Genmab และ AbbVie รายงานผล Phase 3 ของ Epkinly ร่วมกับ R-CHOP ซึ่งลดความเสี่ยงโรคลุกลามหรือเสียชีวิตได้ 51% ในผู้ป่วย DLBCL ที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัย ผลออกมาดีกว่าตลาดคาดและเพิ่มโอกาสให้ Epkinly กลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานการรักษาแนวหน้า INVX มองบวกเด่นสุดต่อ Genmab รองลงมาคือ AbbVie ขณะที่ Roche มีความเสี่ยงด้านการแข่งขันเพิ่มขึ้นจาก Polivy แม้ยังต้องรอข้อมูลฉบับเต็มเพื่อยืนยันความได้เปรียบระยะยาว
ผลทดลองยามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด DLBCL ดีกว่าคาด หนุน Genmab–AbbVie

1. ผลทดลอง Phase 3 ดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ
Genmab และ AbbVie รายงานผลการทดลอง Phase 3 ของ Epkinly ร่วมกับ R-CHOP ในผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด DLBCL (Diffuse Large B-Cell Lymphoma) ที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัย โดยช่วย ลดความเสี่ยงของโรคลุกลามหรือเสียชีวิตได้ 51% เทียบกับ R-CHOP เพียงอย่างเดียว และผลมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่ความปลอดภัยโดยรวมสอดคล้องกับข้อมูลเดิมของยาแต่ละตัว
DLBCL คือ โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin Lymphoma) ที่มีความรุนแรงและเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวบีเซลล์ (B-cell)
ผลดังกล่าวถือว่าแข็งแรงกว่าที่ตลาดคาด และเป็นการทดลอง Phase 3 ครั้งแรกของยากลุ่มแอนติบอดีสองเป้าหมายที่แสดงประโยชน์ชัดเจนในผู้ป่วย DLBCL ระยะแรกของการรักษา ทำให้บริษัทเตรียมหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกเพื่อกำหนดขั้นตอนขออนุมัติต่อไป
2. มีโอกาสเปลี่ยนมาตรฐานการรักษาในผู้ป่วย DLBCL
นักวิเคราะห์หลายสำนักมองว่าผลของ Epkinly “ผ่านเกณฑ์ความสำเร็จได้อย่างชัดเจน” และอาจเปลี่ยนแนวทางการรักษาผู้ป่วย DLBCL ระยะแรก เพราะผลลดความเสี่ยงของโรคลุกลามอยู่ในระดับสูงกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า
ความสำคัญอยู่ที่การขยาย Epkinly จากเดิมที่ใช้ในผู้ป่วยซึ่งผ่านการรักษามาแล้ว ไปสู่ การรักษาแนวหน้า ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยมากกว่าและมีโอกาสสร้างรายได้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย Bloomberg Intelligence ประเมินว่าการขยายข้อบ่งใช้ดังกล่าวอาจเพิ่มยอดขายที่ปรับตามความเสี่ยงได้อย่างน้อย $500mn ในปี 2033 และผลักดันยอดขาย Epkinly รวมเข้าใกล้ $2.5bn
3. บวกต่อ Genmab และ AbbVie แต่แรงส่งต่อ Genmab มากกว่า
ผลทดลองครั้งนี้ช่วยลดความไม่แน่นอนของสมมติฐานยอดขาย Epkinly โดย JPMorgan ประเมินยอดขายสูงสุดเฉพาะการใช้ใน DLBCL แนวหน้าไว้ราว $1.3bn และมองว่าตลาดอาจเริ่มสะท้อนกรณีที่ยอดขายสูงสุดแตะอย่างน้อย $2.5bn ขณะที่ Deutsche Bank ประเมินยอดขายสูงสุดของ Epkinly ทั้งหมดไว้ที่ $3.4bn ในปี 2034
ผลเชิงบวกต่อ Genmab เด่นกว่า AbbVie เนื่องจาก Epkinly มีน้ำหนักต่อมูลค่าบริษัท Genmab มากกว่า โดย Deutsche Bank ปรับราคาเป้าหมาย Genmab ขึ้น 10% เป็น DKK2,750 หลังผลทดลองเชิงบวกของ Epkinly และ Rina-S พร้อมคงคำแนะนำ Buy
4. เพิ่มแรงกดดันต่อ Roche และ Polivy
ผลของ Epkinly ดูแข็งแรงเมื่อเทียบกับข้อมูลของ Polivy ของ Roche โดย Epkinly ลดความเสี่ยงโรคลุกลามหรือเสียชีวิตได้ 51% ขณะที่ข้อมูลก่อนหน้าของ Polivy อยู่ที่ประมาณ 27% จึงเพิ่มความเสี่ยงที่ Epkinly จะเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดในการรักษา DLBCL แนวหน้า หากได้รับอนุมัติ
อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบดังกล่าวยังเป็นการเทียบข้ามการทดลอง จึงยังไม่ควรสรุปว่า Epkinly เหนือกว่าโดยตรงจนกว่าจะเห็นข้อมูลฉบับเต็ม โดยเฉพาะข้อมูลแยกตามกลุ่มผู้ป่วย ผลต่อการรอดชีวิตโดยรวม และรายละเอียดผลข้างเคียง ขณะที่ Roche ยังมี Columvi ซึ่งคาดว่าจะมีผล Phase 3 ในปี 2027 เป็นอีกตัวแปรสำคัญในการแข่งขัน
ประเด็น | Epkinly / Genmab–AbbVie | ผลต่อการลงทุน |
|---|---|---|
ลดความเสี่ยงโรคลุกลาม/เสียชีวิต | 51% | ผลทดลองแข็งแรงกว่าคาด |
การรักษา | DLBCL แนวหน้า | ขยายฐานผู้ป่วยและตลาดเป้าหมาย |
ยอดขายเพิ่มปี 2033 | ≥ $500mn | หนุนมูลค่า Epkinly |
JPMorgan Peak Sales | $1.3bn ใน 1L DLBCL | มีโอกาสปรับประมาณการขึ้น |
Deutsche Bank Peak Sales | $3.4bn ในปี 2034 | บวกเด่นต่อ Genmab |
Genmab ราคาเป้าหมาย DB | DKK2,750, +10% | สะท้อนความเสี่ยงเชิงพาณิชย์ลดลง |
Roche / Polivy | ลดความเสี่ยงเดิมราว 27% | เสี่ยงถูกแย่งส่วนแบ่งตลาด |
มุมมองหุ้น | GMAB > ABBV; ลบต่อ Roche | GMAB ได้ประโยชน์มากที่สุด |
มุมมองของ InnovestX
- INVX มองผลทดลองครั้งนี้เป็น บวกชัดเจนต่อ Genmab และบวกต่อ AbbVie เพราะเพิ่มโอกาสที่ Epkinly จะขยายเข้าสู่การรักษาแนวหน้าและเพิ่มฐานผู้ป่วยอย่างมาก ขณะที่เป็น ลบเชิงการแข่งขันต่อ Roche เนื่องจาก Polivy อาจเผชิญคู่แข่งที่มีข้อมูลประสิทธิผลแข็งแรงกว่าในตลาด DLBCL อย่างไรก็ตาม ควรรอข้อมูลฉบับเต็มด้านการรอดชีวิตและความปลอดภัยก่อนประเมินส่วนแบ่งตลาดระยะยาวอย่างชัดเจน
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

