ผลประกอบการ 2Q26 ของ Arista Networks (ANET23), Tower Semiconductor (TSEMI23) และ Lattice Semiconductor ออกมาแข็งแกร่งกว่าตลาดคาดทั้งรายได้และกำไร โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ขยายตัวจากชิปประมวลผลไปยังระบบเครือข่ายความเร็วสูง การเชื่อมต่อด้วยแสงและชิปควบคุม FPGA ส่งผลให้อัตรากำไรขยายตัวดีขึ้นตามสัดส่วนสินค้ามูลค่าสูง พร้อมปรับเพิ่มแนวโน้มการเติบโตในไตรมาส 3 และภาพรวมทั้งปีขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้เล่นในกลุ่มอุปกรณ์สนับสนุนและโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงมีอำนาจในการกำหนดราคาและได้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องจากการอัปเกรดศูนย์ข้อมูลทั่วโลก
AI Infrastructure หนุนงบ ANET, TSEM และ LSCC ดีกว่าคาด

1) สรุปภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการ 2Q26 ของทั้ง Arista Networks, Tower Semiconductor และ Lattice Semiconductor ดีกว่าตลาดคาด ทั้งด้านรายได้และกำไร โดยมีปัจจัยร่วมสำคัญคือการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งเพิ่มความต้องการระบบเครือข่ายความเร็วสูง การเชื่อมต่อด้วยแสง และชิปควบคุมภายในเซิร์ฟเวอร์ ขณะเดียวกัน ทั้งสามบริษัทเริ่มเห็นอัตราการใช้กำลังการผลิตและสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มดีขึ้น ส่งผลให้กำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้
อย่างไรก็ตาม ลักษณะการเติบโตแตกต่างกัน โดย Arista มีฐานรายได้ใหญ่และเติบโตจากระบบเครือข่ายอย่างกว้างขวาง ทั้ง AI ศูนย์ข้อมูล และองค์กร ส่วน Tower เติบโตเด่นจาก Silicon Photonics ซึ่งช่วยชดเชยตลาดสมาร์ตโฟนและอุตสาหกรรมที่ยังอ่อนแอ ขณะที่ Lattice ได้แรงหนุนจาก FPGA สำหรับศูนย์ข้อมูลและการฟื้นตัวของตลาดอุตสาหกรรม พร้อมทั้งเริ่มรวมธุรกิจ AMI ซึ่งจะช่วยขยายรายได้และฐานกำไรในระยะถัดไป
ตารางสรุปผลประกอบการ 2Q26
บริษัท | รายได้ | เติบโต YoY | เติบโต QoQ | เทียบตลาดคาด | กำไร/กำไรต่อหุ้น | อัตรากำไรสำคัญ |
|---|---|---|---|---|---|---|
Arista Networks | 3.04 พันล้านดอลลาร์ | +37.7% | +12.1% | สูงกว่าคาดราว 7% | กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้ว 1.02 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 39.7% YoY | อัตรากำไรจากการดำเนินงานแบบปรับปรุงแล้ว 49.9% |
Tower Semiconductor | 460 ล้านดอลลาร์ | +24% | +11% | สูงกว่าคาดราว 1–2% | กำไรสุทธิ 91 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 95% YoY; กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว 0.88 ดอลลาร์ | อัตรากำไรขั้นต้น 30%; อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 20%; อัตรากำไรสุทธิ 20% |
Lattice Semiconductor | 201.1 ล้านดอลลาร์ | +62.2% | +17.7% | สูงกว่าคาดราว 8% | กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้ว 0.53 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 120% YoY และ 29% QoQ | อัตรากำไรขั้นต้นแบบปรับปรุงแล้ว 71.7%; อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 38.3% |
2) รายละเอียดผลประกอบการรายบริษัท
2.1 Arista Networks: งบแข็งแกร่งจาก AI Networking และปัญหาอุปทานที่คลี่คลาย
Arista รายงานรายได้ 2Q26 ที่ 3.04 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 37.7% YoY และ 12.1% QoQ สูงกว่าตลาดคาดที่ประมาณ 2.83 พันล้านดอลลาร์ นับเป็นครั้งแรกที่รายได้รายไตรมาสสูงกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการระบบเครือข่ายสำหรับ AI ศูนย์ข้อมูลหลัก และเครือข่ายองค์กรที่เติบโตพร้อมกัน
รายได้จากผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 2.61 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 39% YoY ส่วนรายได้บริการอยู่ที่ 430.5 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 31% YoY สะท้อนว่าการเติบโตไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอุปกรณ์ AI แต่ครอบคลุมฐานลูกค้าและบริการหลังการขายด้วย
กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 1.02 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 39.7% YoY และสูงกว่าตลาดคาดที่ 0.89 ดอลลาร์ อัตรากำไรจากการดำเนินงานแบบปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 49.9% เพิ่มจาก 48.8% ในปีก่อนและ 47.8% ในไตรมาสก่อน แม้บริษัทเผชิญต้นทุนชิ้นส่วนหน่วยความจำ ชิป และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่สูงขึ้น แสดงถึงความสามารถในการกำหนดราคาและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่แข็งแกร่ง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้รอรับรู้เพิ่มขึ้นจาก 6.2 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อนเป็น 6.9 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนคำสั่งซื้อและโครงการที่รอส่งมอบในระดับสูง อย่างไรก็ดี สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากบริษัทสำรองชิ้นส่วนเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่และโครงการ AI
2.2 Tower Semiconductor: Silicon Photonics เปลี่ยนโครงสร้างรายได้และกำไร
Tower รายงานรายได้ 2Q26 ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 460 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24% YoY และ 11% QoQ สูงกว่าตลาดคาดเล็กน้อย โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานคลื่นความถี่และ Silicon Photonics ซึ่งเชื่อมโยงกับการส่งข้อมูลความเร็วสูงภายในศูนย์ข้อมูล AI
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 138 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 72% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 30% จากประมาณ 21.5% ในปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 90 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากปีก่อน และกำไรสุทธิอยู่ที่ 91 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 95% YoY โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานและอัตรากำไรสุทธิที่ 20% เท่ากัน
การขยายตัวของกำไรเร็วกว่ารายได้สะท้อนผลของสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นและการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น โดยรายได้ Silicon Photonics เพิ่มขึ้นมากกว่า 60% QoQ และมากกว่า 270% YoY แตะอัตรารายได้ต่อปีประมาณ 680 ล้านดอลลาร์ใน 2Q26
จุดอ่อนยังอยู่ที่ตลาดสมาร์ตโฟน ยานยนต์ และอุตสาหกรรมบางส่วนที่ฟื้นตัวช้ากว่า แต่ความแข็งแกร่งของ Silicon Photonics ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว และทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นเหนือ 80%
2.3 Lattice Semiconductor: รายได้โตทุกกลุ่ม พร้อมอัตรากำไรระดับสูง
