Café Invest
Research

BCH - 3Q67: ตามคาด

BCH - 3Q67: ตามคาด
  • กำไรสุทธิ 3Q67: 453 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 64% QoQ
  • กำไรปกติ 3Q67: 456 ล้านบาท ทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 35% QoQ
  • ปัจจัยที่ส่งผลต่อกำไร:
    • บริการ OPD และประกันสังคม (SC) แข็งแกร่ง
    • บริการ IPD อ่อนแอ
    • ปัจจัยฤดูกาล
  • การซื้อขายหุ้น: PE ปี 2568 ที่ 22 เท่า (-2SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต)
  • ความกังวล: การจ่ายค่ารักษาพยาบาลโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงภายใต้บริการ SC เริ่มผ่อนคลาย
  • คาดการณ์กำไรปี 2568: เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
  • คำแนะนำ: OUTPERFORM
  • ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567: 21 บาท/หุ้น (วิธี DCF)

BCH รายงานกำไรสุทธิ 3Q67 ที่ 453 ลบ. เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 64% QoQ เป็นไปตามที่ INVX และตลาดคาด หากหักรายการพิเศษออก พบว่ากำไรปกติอยู่ที่ 456 ลบ. ทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 35% QoQ กำไรปกติที่อยู่ในระดับทรงตัว YoY เกิดจากการบริการ OPD และบริการประกันสังคม (SC) ที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยชดเชยบริการ IPD ที่อ่อนแอ ในขณะที่กำไรปกติเพิ่มขึ้น QoQ เกิดจากปัจจัยฤดูกาล ปัจจุบันหุ้น BCH ซื้อขายที่ PE ปี 2568 ระดับ 22 เท่า หรือ -2SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต ซึ่งเรามองว่าสะท้อนถึง risk/reward ที่น่าสนใจ ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับการจ่ายค่ารักษาพยาบาลโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงภายใต้บริการ SC เริ่มผ่อนคลายลง และคาดว่ากำไรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2568 คงคำแนะนำ OUTPERFORM โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 อ้างอิงวิธี DCF ที่ 21 บาท/หุ้น

3Q67: กำไรตามคาด BCH รายงานกำไรสุทธิ 3Q67 ที่ 453 ลบ. เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 64% QoQ เป็นไปตามที่ INVX และตลาดคาด หากหักรายการพิเศษใน 3Q66, 3Q67 (การปรับลดรายได้ที่เกี่ยวข้องกับบริการรักษาโรคโควิด-19) และ 2Q67 (การปรับลดรายได้จากบริการประกันสังคม (SC)) ออก พบว่ากำไรปกติอยู่ที่ 456 ลบ. ทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 35% QoQ กำไรปกติที่อยู่ในระดับทรงตัว YoY เกิดจากการบริการ OPD และบริการ SC ที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยชดเชยบริการ IPD ที่อ่อนแอ ในขณะที่กำไรปกติที่เพิ่มขึ้น QoQ เกิดจากรายได้และ EBITDA margin ที่แข็งแกร่งขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล

ประกาศเงินปันผลที่ 0.12 บาท/หุ้น สำหรับผลการดำเนินงานใน 1H67 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 0.8% XD วันที่ 29 ส.ค. และจ่ายเงินปันผลวันที่ 12 ก.ย.

รายการที่สำคัญ:

  • รายได้จากกิจการโรงพยาบาลใน 3Q67 อยู่ที่ 3 พันลบ. เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 14% QoQ เมื่อแยกตามประเภทบริการ รายได้จากบริการ OPD (37% ของรายได้) เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 11% YoY และ 12% QoQ สอดคล้องกับการปรับปรุงโรงพยาบาลเดิมและการเพิ่มบริการใหม่ รวมถึงโรคตามฤดูกาล รายได้จากบริการ SC (34% ของรายได้) เติบโต 12% YoY และ 18% QoQ โดยได้แรงหนุนจากจำนวนเคสซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นและรายได้เพิ่มเติมจาก 26 โรคเรื้อรัง (77 ลบ.) ที่ได้รับใน 3Q67 เร็วกว่าปีก่อนที่ได้รับใน 4Q66 รายได้จากบริการ IPD (29% ของรายได้) ลดลงต่อเนื่องอีก 14% YoY หลักๆ เกิดจากผู้ป่วยจากคูเวตที่ชะลอการเข้ารักษา โดยลดลงตั้งแต่ 1Q67 เนื่องจากอยู่ระหว่างการรอรัฐบาลคูเวตรับรองคุณสมบัติและกำหนดรายชื่อโรงพยาบาลไทยที่สามารถเข้ารับบริการได้ (ไทม์ไลน์ยังไม่แน่นอน) แต่ปรับตัวดีขึ้น 14% QoQ
  • EBITDA margin อยู่ที่ 27% ใน 3Q67 ลดลงเล็กน้อยจาก 27.4% ใน 3Q66 แต่เพิ่มขึ้นจากระดับต่ำที่ 21.9% ใน 2Q67 ซึ่งมีสาเหตุมาจากการปรับลดรายได้จากบริการ SC

กำไรมี upside กำไรปกติ 9M67 อยู่ที่ 1.1 พันลบ. (+11% YoY) คิดเป็น 74% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเราและ consensus ซึ่งบ่งชี้ว่ากำไรปกติ 4Q67 จะลดลง YoY และ QoQ โดยอิงกับมุมมองตามที่ BCH ระบุไว้ว่าจะรับรู้รายได้ค่ารักษาพยาบาลโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง (RW>2) ตามหลักความระมัดระวังที่ 7,200 บาท/RW (จากอัตราที่กำหนดไว้ที่ 12,000 บาท/RW) ใน 4Q67 อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งล่าสุดระหว่างสำนักงานประกันสังคมกับโรงพยาบาลเอกชนแสดงให้เห็นถึงภาพที่ดีขึ้นของการรับประกันการจ่ายค่ารักษาพยาบาลโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง และคาดว่าจะได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการหลังการประชุมในวันที่ 3 ธ.ค. เรามองว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะช่วยให้ overhang ผ่อนคลายลง และอาจทำให้ BCH กลับมาบันทึกรายได้จากบริการรักษาพยาบาลโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงใน 4Q67 ที่ 12,000 บาท/RW เช่นเดิม ซึ่งจะช่วยหนุนให้รายได้และกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นใน 4Q67 เมื่อใช้สมมติฐานการเปลี่ยนแปลงตามที่กล่าวไว้ข้างต้น เราคาดว่าประมาณการกำไรปี 2567-2568 ของเราจะมี upside ราว 5-6% เราคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมในการประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 28 พ.ย. 2567 ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 อ้างอิงวิธี DCF อยู่ที่ 21 บาท/หุ้น โดยอิงกับ WACC ที่ 7% และการเติบโตระยะยาวที่ 3%

ปัจจัยเสี่ยง การปรับอัตราการเบิกจ่ายสำหรับโครงการประกันสังคม จำนวนผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการชะลอตัวลง และภาระต้นทุนที่โรงพยาบาลใหม่ เรามองว่าปัจจัยเสี่ยงด้าน ESG คือ ความปลอดภัยของผู้ป่วย (S) ซึ่ง BCH ได้นำเอาระบบบริหารคุณภาพต่างๆ มาใช้สำหรับกระบวนการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง