขายหุ้นเพิ่มทุนจะอ้างอิงกับราคาเฉลี่ย A-share ในช่วง 20 วันก่อนหน้า ขณะที่รายละเอียดวันอ้างอิงราคาสุดท้ายยังไม่ได้ข้อสรุป
ภายใต้สมมติฐานราคาหุ้นเฉลี่ยถึงวันที่ 4 ก.ย. EPS ปี 2026 อาจถูกลดทอนประมาณ 3.5% และ BVPS ลดลงประมาณ 1.6% อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มกำไรและมูลค่าทางบัญชีที่ยังเติบโต ผลกระทบดังกล่าวมีโอกาสถูกชดเชยภายในประมาณ 2 ปี
จุดที่ต้องติดตามคือเงื่อนไขราคาขายหุ้น เพราะฝ่ายบริหารระบุว่าสามารถพิจารณากำหนดราคาที่ช่วยลดผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิมได้ หากราคาหุ้นผันผวนในช่วงดำเนินการ ดังนั้น dilution จริงอาจต่ำกว่ากรณีฐานได้
6) เงินปันผลยังเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ
แม้จะมีการเพิ่มทุน แต่ธนาคารรัฐขนาดใหญ่ยังสามารถรักษาการจ่ายเงินปันผลได้ โดยใน 1H26 ธนาคารขนาดใหญ่ 5 แห่งเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลจาก 30% เป็น 31% ซึ่งเทียบเท่ากับการเพิ่มเงินปันผลต่อหุ้นราว 3% ภายใต้สมมติฐานอื่นคงเดิม
ทั้งนี้ การเพิ่มทุนข้างต้นและการจ่ายเงินปันผลไม่ได้เกิดขัดแย้งกัน เพราะรัฐบาลช่วยเติมทุนให้ธนาคาร ขณะที่ผู้ถือหุ้นยังได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผล ปัจจุบันธนาคารขนาดใหญ่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 4–5% เทียบกับพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปีที่ประมาณ 1.68% จึงยังมีส่วนต่างผลตอบแทนที่น่าสนใจ
7) คุณภาพสินทรัพย์ยังเป็นปัจจัยชี้ขาดระยะยาว
แม้เงินกองทุนแข็งแรงขึ้น แต่ความสามารถในการรักษากำไรและเงินปันผลระยะยาวยังขึ้นอยู่กับคุณภาพสินทรัพย์ โดยผู้บริหารธนาคารมองว่าความเสี่ยงจากอสังหาริมทรัพย์ลดลงบางส่วน และรูปแบบการให้สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ใหม่ช่วยจำกัดความเสี่ยงจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย
อย่างไรก็ตาม สินเชื่อรายย่อยยังเป็นพื้นที่ที่ต้องติดตาม ขณะที่ธนาคารยังเพิ่มการตั้งสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยง โดยใน 2Q26 ธนาคารขนาดใหญ่ 5 แห่งเพิ่มการตั้งสำรองเฉลี่ย 25% YoY ขณะที่ ICBC เพิ่ม 23% YoY แม้สัดส่วนเงินสำรองต่อหนี้เสียยังทรงตัวในระดับสูง
8) มุมมองของ INVX
เรามอง เป็นบวกต่อธนาคารรัฐขนาดใหญ่ของจีนในเชิงโครงสร้าง เพราะการเพิ่มทุนช่วยเสริม CET1 เพิ่มความสามารถรองรับหนี้เสีย และสนับสนุนความยั่งยืนของเงินปันผล โดยเฉพาะในภาวะที่ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิและการเติบโตของสินเชื่อยังอ่อน ขณะเดียวกันช่องว่างระหว่างธนาคารขนาดใหญ่กับธนาคารขนาดเล็กมีแนวโน้มกว้างขึ้น เพราะธนาคารรัฐได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนโดยตรงจากรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ผลบวกต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัด เนื่องจากการเพิ่มทุนไม่ได้แก้ปัญหาความต้องการสินเชื่อที่อ่อนหรือส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิที่ต่ำโดยตรง ดังนั้นธีมลงทุนหลักของกลุ่มยังอยู่ที่ ความแข็งแกร่งของงบดุล คุณภาพสินทรัพย์ และเงินปันผล มากกว่าการเร่งตัวของกำไร
โดยเรามองบวกต่อ CCB และ BOC ที่สุดในกลุ่มธนาคารรัฐจีนขนาดใหญ่ โดย CCB มีฐานเงินกองทุนแข็งแรงขึ้นหลังได้รับเงินทุนในรอบก่อนหน้า ขณะที่ไม่เผชิญ dilution รอบใหม่ในระดับเดียวกับ ICBC อีกทั้งยังมีจุดแข็งด้านเงินปันผลและคุณภาพงบดุล ด้าน BOC ได้รับประโยชน์จากการเติมทุนไปแล้วและมีฐาน CET1 แข็งแรงขึ้น ขณะที่ยังมีความน่าสนใจจากเงินปันผล จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่มีฐานทุนแข็งแรงและความเสี่ยง dilution ต่ำกว่า ICBC
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

