Café Invest
Markets

Apple–LG รุก Smart Home ท่ามกลางการแข่งขันสูงและแรงกดดันกำไร

Apple–LG รุก Smart Home ท่ามกลางการแข่งขันสูงและแรงกดดันกำไร

Apple เตรียมขยายธุรกิจ Smart Home ผ่านความร่วมมือกับ LG Electronics เพื่อพัฒนาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ พร้อมแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่วันที่ 13 ต.ค. 2026 สะท้อนกลยุทธ์เพิ่มความถี่ในการเปิดตัวสินค้าและขยายระบบนิเวศเพื่อสร้างรายได้ใหม่ ขณะที่ LG รายงานกำไรดำเนินงาน 3Q26 ต่ำกว่าตลาดคาด สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและอัตรากำไร โดย INVX มองบวกต่อ Apple ในระยะกลาง เนื่องจาก Apple สามารถใช้ฐานลูกค้าเดิมและความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขยายธุรกิจโดยไม่ต้องรับภาระการผลิตทั้งหมด แต่ผลต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัด และความเสี่ยงสำคัญคือ การแข่งขันในระดับสูงของตลาด Smart Home เดิม

1. Apple เร่งขยายตลาด Smart Home ผ่านความร่วมมือกับ LG

Apple (AAPL US) เตรียมขยายธุรกิจบ้านอัจฉริยะผ่านความร่วมมือกับ LG Electronics (066570 KS) เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ใหม่ ได้แก่ กริ่งประตูอัจฉริยะ กลอนประตูดิจิทัล กล้องรักษาความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกบ้าน กล้องพร้อมไฟส่องสว่าง และระบบควบคุมอุณหภูมิ โดยผลิตภัณฑ์จะใช้แบรนด์ LG แต่สามารถเชื่อมต่อกับระบบนิเวศของ Apple ได้

Apple คาดว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในวันที่ 13 ต.ค. 2026 ประกอบด้วยศูนย์ควบคุมบ้านอัจฉริยะ HomePod mini รุ่นใหม่ และ Apple TV รุ่นปรับปรุง ขณะที่อุปกรณ์จาก LG คาดว่าจะทยอยวางจำหน่ายในอีกหลายเดือนข้างหน้า โดย LG จะรับผิดชอบการผลิตและบริการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ ส่วน Apple มีบทบาทในการร่วมออกแบบและกำหนดคุณสมบัติของอุปกรณ์

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ของ Apple ที่ต้องการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของพันธมิตรเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าสู่ตลาดและลดความซับซ้อนด้านการผลิต

2. Apple เพิ่มการแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด Smart Home

ตลาด Smart Home มีผู้เล่นรายใหญ่ที่สร้างฐานลูกค้าไว้แล้ว ได้แก่ Amazon ผ่าน Ring และ Alphabet ผ่าน Google Nest ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งกล้องรักษาความปลอดภัย กริ่งประตู และระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้าน การเข้าสู่ตลาดของ Apple จึงมีความท้าทาย เนื่องจากต้องแข่งขันทั้งด้านราคา คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ และความสะดวกในการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม Apple มีข้อได้เปรียบจากฐานผู้ใช้งาน iPhone และระบบนิเวศที่เชื่อมต่ออุปกรณ์หลายประเภทเข้าด้วยกัน รวมถึงการนำ Siri และ AI มาเพิ่มความสามารถในการควบคุมบ้านอัจฉริยะ ซึ่งอาจช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่พัฒนาร่วมกับ LG จะรองรับมาตรฐาน Matter และ Thread ซึ่งช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์จากผู้ผลิตรายอื่นได้ ขณะที่กลอนประตูอัจฉริยะรองรับเทคโนโลยี UWB สำหรับปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้งานเข้าใกล้ สะท้อนการให้ความสำคัญกับความสะดวกและการเชื่อมต่ออุปกรณ์มากกว่าการแข่งขันด้านฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว

3. ผลประกอบการ LG ต่ำกว่าคาด สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุน

LG Electronics รายงานผลประกอบการเบื้องต้น 3Q26 โดยมีรายได้ 23.83 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 8.9% YoY แต่ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 24.13 ล้านล้านวอน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 781.8 พันล้านวอน เพิ่มขึ้น 13.5% YoY แต่ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 995.5 พันล้านวอน ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับลดลงระหว่างวันสูงสุดประมาณ 11%

ปัจจัยกดดันหลักมาจากต้นทุนขนส่งและวัตถุดิบที่สูงขึ้น การลดลงของประโยชน์จากการคืนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ รวมถึงอัตรากำไรของธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนยานยนต์ที่อ่อนแอกว่าคาด ขณะที่ธุรกิจระบบปรับอากาศได้รับผลกระทบจากความต้องการในประเทศที่ชะลอตัวและการลงทุนขยายกำลังผลิต

แม้ผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดไม่ได้เกิดจากการแข่งขันในตลาด Smart Home โดยตรง แต่สะท้อนความท้าทายในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามเมื่อ Apple และ LG เตรียมขยายเข้าสู่ตลาดที่มีผู้เล่นรายใหญ่และการแข่งขันสูงอยู่แล้ว

4. ความร่วมมือ Apple–LG ช่วยขยายตลาด แต่ยังมีความเสี่ยงด้านกำไร

การที่ Apple เลือก LG เป็นพันธมิตรสะท้อนกลยุทธ์ขยายระบบนิเวศโดยไม่จำเป็นต้องผลิตอุปกรณ์ทุกประเภทด้วยตนเอง โดย Apple สามารถมุ่งเน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์ AI และประสบการณ์ผู้ใช้งาน ขณะที่ LG รับผิดชอบการผลิตและบริการหลังการขาย ซึ่งช่วยลดภาระการดำเนินงานของ Apple และเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น

สำหรับ LG ความร่วมมือดังกล่าวเป็นโอกาสขยายธุรกิจจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรทัศน์ไปสู่อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ รวมถึงเพิ่มโอกาสเข้าถึงฐานลูกค้าของ Apple โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ซึ่งมีผู้บริโภคใช้งานผลิตภัณฑ์ Apple จำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่ได้รับประกันว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นทันที เนื่องจากธุรกิจต้องเผชิญต้นทุนพัฒนาอุปกรณ์ การผลิต และการแข่งขันด้านราคา ขณะที่ LG ยังต้องลงทุนในธุรกิจอื่นพร้อมกัน ทั้งระบบระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูล AI และหุ่นยนต์ จึงอาจทำให้การเติบโตของรายได้ยังไม่สามารถแปลงเป็นการเติบโตของกำไรได้เต็มที่ในระยะสั้น

5. การแข่งขัน Smart Home เปลี่ยนจากอุปกรณ์สู่ระบบนิเวศ

การขยายธุรกิจของ Apple อาจทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรม Smart Home ให้ความสำคัญกับระบบนิเวศมากขึ้น จากเดิมที่ผู้ผลิตแข่งขันกันด้านคุณสมบัติและราคาของอุปกรณ์แต่ละประเภท ไปสู่ความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ การควบคุมผ่าน AI และการให้บริการภายในบ้านแบบครบวงจร

แนวโน้มดังกล่าวอาจทำให้บริษัทที่มีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ได้เปรียบในการรักษาลูกค้าและเพิ่มโอกาสจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ขณะที่ผู้ผลิตอุปกรณ์เฉพาะทางต้องเร่งพัฒนาความสามารถในการเชื่อมต่อและสร้างความแตกต่างเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

ความกังวลต่อการแข่งขันสะท้อนผ่านราคาหุ้นผู้ผลิตอุปกรณ์ Smart Home หลังมีรายงานแผนของ Apple โดย Resideo ปรับลดลง 5.5%, Arlo Technologies ลดลง 3.2%, Allegion ลดลง 2.6% และ Legrand ลดลง 3.7% อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของราคาหุ้นในระยะสั้นยังไม่สามารถยืนยันผลกระทบต่อกำไรในระยะยาวได้

6. มุมมองของ INVX

มุมมองต่ออุตสาหกรรม: มองว่าการเข้าสู่ตลาด Smart Home ของ Apple เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของตลาดในระยะกลาง แต่จะเพิ่มแรงกดดันด้านการแข่งขันและอัตรากำไรของผู้ผลิตอุปกรณ์ โดยเฉพาะในภาวะที่ต้นทุนการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ บริษัทที่มีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่และระบบนิเวศครบวงจรมีแนวโน้มได้เปรียบจากโอกาสจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการเพิ่มเติมให้กับลูกค้าเดิม

Apple (AAPL US): มุมมองเชิงบวก การขยายเข้าสู่ตลาด Smart Home สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ที่ Apple เคยส่งสัญญาณว่าจะเพิ่มความถี่ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อสร้างแหล่งรายได้นอกเหนือจาก iPhone และเพิ่มการใช้งานภายในระบบนิเวศเดิม โดยการร่วมมือกับ LG ช่วยให้บริษัทขยายผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องรับภาระการผลิตทั้งหมด อีกทั้งมีโอกาสต่อยอดรายได้จากบริการในระยะยาว อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัด เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันสูงและต้องใช้เวลาในการสร้างฐานลูกค้า

LG Electronics (066570 KS): มุมมองระมัดระวังระยะสั้น แม้ความร่วมมือกับ Apple จะเป็นโอกาสขยายธุรกิจ Smart Home และเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่ แต่ผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและความสามารถในการทำกำไร ประกอบกับการลงทุนในธุรกิจใหม่ทั้งระบบระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูล AI และหุ่นยนต์ที่อาจกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น จึงให้น้ำหนักการลงทุนใน AAPL มากกว่า LG โดยรอติดตามการฟื้นตัวของกำไรและความชัดเจนของรายได้จากธุรกิจใหม่

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน