Café Invest
Markets

BAC และ JPM ส่งสัญญาณบวกต่องบ 2Q26 หนุนโดยรายได้ตลาดทุน

BAC และ JPM ส่งสัญญาณบวกต่องบ 2Q26 หนุนโดยรายได้ตลาดทุน

Bank of America (BAC) และ JPMorgan Chase (JPM) ส่งสัญญาณบวกต่อผลประกอบการ 2Q26 โดยมีรายได้จากตลาดทุน ทั้งงานวาณิชธนกิจ (IB) และการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก สอดคล้องกับ INVX มีมุมมองเชิงบวกว่าธนาคารขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนธุรกิจตลาดทุนสูง (JPM, GS, MS) จะได้รับอานิสงส์อย่างต่อเนื่องในปี 2026 จากปริมาณดีล M&A ที่ฟื้นตัว นโยบายที่เอื้ออำนวยของรัฐบาลทรัมป์ และความต้องการทำดีลในกลุ่มเทคโนโลยีและเฮลธ์แคร์

ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทนทานกว่าที่คาดการณ์

ในงานประชุม Bernstein Strategic Decisions Conference นั้น Bank of America เผยว่าแม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับปัจจัยกดดันจากรากฐานราคาพลังงานและน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามในตะวันออกกลาง แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมยังคงมีความแข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนผ่านดัชนีชี้วัดที่สำคัญดังนี้:

  • การใช้จ่ายของผู้บริโภคแข็งแกร่ง: ตัวเลขการเคลื่อนย้ายเงินทุนหรือการใช้จ่ายผ่านบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของ BAC ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมยังคงเติบโตถึง 5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเป็นการเติบโตในหมวดการท่องเที่ยว สายการบิน ร้านอาหาร และน้ำมัน
  • อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ: ตราบใดที่อัตราการจ้างงานยังคงอยู่ในระดับสูง ผู้บริโภคก็ยังมีกำลังและพร้อมที่จะชำระหนี้ ทำให้คุณภาพสินเชื่อรายย่อยในปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก
  • การเติบโตของ GDP: คาดการณ์การเติบโตของ GDP สหรัฐฯ ในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งถือว่าค่อนข้างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับสถิติในช่วง 15-20 ปีที่ผ่านมา

คาดการณ์ผลประกอบการ 2Q26 และทิศทางธุรกิจ

ทั้งสองธนาคารมีมุมมองเชิงบวกต่อ รายได้ตลาดทุน ทั้งในส่วนธุรกิจการซื้อขายหลักทรัพย์ และรายได้วาณิชธณกิจ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้

Bank of America

  • รายได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์: ผู้บริหารคาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณ 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 6% อย่างมีนัยสำคัญ
  • รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ: มีแนวโน้มที่จะเติบโตแตะขอบบนของกรอบเป้าหมายที่วางไว้คือ 6% ถึง 8% สำหรับปีนี้ เนื่องจากการเติบโตของเงินฝากหลักและสินเชื่อที่มีคุณภาพ
  • ธุรกิจการจัดการความมั่งคั่ง: คาดว่ารายได้จะเติบโตในอัตราเลขสองหลักระดับต่ำ
  • การควบคุมค่าใช้จ่าย: แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แต่ธนาคารตั้งเป้าที่จะรักษาความสามารถในการสร้างรายได้ให้เติบโตสูงกว่าค่าใช้จ่ายไว้ที่ระดับ 3% เช่นเดียวกับไตรมาสแรก

JPMorgan Chase

  • รายได้จากตลาดทุนและค่าธรรมเนียม: คาดว่ารายได้จากตลาดทุนจะเติบโตราว 11% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งอาจกลายเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของธนาคาร ขณะที่ค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% หรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะตลาดการควบรวมและซื้อกิจการ และตลาดการออกตราสารทุนที่กลับมาคึกคักอย่างมาก
  • ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น: จากแนวโน้มผลประกอบการที่ดี ส่งผลให้ค่าตอบแทนและโบนัสปรับตัวสูงขึ้นตามโครงสร้างรายได้ ธนาคารจึงปรับคาดการณ์ค่าใช้จ่ายทั้งปีเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 105,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นใกล้เคียง 106,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • แผนการขยายธุรกิจในอนาคต: ผู้บริหารระบุว่ากำลังมองหาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยเตรียมเงินทุนไว้ราว 10,000 ล้าน ถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้ตลาดทุนของธนาคารใหญ่สหรัฐฯ ย้อนหลัง

1779935876941-bdf6f0d09c160ab442e64bb14aa6efe387489dec13606ef4d26a08192d3b50c9.png1779935892617-06895c9d60117b218f6b81f73782dd2964b6f87cc8b91eb6f045db75209c66c6.png

ประเด็นความท้าทายและการนำเทคโนโลยีมาใช้

  • ความยั่งยืนของกำไรในระยะยาว: ผู้บริหารของ JPM เตือนว่าระดับความสามารถในการทำกำไรที่สูงเป็นประวัติการณ์ในปัจจุบันอาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจปัจจุบันที่ตลาดทุนเติบโตเกินกว่าปกติ และต้องเฝ้าระวังการเปลี่ยนผ่านของวัฏจักรสินเชื่อ
  • การแข่งขันจากกลุ่ม Private Credit: ธุรกิจการให้สินเชื่อโดยตรงจากกองทุนนอกระบบกำลังเติบโตและเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มลูกค้าขนาดกลาง ทำให้ Bank of America ต้องจัดตั้งกองทุนมูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นมาเพื่อแข่งขันและรักษาฐานลูกค้ากลุ่มนี้ไว้
  • การขับเคลื่อนด้วย AI: Bank of America มีการนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพอย่างจริงจัง เช่น ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ Erica ที่มีผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคน รวมถึงการนำ AI มาช่วยในการจัดทำเอกสารสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ และช่วยเตรียมข้อมูลให้แก่ที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อดูแลลูกค้าได้มากขึ้น โดยเน้นย้ำว่าข้อมูลฐานรากของธนาคารต้องมีความแม่นยำสูงสุดเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด

มุมมองของ INVX

เรามีมุมมองที่สอดคล้องกับผู้บริหารของ Bank of America และ JP Morgan ในประเด็น รายได้ตลาดทุนจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในกลุ่มธนาคาร ด้วยเหตุนี้ เรายังมองบวกธนาคารใหญ่ที่มีสัดส่วนของตลาดทุนสูงอย่าง JPM, GS และ MS เนื่องจาก แนวโน้มรายได้ตลาดทุนยังสามารถเติบโตได้ดีใน 2026 เนื่องจาก 1) Backlog การทำดีลอยู่ในระดับสูง 2) การทำ M&A อยู่ในช่วงต้นของการฟื้นตัว 3) กระบวนการอนุมัติการควบรวมกิจการที่รวดเร็วขึ้นภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ 4) อุปสงค์ AI ยังเติบโตเนื่อง คาดจะหนุนดีล Strategic M&A ในกลุ่มเทคโนโลยี รวมไปถึงกลุ่ม Healthcare ที่กำลังเผชิญกับภาวะที่ยารายได้หลักกำลังจะหมดอายุสิทธิบัตร 5) ความผันผวนภายใต้ ปธน. ทรัมป์ยังคงมีสูง คอยหนุนรายได้การเทรด