ASICS ประกาศซื้อหุ้นคืนสูงสุด ¥70bn คิดเป็น 2.82% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้ว พร้อมยกเลิกหุ้นซื้อคืนเดิม 25 ล้านหุ้น หลังราคาหุ้นลดลงราว 23% จากจุดสูงสุดเดือน ส.ค. แม้บริษัทยังยืนยันประมาณการทั้งปีและพื้นฐานธุรกิจยังแข็งแกร่ง โดยมีแรงหนุนจากจีน อินเดีย SportStyle และ Onitsuka Tiger ขณะที่ยังคงวินัยด้านราคาและการบริหารสินค้าคงคลัง โดย INVX มองเป็น Sentiment บวกต่อ ASICS (ASICS23) เพราะการซื้อหุ้นคืนส่งสัญญาณว่ามูลค่าหุ้นปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ Forward P/E ปัจจุบันราว 20.53x ต่ำกว่าระดับ -1 SD และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ราว 26.8x โดยปัจจัยบวกถัดไปคือการประกาศแผนระยะกลางและนโยบายเงินทุนใหม่ในเดือน พ.ย. 2026
ASICS ซื้อหุ้นคืนครั้งใหญ่ หลังราคาหุ้นไม่สะท้อนพื้นฐาน

1) ASICS ประกาศซื้อหุ้นคืนสูงสุด ¥70bn
ASICS ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินสูงสุด ¥70bn หรือไม่เกิน 20 ล้านหุ้น คิดเป็นประมาณ 2.82% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้ว ไม่รวมหุ้นซื้อคืนเดิม โดยจะดำเนินการซื้อผ่านตลาดหลักทรัพย์โตเกียวตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. 2026 ถึง 31 มี.ค. 2027
นอกจากนี้ บริษัทจะยกเลิกหุ้นซื้อคืนเดิมอีก 25 ล้านหุ้นในวันที่ 30 ก.ย. 2026 และยืนยันว่าหุ้นที่ซื้อคืนภายใต้โครงการใหม่นี้มีแนวโน้มจะถูกยกเลิกเช่นกัน เพื่อลดความกังวลเรื่องการเพิ่มจำนวนหุ้นในอนาคต และช่วยยกระดับประสิทธิภาพการใช้เงินทุนของบริษัท
2) ราคาหุ้นลดลงแรงสวนทางพื้นฐานธุรกิจ
ฝ่ายบริหารระบุว่าราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเริ่มเบี่ยงเบนจากความแข็งแกร่งของธุรกิจ โดยนับจากวันที่บริษัทประกาศผลประกอบการและปรับเพิ่มประมาณการทั้งปีเมื่อวันที่ 14 ส.ค. จนถึงวันที่ 8 ก.ย. ราคาหุ้นลดลงประมาณ 23% ขณะที่ TOPIX ลดลงเพียงประมาณ 3%
การซื้อหุ้นคืนจึงเป็นการส่งสัญญาณว่าฝ่ายบริหารมองระดับราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม รวมถึงสะท้อนความมั่นใจต่อแนวโน้มกำไรในอนาคต หลังบริษัททำผลประกอบการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 และยังคงยืนยันประมาณการที่เพิ่งปรับเพิ่มขึ้นในเดือน ส.ค.
3) ความกังวลหลักยังอยู่ที่ธุรกิจรองเท้าวิ่งในสหรัฐฯ และยุโรป
แรงกดดันต่อราคาหุ้น ASICS ก่อนหน้านี้ส่วนหนึ่งสะท้อนความกังวลต่ออุตสาหกรรมรองเท้ากีฬาโดยรวม โดยเฉพาะภาวะสินค้าคงคลังของคู่แข่งที่อยู่ในระดับสูง และการใช้ส่วนลดเพื่อเร่งระบายสินค้าในสหรัฐฯ และยุโรป
ประเด็นดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันต่อธุรกิจ Performance Running ของ ASICS เพราะหากคู่แข่งลดราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง บริษัทอาจต้องยอมเสียปริมาณขายบางส่วนเพื่อรักษาระดับราคา อย่างไรก็ตาม ASICS ยืนยันว่าจะควบคุมปริมาณสินค้าอย่างเข้มงวดและไม่เข้าสู่การแข่งขันด้านราคา เพื่อรักษามูลค่าแบรนด์และอัตรากำไรในระยะยาว
4) การบริหารสินค้าคงคลังเป็นจุดแข็งสำคัญ
เมื่อเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมกีฬา ASICS มีข้อได้เปรียบจากการบริหารอุปทานที่ค่อนข้างเข้มงวด ทำให้ความเสี่ยงด้านการลดราคาสินค้ารุนแรงน้อยกว่าแบรนด์ที่มีสินค้าคงคลังสูง
ฝ่ายบริหารยังระบุว่าจะเพิ่มความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้ค้าปลีก เพื่อควบคุมปริมาณสินค้า การจัดวางสินค้า และรักษาระดับราคาให้เหมาะสมมากขึ้น แนวทางดังกล่าวช่วยสนับสนุนทั้งมูลค่าแบรนด์และอัตรากำไรในระยะยาว
5) จีน อินเดีย SportStyle และ Onitsuka Tiger ยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ
แม้ตลาดรองเท้าวิ่งในสหรัฐฯ และยุโรปมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่โครงสร้างรายได้ของ ASICS ยังมีแรงสนับสนุนจากตลาดเอเชีย โดยเฉพาะจีนและอินเดีย รวมถึงการเติบโตของ SportStyle และ Onitsuka Tiger
ธุรกิจเหล่านี้ช่วยลดการพึ่งพารองเท้าวิ่งเชิงสมรรถนะเพียงกลุ่มเดียว และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ซึ่งมีโอกาสสนับสนุนทั้งการเติบโตของยอดขายและอัตรากำไร โดยเฉพาะ Onitsuka Tiger ที่มีความแข็งแรงด้านแบรนด์และสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าในวงกว้างขึ้น
6) Performance Running ยังมีสัญญาณบวกจากส่วนแบ่งในงานมาราธอน
ความแข็งแกร่งของ ASICS ในกลุ่มนักวิ่งจริงยังอยู่ในระดับดี โดยสัดส่วนรองเท้า ASICS ที่นักวิ่งใช้ในการแข่งขัน Sydney Marathon ล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 30% หรือเพิ่มขึ้น 5 จุด YoY
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการยอมรับด้านคุณภาพสินค้า เทคโนโลยีรองเท้า และความแข็งแกร่งของแบรนด์ในกลุ่ม Performance Running หากแนวโน้มนี้ต่อเนื่อง ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาของคู่แข่งอาจกระทบ ASICS น้อยกว่าที่ตลาดกังวล
7) นโยบายเงินทุนใหม่อาจเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติม
ฝ่ายบริหารกำลังทบทวนระดับเงินทุนที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินธุรกิจระดับโลก โดยไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่ม ROE แต่จะพิจารณาทั้งการลงทุนเพื่อการเติบโตและการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น
ASICS ยังคงวางแผนลงทุนในระบบดิจิทัล บุคลากร และร้านค้า ขณะเดียวกันมีแนวโน้มเพิ่มความสำคัญต่อการซื้อหุ้นคืนและการบริหารเงินทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยรายละเอียดเพิ่มเติมจะเปิดเผยพร้อมแผนธุรกิจระยะกลางใหม่ในวันที่ 17 พ.ย. 2026
8) มุมมองของ INVX
มองเป็น Sentiment บวกต่อ ASICS (ASICS23) เนื่องจากการซื้อหุ้นคืนครั้งใหญ่เป็นการส่งสัญญาณว่าฝ่ายบริหารมั่นใจต่อกำไรระยะกลาง ขณะที่ Valuation ปัจจุบันอยู่ที่ 20.53x ต่ำกว่าระดับ -1 SD ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้บริหารต้องการพยุงราคาให้ปรับตัวสูงขึ้น ผ่านการส่งสัญญาณซื้อหุ้นคืน นอกจากนี้ หากเทียบกับอุตสาหกรรม Forward P/E ของ ASICS ยังอยู่ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่ 26.8x โดยปัจจัยบวกถัดไปคือการประกาศแผนระยะกลางและนโยบายเงินทุนใหม่ในเดือน พ.ย. 2026
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

