Café Invest
Markets

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 17 ก.ค. 2568

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 17 ก.ค. 2568

1. Nasdaq ทำจุดสูงสุดใหม่ หลังผ่อนคลายข่าวลือปลด Powell
2. PPI ต่ำคาด ขยายตัว 2.3% YoY ต่ำสุดในรอบ 9 เดือน
3. CEO วอลล์สตรีทเตือน ภาษีสหรัฐฯเริ่มส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค
4. ทรัมป์เผยสหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้ากับอินเดีย ขณะที่ยุโรปมีความเป็นไปได้
5. หัวหน้าการค้า EU เดินทางไปวอชิงตันเพื่อหาทางออกเรื่องภาษี
6. EU เสนอแผนงบประมาณ 2 ล้านล้านยูโร ระยะเวลา 7 ปี เน้นเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม
7. ทีมไทยแลนด์เจรจาสหรัฐฯ เสนอ 0% สินค้าหลายหมื่นรายการ
8. ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมไทยร่วงต่ำสุดรอบ 8 เดือน

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 17 ก.ค. 2568

Bites for Breakfast
By INVX Investment Strategy
17 July 2025


1. ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก Nasdaq ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นครั้งที่ 5 ใน 6 วันทำการล่าสุด โดย Dow Jones ปิดที่ +0.53%, S&P 500 +0.32% และ Nasdaq +0.26% แม้ว่าระหว่างวันตลาดจะผันผวนอย่างมากจากข่าวลือที่ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะปลด Jerome Powell ประธาน Fed ทำให้ S&P 500 และ Nasdaq ร่วงกว่า 1% ชั่วคราว ก่อนที่ทรัมป์จะออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดฟื้นตัว ขณะที่ VIX พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ ด้านหุ้นกลุ่มธนาคารมีผลประกอบการแข็งแกร่งแต่ราคาปรับตัวผสมผสาน ส่วนข้อมูล PPI เดือนมิถุนายนไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบรายเดือน


2. ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐในเดือนมิถุนายน 2025 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% MoM ส่งผลให้ตลาดตีความว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงควบคุมได้ แม้ว่าจะมีผลกระทบจากกำแพงภาษีของรัฐบาลทรัมป์ก็ตาม ราคาในฝั่งสินค้าเพิ่มขึ้นบางส่วน ขณะที่ราคาบริการลดลง ดัชนี PPI ขยับขึ้น 2.3% YoY ซึ่งน้อยกว่าคาดการณ์และถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่ต่ำสุดตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 นักวิเคราะห์ระบุว่าการปรับขึ้นภาษียังไม่ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อโดยรวมอย่างชัดเจนในขณะนี้ หากเทียบกับดัชนี CPI ที่เพิ่มแรงกว่าคาดเล็กน้อย ส่งผลให้นักลงทุนจับตาท่าทีของเฟด และการบริโภคในอนาคต


3. ผู้บริหารระดับสูงของวอลล์สตรีทหลายรายออกมาเตือนถึงผลกระทบของนโยบายภาษีศุลกากร (tariff) ต่อพฤติกรรมลูกค้าและเศรษฐกิจโดยรวม แม้ผู้บริโภคอเมริกันจะยังคงมีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับความกังวลที่เกิดขึ้น แต่กลุ่มซีอีโอต่างเห็นสัญญาณชะลอตัว ทั้งจากการใช้จ่าย การลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงการเติบโตของบริษัทขนาดใหญ่ ในบางมุม “ราคาสินค้าที่แพงขึ้น” เริ่มผลักดันให้ลูกค้าและบริษัทระวังการใช้จ่าย และมีการปรับตัวเชิงกลยุทธ์จากองค์กรขนาดใหญ่ เช่น การยับยั้งการจ้างงานหรือการไม่เพิ่มสต๊อกสินค้าเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอน CEO กลุ่มธนาคารและอุตสาหกรรมผู้บริโภคจึงเน้นการบริหารความเสี่ยงและพยายามหลีกเลี่ยงการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า ตลอดจนปรับเปลี่ยนซัพพลายเชนเพื่อบรรเทาผลกระทบ


4. ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับ Real America's Voice ว่าสหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้ากับอินเดีย และอาจเป็นไปได้ที่จะมีข้อตกลงกับสหภาพยุโรป แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะสามารถตกลงกับแคนาดาได้หรือไม่ ทรัมป์ยังกล่าวว่าอาจจะเก็บภาษีแบบ blanket 10% หรือ 15% กับประเทศขนาดเล็ก ทั้งนี้ การเจรจาเกิดขึ้นก่อนกำหนดเส้นตาย 1 สิงหาคม ที่ภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ จะปรับขึ้น


5. มารอส เซฟโชวิช (Maros Sefcovic) หัวหน้าการค้าสหภาพยุโรป (EU) ได้เดินทางไปกรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2025 เพื่อเจรจาหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในประเด็นข้อพิพาทเรื่องภาษีระหว่างสองฝ่าย หลังฝ่ายสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมบังคับใช้ภาษีนำเข้าสินค้าจาก EU อัตรา 30% ในวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งยุโรปประเมินว่ามาตรการนี้จะสร้างผลกระทบเลวร้ายทั้งสองฝั่ง EU ย้ำ ยังต้องการหาทางออกด้วยการเจรจา หากไม่สามารถหาทางออกได้จะตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีต่อสินค้าสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 72,000 ล้านยูโร รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรม เกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภค

6. คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอร่างงบประมาณระยะ 7 ปี (2028-2034) มูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านยูโร เพิ่มขึ้นกว่า 800,000 ล้านยูโรจากงบประมาณเดิม เป้าหมายหลักเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคง เช่น ความขัดแย้งรัสเซีย–ยูเครน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับสหรัฐฯ และจีน โดยจะมีการเพิ่มงบประมาณกลาโหมถึง 5 เท่าจากเดิม พร้อมทั้งจัดสรรเงินช่วยเหลือยูเครน 100,000 ล้านยูโร และเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด ดิจิทัล ชีวภาพ และอวกาศ แนวทางนี้ยังต้องเจรจาระหว่างคณะกรรมาธิการ รัฐสภา และประเทศสมาชิก ซึ่งคาดว่าจะมีความเห็นต่างกันสูงในประเด็นเงินลงทุนภาคการเกษตรและภูมิภาคที่พัฒนาได้น้อย โดยเรามองว่าการเสนองบประมาณที่สูงขึ้นนี้จะช่วยหนุนความสามารถในการพึ่งพาตัวตนเอง และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจยุโรป ยังคงแนะนำลงทุนในกองทุน ES-EG-A


7. ทีมไทยแลนด์นำโดยนายพิชัย ชุณหวิชร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีการเจรจากับ USTR หรือสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ในคืนวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อยื่นข้อเสนอหลักในการลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ให้เหลือ 0% หลายหมื่นรายการ ทั้งนี้ฝ่ายไทยเตรียมกลไกรับมือในสองสมมติฐาน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้และเกิดการขึ้นภาษีตอบโต้กับสินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐ โดยอัตราที่เป็นไปได้คือ 20% และ 36% สร้างแรงกดดันให้ทีมเจรจาต้องเร่งหาทางผลักดันข้อเสนอหรือหาทางออก เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ส่งออก สองฝ่ายยังไม่มีข้อสรุปและคาดว่าจะต้องเจรจาต่อเนื่อง ด้านภาคเอกชนโดยเฉพาะ ส.อ.ท. แสดงความกังวลและให้ข้อเสนอเพิ่มเติมในรายการสินค้าที่ควรให้ภาษี 0% ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย รวมถึงความท้าทายเทียบกับสิทธิประโยชน์ที่สหรัฐฯให้กับอินโดนีเซีย


8. ในเดือนมิถุนายน 2568 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของไทยลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 มาอยู่ที่ระดับ 87.7 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ปัจจัยลบสำคัญที่ฉุดความเชื่อมั่นคือปัญหาการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาที่ถูกปิดด่านและมาตรการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในกลุ่มเหล็กและอะลูมิเนียมจาก 25% เป็น 50% ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและรายได้ผู้ประกอบการ นอกจากนี้ สถานการณ์ต่างประเทศโดยเฉพาะความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่านทำให้ราคาพลังงานผันผวน ขณะที่สินค้าต่างประเทศทะลักเข้ามากระทบ SMEs และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำยังถ่วงกำลังซื้อในภูมิภาค แม้จะมีปัจจัยบวกบางประการ เช่น การส่งออกก่อนหมดมาตรการภาษีแบบตอบโต้และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน แต่แนวโน้มยังเน้นความระมัดระวังต่อการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจรวม


ประเด็นที่ต้องติดตาม: ดัชนี CPI ยุโรป YoY เดือน มิ.ย. คาดการณ์ที่ 2.0% ก่อนหน้าที่ 1.9%

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 17 ก.ค. 2568 | Café Invest