Café Invest
Research

BCH – กำไรมีแนวโน้มลดลงใน 1H66 แม้ว่าอาจมีการปรับเพิ่มค่าเหมาจ่าย SC คงคำแนะนำ NEUTRAL

BCH – กำไรมีแนวโน้มลดลงใน 1H66 แม้ว่าอาจมีการปรับเพิ่มค่าเหมาจ่าย SC คงคำแนะนำ NEUTRAL

ราคาหุ้น BCH ปรับตัวลดลง 2% แย่กว่า SETHELTH ที่เพิ่ม 1% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เรายังคงมุมมองที่ว่า BCH ขาดปัจจัยบวกเรื่องผลประกอบการ เนื่องจากกำไรมีแนวโน้มที่จะลดลงต่อเนื่องใน 1H66 จากฐานที่สูงมากเป็นพิเศษจากบริการโควิด-19 อีกทั้งเรายังมีความกังวลเกี่ยวกับการตั้งสำรองที่เกี่ยวข้องกับการลดอัตราการเบิกจ่ายค่ารักษาโรคโควิด-19 ของภาครัฐแม้ว่าจะมี upside จากการปรับเพิ่มค่าเหมาจ่ายรายหัวประกันสังคม (SC) เรายังคงคำแนะนำ tactical call ระยะ 3 เดือนสำหรับ BCH ไว้ที่ NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2566 อ้างอิงวิธี DCF ที่ 24 บาท/หุ้น ปัจจัยกระตุ้น คือ กำไรที่กลับสู่ทิศทางขาขึ้นซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นใน 2H66

บริการที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 จะช่วยหนุนรายได้ในปี 2566 หากไม่รวมบริการโควิด-19 BHC ตั้งเป้ารายได้ที่ ~1.3 หมื่นลบ. (+17% YoY) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทางมากขึ้น (เช่น ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และความร่วมมือกับ Bujeong ซึ่งเป็นคลินิกศัลยกรรมความงามที่มีเชี่ยวชาญในเกาหลีใต้ เพื่อให้บริการศัลยกรรมความงามและบำรุงรักษาผิวหน้าที่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์) การยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่เดิม การร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และบริษัทเอกชนให้บริการตรวจสุขภาพ (คาดสร้างรายได้ 160 ลบ.) และจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ (13% ของรายได้) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภูมิภาคตะวันออกกลาง

การปรับเพิ่มค่าเหมาจ่ายรายหัวประกันสังคม (SC) จะเพิ่ม upside ให้กับกำไร สำหรับข้อเสนอที่โรงพยาบาลเอกชนที่ให้บริการผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมยื่นต่อ สปส. เพื่อขอปรับขึ้นอัตราเหมาจ่ายรายหัว SC อีก 8-10% นั้น BCH คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนเม.ย. นอกจากนี้ สปส. ได้ริเริ่มโครงการนำร่องในการให้บริการรักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง 5 โรค (โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็งเต้านม โรคนิ่วในไตและถุงน้ำดี และก้อนเนื้อที่มดลูก) สำหรับผู้ประกันตนที่โรงพยาบาลเอกชนใดก็ได้ที่เข้าร่วมโครงการ โดยโครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 2566 และโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับค่ารักษาเพิ่มขึ้นจาก 12,000 บาท/RW สู่ 15,000 บาท/RW (+25%) ซึ่งโรงพยาบาลในเครือ BCH 8 แห่งเข้าร่วมโครงการนี้ เราประเมินได้ว่ารายได้ SC ของ BCH จะเพิ่มขึ้น ~8% หากเราใช้สมมติฐานว่ามีการปรับเพิ่มค่าเหมาจ่ายรายหัว (+4%) และมีการให้บริการรักษาโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง 5 โรคเต็มปี (+4%) และจะทำให้ประมาณการกำไรปกติปี 2566 ของเราปรับเพิ่มขึ้นได้อีก ~12% ซึ่งเรายังไม่ได้นำรายการดังกล่าวเข้ามาใส่ไว้ในประมาณการกำไรของเรา

กำไรมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องใน 1H66 ประมาณการรายได้ปี 2566 ของเราสอดคล้องกับเป้าหมายของ BCH เรายังคงประมาณการกำไรปกติของ BCH ไว้ที่ 1.8 พันลบ. ในปี 2566 ลดลง 56% YoY โดยการลดลงของกำไรนั้นจะเกิดใน 1H66 เนื่องจากฐานที่สูงมากเป็นพิเศษจากบริการโควิด-19 ใน 1H65 ซึ่ง upside ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการปรับเพิ่มค่าเหมาจ่ายรายหัว SC นั้นไม่มากพอที่จะเปลี่ยนทิศทางของกำไรให้เป็นขาขึ้นได้ นอกจากนี้ เรามีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบเชิงลบต่อรายได้ค้างรับภายใต้บริการรักษาโรคโควิด-19 ของภาครัฐ โดยมีสาเหตุมาจากการลดอัตราการเบิกจ่ายลง ทั้งนี้ใน 4Q65 BCH ได้บันทึกรายการพิเศษที่เกี่ยวข้องกับบริการโควิด-19 จำนวน 115 ลบ. ซึ่งประกอบด้วยการปรับลดรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 จำนวน 43 ลบ. และค่าใช้จ่ายตั้งสำรองจำนวน 72 ลบ. BCH กล่าวว่าการตั้งสำรองมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องใน 2Q66 จนกว่ารัฐบาลจะตรวจสอบและชำระเงินเสร็จสิ้นแต่จำนวนเงินตั้งสำรองน่าจะต่ำกว่า 4Q65

ปัจจัยเสี่ยง เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การเกิดโรคระบาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบทำให้ผู้ป่วยชะลอการเข้าใช้บริการ การแข่งขันรุนแรง การขาดแคลนบุคลากร และความเสี่ยงด้านกฎหมาย

BCH share price is down 2% vs. SETHELTH’s increase at 1% over the past three months. We see it as lacking near-term earnings conviction as earnings will continue to fall in 1H23 off the exceptional high from COVID-19 services despite possible SC increase providing earnings upside. There is also short-term concern on provisions related to lower government COVID-19 reimbursement. Maintain 3-month tactical call of Neutral on BCH with end-2023 DCF TP of Bt24/share. Catalyst is the return to an earnings uptrend, expected in 2H23.

Non-COVID-19 services driving revenue in 2023. Excluding COVID-19 services, BCH targets revenue at ~Bt13bn (+17% YoY) on more specialized centers (such as regenerative medicine and a collaboration with Bujeong, a cosmetic surgery clinic in South Korea, to undertake cosmetic surgery and facial treatments at Kasemrad International Hospital Ratthanatibeth), upgrading existing facilities, collaboration with the Federation of Thai Industries, Social Security Office (SSO) and private companies to provide health checkup services (expects Bt160mn) and more international patients (13% of revenue), chiefly from the Middle East.

SC rate increase = earnings upside. Private hospitals serving SC patients have asked the SSO for an 8-10% increase in general SC capitation. BCH expects a decision in April. Additionally, SSO has initiated a pilot project to provide five high-cost treatments (stroke, cardiovascular, breast cancer, kidney and gall stone treatment and myomectomy) for insured persons at any participating private hospital in 1H23. Reimbursement rate at participating private hospitals will go up from Bt12,000/RW to Bt15,000/RW (+25%); eight of BCH’s hospitals have joined this project. We estimate BCH’s SC revenue will increase ~8% if we assume a raise in general capitation (+4%) and full-year provision of five high-cost treatments (+4%), adding ~12% to our 2023 core earnings forecast; this is not yet in our projection.

Earnings downtrend to continue in 1H23. Our 2023 revenue forecast is in line with BCH’s target. We maintain our core earnings forecast of Bt1.8bn in 2023, down 56% YoY, mostly in 1H23 off the exceptional high from COVID-19 services in 1H22 that will shadow the earnings upside from an SC rate increase. We flag concern on continued negative impact on accrued income for government COVID-19 services due to lower reimbursement. In 4Q22, BCH booked extra items of Bt115mn related to COVID-19 services consisting of a Bt43mn revenue write-off and Bt72mn provision expense. BCH guides that provisioning is likely through 2Q23 until the government finishes review and payment, but the amount should be lower than 4Q22.

Risks. Unpredictable events such as another pandemic that will interrupt patient traffic, intense competition, workforce shortage and regulatory risk.

Download PDF Click > BCH230330_E.pdf