Lattice รายงานรายได้ 2Q26 ที่ 201.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 62.2% YoY และ 17.7% QoQ สูงกว่าตลาดคาดประมาณ 8% โดยรายได้กลุ่มการสื่อสารและการประมวลผลอยู่ที่ 126 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 83% YoY ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมและยานยนต์อยู่ที่ 75.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 59% YoY สะท้อนการเติบโตที่กระจายตัวมากกว่าอีกสองบริษัท
กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 0.53 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 120% YoY และ 29% QoQ สูงกว่าตลาดคาดอย่างชัดเจน อัตรากำไรขั้นต้นแบบปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 71.7% เพิ่มขึ้น 2.4 จุด YoY และ 1.7 จุด QoQ จากสัดส่วนผลิตภัณฑ์และลูกค้าที่ดีขึ้น
อัตรากำไรจากการดำเนินงานแบบปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 3.9 จุด QoQ สู่ 38.3% ขณะที่อัตรากำไร EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 43% จาก 39.6% ในไตรมาสก่อน กระแสเงินสดอิสระเพิ่มเป็น 81.3 ล้านดอลลาร์ จาก 39.7 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อน ส่งผลให้อัตรากระแสเงินสดอิสระสูงถึง 40.4%
อย่างไรก็ดี กำไรสุทธิตามมาตรฐานบัญชีอยู่ที่ 19.4 ล้านดอลลาร์ ลดลง 11.3% QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา โบนัสตามผลประกอบการ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซื้อกิจการ แต่ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าจากปีก่อน
3) แนวโน้มและประมาณการของบริษัท
3.1 Arista Networks: ปรับเพิ่มประมาณการทั้งปีเป็นครั้งที่สาม
Arista คาดรายได้ 3Q26 ที่ประมาณ 3.3 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าตลาดคาดที่ 2.95 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นการเติบโตประมาณ 43% YoY พร้อมคาดอัตรากำไรจากการดำเนินงานแบบปรับปรุงแล้วที่ 48–49% สูงกว่าตลาดคาดที่ประมาณ 46.6%
บริษัทปรับเพิ่มประมาณการรายได้ปี 2026 จาก 11.5 พันล้านดอลลาร์เป็น 12.6 พันล้านดอลลาร์ หรือเติบโตประมาณ 40% YoY นับเป็นการปรับเพิ่มประมาณการครั้งที่สามในปีนี้ เนื่องจากการจัดหาชิ้นส่วนและความสามารถในการผลิตดีขึ้นกว่าที่เคยประเมินไว้
สมมติฐานสำคัญ
• รายได้ AI Fabrics ปี 2026 ไม่น้อยกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์
• รายได้ Campus Networking ไม่น้อยกว่า 1.25 พันล้านดอลลาร์
• อัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีคงเดิมที่ 62–64%
• ปรับเพิ่มเป้าหมายอัตรากำไรจากการดำเนินงานเป็น 48–49%
• อุปทานชิ้นส่วนดีขึ้นต่อเนื่อง แต่หน่วยความจำและชิปบางประเภทยังมีต้นทุนสูง
ความเสี่ยงหลักคือการส่งมอบยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของหน่วยความจำ ชิป และอุปกรณ์เชื่อมต่อ รวมถึงความผันผวนของคำสั่งซื้อจากลูกค้าศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่
3.2 Tower Semiconductor: แนวโน้ม 3Q26 สูงสุดเป็นประวัติการณ์
Tower คาดรายได้ 3Q26 ที่จุดกึ่งกลาง 520 ล้านดอลลาร์ ภายใต้กรอบบวกลบ 5% สูงกว่าตลาดคาดที่ประมาณ 490–506 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นการเติบโต 31% YoY และ 13% QoQ ซึ่งจะเป็นรายได้รายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์
บริษัทคาดรายได้ Silicon Photonics จะเพิ่มจากอัตราต่อปี 680 ล้านดอลลาร์ใน 2Q26 เป็นมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ใน 4Q26 ก่อนเติบโตต่อเนื่องในปี 2027 จากความต้องการอุปกรณ์รับส่งข้อมูลความเร็ว 800G และ 1.6T รวมถึงระบบเชื่อมต่อแบบใกล้ชิปประมวลผล
