เราคาดว่า BH จะรายงานกำไรปกติ 3Q26 ที่ 2.2 พันลบ. เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 14% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการรักษาโรคตามฤดูกาลและความต้องการที่ค้างจากช่วงก่อน (pent-up demand) ของผู้ป่วยทั้งต่างชาติและไทยที่เลื่อนเข้ารับการรักษาจากใน 2Q26 ส่งผลให้กำไรจะเติบโตเร่งตัวขึ้นจากใน 1H26 (+ 2% YoY) เราเชื่อว่ากำไรจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจนถึง 4Q26 ขณะที่ประมาณการทั้งปีของตลาดสะท้อนว่ากำไรใน 4Q26 จะทรงตัว YoY ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้เกิดการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของตลาดในระยะถัดไป ทั้งนี้หลังจากราคาหุ้น BH ปรับตัวลดลง 3% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เรามองผลประกอบการ 3Q26 ที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นในระยะสั้น BH ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของเราในกลุ่มการแพทย์ และเราคงคำแนะนำ OUTPERFORM ด้วยราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่ 245 บาท
BH – 3Q26F: ไตรมาสที่แข็งแกร่ง

พรีวิว 3Q26F: ไตรมาสที่แข็งแกร่ง และการเติบโต YoY เร่งตัวขึ้น เราคาดว่า BH จะรายงานกำไรปกติ 3Q26 ที่ 2.2 พันลบ. เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 14% QoQ แม้ว่าโดยปกติแล้วไตรมาส 3 จะเป็นช่วงที่ได้รับประโยชน์จากความต้องการรักษาโรคตามฤดูกาล แต่เราเชื่อว่าปีนี้จะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากความต้องการรักษาพยาบาลที่ค้างจากช่วงก่อน (pent-up demand) หลังจากผู้ป่วยทั้งต่างชาติและไทยเลื่อนเข้ารับการรักษาใน 2Q26 ออกไป ดังนั้นเราคาดว่ากำไรปกติ 3Q26 จะเติบโตเร่งตัวขึ้นจากที่เติบโต 2% YoY ใน 1H26 ทั้งนี้ BH มีกำหนดประกาศผลประกอบการ 3Q26 ในวันที่ 12 พ.ย. 2026
เราคาดรายได้เติบโต 5% สูงกว่าเป้าของ BH เราคาดว่ารายได้ 3Q26 จะอยู่ที่ 6.8 พันลบ. เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 9% QoQ สูงกว่าเป้าที่ BH วางไว้ว่าจะเติบโต 3% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งทั้งจากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติและผู้ป่วยไทย เราคาดว่ารายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ (67% ของรายได้รวม) จะอยู่ที่ 4.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 11% QoQ จากสภาวะการเดินทางที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยกลับมาเติบโตใน 3Q26 (+13% YoY เทียบกับ -33% YoY ใน 2Q26) นอกจากนี้ เรายังคาดว่ารายได้จากผู้ป่วยชาวเมียนมาจะยังเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผลกระทบจากฐานต่ำของผู้ป่วยชาวกัมพูชาจะเริ่มลดลงหลังจากจำนวนผู้ป่วยปรับตัวลดลงมาตั้งแต่ 3Q25 สำหรับรายได้จากผู้ป่วยไทย (33% ของรายได้รวม) เราคาดว่าจะอยู่ที่ 2.2 พันลบ. เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 6% QoQ ซึ่งดีกว่าการหดตัว 3% YoY ใน 1H26 โดยได้รับแรงหนุนจาก pent-up demand และการระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจตามฤดูกาล ทั้งนี้ด้วยแรงหนุนจากรายได้ที่เติบโต เราจึงคาดว่า EBITDA margin ใน 3Q26 จะอยู่ที่ 42.5% เพิ่มขึ้นจาก 40.9% ใน 3Q25 และ 41.1% ใน 2Q26
คงคำแนะนำ OUTPERFORM ประมาณการกำไร 9M26 ของเราคิดเป็น 75% ของประมาณการกำไรทั้งปี สะท้อนว่ากำไรใน 4Q26 ยังมีแนวโน้มเติบโต YoY ต่อเนื่อง แม้ว่าจะปรับตัวลดลงตามฤดูกาลเมื่อเทียบ QoQ ขณะที่ประมาณการกำไรทั้งปีของตลาดยังต่ำกว่าของเรา และหากอิงจากพรีวิว 3Q26 ของเรา จะสะท้อนว่าตลาดคาดกำไร 4Q26 เพียงทรงตัว YoY ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับเพิ่มประมาณการกำไรของตลาดในระยะถัดไป ปัจจุบันหุ้น BH ซื้อขายที่ PE ปี 2027F ที่ 19 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 21 เท่า เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ BH และราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่ 245 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF โดยใช้ WACC ที่ 7.7% และอัตราการเติบโตระยะยาวที่ 2.5%
ยังมีโอกาสเติบโตในระยะยาว BH กำลังก้าวเข้าสู่การขยายกำลังการให้บริการครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี โดยโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่ภูเก็ตและโครงการขยายพื้นที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ จะช่วยเพิ่มจำนวนเตียง 47% จาก 580 เตียง เป็น 851 เตียง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชัดเจนของแนวโน้มการเติบโตของกำไรหลังปี 2027 แม้กำไรในระยะสั้นอาจถูกกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการขยายกำลังการให้บริการ แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจราว 4-5% ในปี 2027-28 จะช่วยจำกัดความเสี่ยง downside ของราคาหุ้นจนกว่ากำลังการให้บริการใหม่จะเริ่มสร้างรายได้และกำไรอย่างมีนัยสำคัญ
ความเสี่ยง การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจทำให้ลูกค้าชะลอการรักษาพยาบาลที่ไม่เร่งด่วนและความไม่สะดวกของผู้ป่วยต่างชาติในการเดินทางมารับการรักษาในประเทศไทย เรามองว่าปัจจัยเสี่ยงด้าน ESG คือ ความปลอดภัยของผู้ป่วย (S) ซึ่ง BH ได้นำเอาระบบบริหารคุณภาพต่างๆ มาใช้สำหรับกระบวนการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