Tower ยังปรับเพิ่มเป้าหมายระยะยาวปี 2028 เป็นรายได้ 3.6 พันล้านดอลลาร์และกำไรสุทธิ 1.2 พันล้านดอลลาร์ จากเป้าหมายรายได้เดิม 2.84 พันล้านดอลลาร์ โดยมีคำมั่นซื้อจากลูกค้าสำหรับ Silicon Photonics ประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2027 รองรับความชัดเจนของรายได้
สมมติฐานสำคัญ
• กำลังผลิตใหม่ได้รับการรับรองและเริ่มส่งมอบตามแผนในครึ่งหลังปี 2026
• Silicon Photonics เติบโตต่อเนื่องจากความต้องการอุปกรณ์เชื่อมต่อด้วยแสง
• กำลังผลิตเวเฟอร์ขนาด 300 มิลลิเมตรเพิ่มขึ้นตลอดปี 2027
• ลูกค้ายังคงเดินหน้าการลงทุนศูนย์ข้อมูล AI
• สัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มช่วยให้อัตรากำไรขยายตัวต่อเนื่อง
ความเสี่ยงคือการขยายกำลังผลิตที่อาจล่าช้า การแข่งขันจากโรงงานรับจ้างผลิตรายใหญ่ และความอ่อนแอของสมาร์ตโฟน ยานยนต์ และตลาดอุตสาหกรรมทั่วไป
3.3 Lattice Semiconductor: แนวโน้มสูงกว่าคาด แต่รวมผลของ AMI
Lattice คาดรายได้ธุรกิจ FPGA ใน 3Q26 ที่ 210–230 ล้านดอลลาร์ โดยจุดกึ่งกลาง 220 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นการเติบโตประมาณ 65% YoY ส่วนรายได้รวมหลังรวมผลของ AMI ราวสองเดือนอยู่ที่ 245–265 ล้านดอลลาร์ โดยจุดกึ่งกลาง 255 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่าอัตรารายได้ต่อปีมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์เร็วกว่าที่บริษัทเคยคาดไว้
กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วคาดอยู่ที่ 0.54–0.58 ดอลลาร์ สูงกว่าตลาดคาดที่ประมาณ 0.47 ดอลลาร์ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นรวมคาดที่ 69.5% บวกลบ 1% ลดลงจาก 71.7% ใน 2Q26 เนื่องจากต้นทุนห่วงโซ่อุปทานและผลกระทบชั่วคราวจากธุรกิจ AMI บางส่วน
AMI คาดมีรายได้มากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 อัตรากำไรขั้นต้นมากกว่า 75% ภายในสิ้นปี และอัตรากำไร EBITDA ประมาณ 40% โดยบริษัทคาดว่าการซื้อกิจการจะเริ่มเพิ่มกำไรต่อหุ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 4Q26
สมมติฐานสำคัญ
• ความต้องการ FPGA จากเซิร์ฟเวอร์ AI และระบบคลาวด์ยังขยายตัว
• อัตราการติดตั้ง FPGA ต่อเซิร์ฟเวอร์และมูลค่าชิปต่อเครื่องเพิ่มขึ้น
• AMI สร้างรายได้จากใบอนุญาตซอฟต์แวร์ ค่าบำรุงรักษา และค่าลิขสิทธิ์ต่อหน่วย
• ธุรกิจฮาร์ดแวร์อัตรากำไรต่ำของ AMI จะถูกยุติภายในสิ้นปี 2026
• การควบรวมธุรกิจดำเนินไปตามแผนและไม่เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมากกว่าคาด
4) ประเด็นสำคัญจากการประชุมผู้บริหาร
4.1 Arista Networks
ผู้บริหารมองว่าระบบเครือข่ายกำลังกลายเป็นโครงสร้างหลักของระบบ AI ตั้งแต่การเชื่อมต่อภายในกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูล โดยจำนวนลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ AI Fabrics และ Etherlink เพิ่มขึ้นเกิน 100 ราย จากเพียง 4–5 รายในปี 2024
บริษัทเห็นความต้องการครอบคลุมทั้งระบบเครือข่ายแบบขยายภายในชุดประมวลผล การเชื่อมต่อระหว่างชุดประมวลผล และการเชื่อมโยงศูนย์ข้อมูลหลายแห่ง โดยผลิตภัณฑ์ความเร็ว 1.6 เทราบิตต่อวินาทีเริ่มเป็นส่วนสำคัญของรอบการลงทุนใหม่
ผู้บริหารยังย้ำว่าปัญหาอุปทานที่กดดันบริษัทในไตรมาสก่อนเริ่มคลี่คลาย หลังเพิ่มกำลังการผลิตและกระจายสินค้า รวมถึงเจรจาเงื่อนไขการส่งมอบชิ้นส่วนได้ดีขึ้น ทำให้บริษัทสามารถปรับเพิ่มเป้ารายได้ทั้งปีได้อย่างมีนัยสำคัญ
4.2 Tower Semiconductor
ผู้บริหารมองว่าการเชื่อมต่อด้วยไฟฟ้ากำลังเข้าใกล้ข้อจำกัดด้านความเร็วและการใช้พลังงาน เมื่อกลุ่มประมวลผล AI ขยายจากหลักพันเป็นหลักแสนหน่วย จึงทำให้ Silicon Photonics กลายเป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับการเชื่อมต่อความเร็วสูงและประหยัดพลังงาน
ปัจจุบันระบบรับส่งข้อมูล 800G และ 1.6T เริ่มแทนที่สายทองแดงในการเชื่อมต่อระหว่างตู้เซิร์ฟเวอร์ ขณะที่โอกาสในระยะถัดไปอยู่ที่การเชื่อมต่อด้วยแสงภายในตู้และใกล้หน่วยประมวลผล ซึ่ง Tower มีโครงการที่อยู่ระหว่างเตรียมผลิตหลายโครงการ
บริษัทเดินหน้าแผนลงทุน 920 ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มกำลังผลิต Silicon Photonics และ Silicon Germanium ในอิสราเอล สหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยจ่ายเงินไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง และส่วนที่เหลือจะทยอยจ่ายในครึ่งหลังปี 2026 และปี 2027
4.3 Lattice Semiconductor
ผู้บริหารระบุว่าความต้องการไม่ได้มาจากเซิร์ฟเวอร์ AI เพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป ระบบเครือข่าย ระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนที่รองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI
อัตราการติดตั้ง FPGA ต่อเซิร์ฟเวอร์ยังเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ใหม่สูงขึ้น เนื่องจากลูกค้าต้องการระบบรักษาความปลอดภัย การประมวลผลแบบหน่วงเวลาต่ำ การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์จำนวนมาก และการควบคุมพลังงานที่ซับซ้อนขึ้น
สำหรับ AMI ผู้บริหารมองว่าการรวมซอฟต์แวร์บริหารจัดการระบบกับ FPGA จะช่วยให้บริษัทขายโซลูชันครบวงจรมากขึ้น พร้อมขยายฐานลูกค้าไปยังผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ และผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลรุ่นใหม่ โดยยังคงให้ AMI ทำงานแบบเป็นกลางและรองรับชิปจากหลายผู้ผลิต
5) Implication การลงทุน
ผลประกอบการของทั้งสามบริษัทเป็นหลักฐานว่าเม็ดเงินลงทุน AI กำลังขยายจากชิปประมวลผลไปยังส่วนประกอบรอบข้างอย่างชัดเจน โดยระบบเครือข่าย การเชื่อมต่อด้วยแสง และชิปควบคุม FPGA กลายเป็นจุดคอขวดสำคัญเมื่อจำนวนหน่วยประมวลผลและขนาดของศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น
ประเด็นร่วมที่เป็นบวกต่ออุตสาหกรรม ได้แก่
1. ความเร็วการเชื่อมต่อกำลังเปลี่ยนจาก 400G และ 800G ไปสู่ 1.6T
2. การเชื่อมต่อด้วยแสงขยายจากระหว่างตู้เซิร์ฟเวอร์เข้าใกล้หน่วยประมวลผลมากขึ้น
3. จำนวนชิปควบคุม ระบบรักษาความปลอดภัย และอุปกรณ์บริหารพลังงานต่อเซิร์ฟเวอร์เพิ่มขึ้น
4. อุปสงค์สูงกว่าความสามารถในการส่งมอบของผู้ผลิตบางราย ทำให้ผู้มีเทคโนโลยีเฉพาะทางรักษาราคาและอัตรากำไรได้ดี
5. การเติบโตของกำไรเร็วกว่ารายได้สะท้อนอำนาจในการกำหนดราคาและผลของขนาดธุรกิจ
ในสามบริษัท Arista Networks (ANET23) มีความสมดุลดีที่สุดระหว่างขนาดธุรกิจ การเติบโต ความชัดเจนของรายได้ และคุณภาพอัตรากำไร จึงเหมาะเป็นหุ้นหลักของธีมโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่ Tower Semiconductor (TSEMI23) มีโอกาสเติบโตสูงสุดจาก Silicon Photonics แต่มีความเสี่ยงด้านการเพิ่มกำลังผลิตและความผันผวนของธุรกิจอื่น ส่วน Lattice Semiconductor มีอัตรากำไรและกระแสเงินสดโดดเด่น แต่ต้องติดตามความสำเร็จในการรวม AMI และผลกระทบจากภาระหนี้หลังการซื้อกิจการอย่างใกล้ชิด
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

