Café Invest
Markets

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 3 ก.พ. 2569

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 3 ก.พ. 2569

1. หุ้นสหรัฐฟื้นตัว รับข้อมูลภาคการผลิตดีกว่าคาด หนุนความเชื่อมั่นกำไร ขณะที่ทองคำชะลอการปรับตัวลง

2. ทรัมป์ตั้งคลังแร่ยุทธศาสตร์มูลค่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดพึ่งพาจีน เสริมความมั่นคงซัพพลายเชนอุตสาหกรรม

3. ทรัมป์ลดภาษีนำเข้าอินเดียเหลือ 18% แลกหยุดซื้อน้ำมันรัสเซีย เป็น Catalyst บวกต่อตลาดหุ้นอินเดีย และค่าเงินรูปี

4. อินเดียพิจารณาเปิดทางต่างชาติถือหุ้นแบงก์รัฐได้ถึง 49% หนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอินเดียผ่านการเติบโตของสินเชื่อในระบบ

5. Palantir รายงานผลประกอบการ 4Q25 ดีกว่าคาด สะท้อนอานิสงส์จากดีมานด์ด้าน AI ที่แข็งแกร่ง ทำให้เรายังชอบ Palantir อยู่

6. Oracle ประกาศระดมทุน $4.5-5.0 หมื่นล้าน ผ่านหุ้นเพิ่มทุนและหุ้นกู้ในสัดส่วนเท่ากันเพื่อเร่งขยายคลาวด์รองรับดีมานด์ AI

7. Novo รายงานผล REIMAGINE 2 พบว่า CagriSema เหนือกว่า semaglutide เรามองภาพบวกในระยะสั้นแต่กังวลการแข่งขันในระยะกลาง

8. ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงเกือบ 5% ลงแรงสุดในรอบกว่า 6 เดือน เป็น Sentiment ลบต่อหุ้นพลังงานอย่าง PTTEP PTT TOP

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
3 February 2026

1. ตลาดการเงินโลกปรับตัวในโหมด risk-on หลังข้อมูลภาคการผลิตของสหรัฐออกมาดีกว่าคาด หนุนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มกำไรภาคธุรกิจ ดัชนี S&P 500 ปิดใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหุ้นวัฏจักรเศรษฐกิจนำตลาด ขณะที่ Russell 2000 ปรับขึ้น 1% สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นสู่ 4.28% หลังนักลงทุนลดการเดิมพันการลดดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่ราคาน้ำมันปรับลดลงตามการคลี่คลายความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐอยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่าน ภาพรวมตลาดสะท้อนความเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯอาจเข้าสู่ภาวะ Goldilocks คือการเติบโตที่ยังแข็งแกร่งควบคู่เงินเฟ้อที่ไม่เร่งตัว

2. ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเปิดตัวโครงการสะสมแร่ยุทธศาสตร์ของสหรัฐ มูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใต้ชื่อ Project Vault เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนและลดการพึ่งพาจีนในแร่หายากและแร่สำคัญอื่น ๆ โครงการดังกล่าวผสานเงินลงทุนเอกชน 1,670 ล้านดอลลาร์ กับเงินกู้ 10,000 ล้านดอลลาร์ จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งสหรัฐ (Ex-Im Bank) เพื่อจัดหาและกักตุนแร่สำหรับภาคยานยนต์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมขั้นสูง โครงการมีลักษณะคล้ายคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ แต่เน้นแร่ เช่น แกลเลียมและโคบอลต์ ซึ่งใช้ในสมาร์ตโฟน แบตเตอรี่ และอุตสาหกรรมการบิน หุ้นกลุ่มแร่หายากสหรัฐปรับตัวขึ้นหลังข่าวดังกล่าว สะท้อนความคาดหวังต่อการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางการแข่งขันด้านทรัพยากรที่เข้มข้นกับจีน

3. ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้า (Reciprocal Tariff) จากอินเดียเหลือ 18% จาก 25% พร้อมยกเลิกภาษีลงโทษพิเศษ (Punitive Duty) อีก 25% ที่ใช้กดดันกรณีอินเดียซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หลังบรรลุข้อตกลงกับนายกฯ นเรนทระ โมดี ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายลดการพึ่งพาน้ำมันรัสเซีย และกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐกับอินเดีย เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่าการปรับภาษีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการเจรจาการค้าระยะยาว ขณะที่อินเดียยังคงเดินหน้ากระจายแหล่งพลังงานและรักษาดุลทางการทูตในเวทีโลก เราประเมินว่าข้อตกลงนี้เป็น Catalyst สำคัญที่ช่วยปลดล็อก Sentiment การลงทุนในตลาดหุ้นอินเดีย และช่วยสร้างเสถียรภาพให้ค่าเงินรูปีผ่านความชัดเจนด้านนโยบายการค้ากับสหรัฐฯ

4. รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาปรับเพิ่มเพดานการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในธนาคารพาณิชย์ของรัฐเป็น สูงสุด 49% จาก 20% ในปัจจุบัน เพื่อระดมเงินทุนสนับสนุนการเติบโต โดยยังคงอำนาจควบคุมเชิงยุทธศาสตร์ไว้กับภาครัฐ เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังระบุว่าอินเดียต้องการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อต่อ GDP เป็น 150% จากราว 56% เพื่อรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ ปัจจุบันรัฐถือหุ้นมากกว่า 51% ในธนาคารของรัฐทั้ง 12 แห่ง ประเมินว่าการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นมากขึ้นอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการรับความเสี่ยง หนุนการขยายสินเชื่อระยะยาวมองเป็นบวกต่อการเติบโตของเศรษฐกิจอินเดีย

5. Palantir รายงานผลประกอบการ 4Q25 ดีกว่าคาดด้วยรายไดเพิ่มขึ้น 70% YoY และกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีแรงผลักดันหลักจากกลุ่ม U.S. Commercial ที่เติบโตถึง 137% ทั้งนี้บริษัทได้ประกาศเป้าหมายรายได้ปี 2026 สูงถึง 7.18-7.20 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าทีคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนอานิสงส์จากดีมานด์ด้าน AI ที่แข็งแกร่ง แม้ว่า Valuation สูงแต่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน ทำให้เรายังชอบ Palantir อยู่

6. Oracle ประกาศระดมทุน 4.5-5.0 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2026 ผ่านหุ้นเพิ่มทุนและหุ้นกู้ในสัดส่วนเท่ากันเพื่อเร่งขยายคลาวด์รองรับดีมานด์ AI จากลูกค้ายักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI และ Meta กลยุทธ์นี้มุ่งรักษาอันดับ Investment Grade และลดแรงกดดันด้านหนี้สิน แม้ตลาดจะยังกังวลต่อแนวโน้มกระแสเงินสดอิสระที่ติดลบยาวถึงปี 2030 เรามองว่าแผนการจัดการหนี้สินจะช่วยลดความกังวลในระยะสั้นได้และกลับมาเน้นที่การเติบโตเป็นหลัก เราชอบ ORCL จะภาพ Backlog

7. Novo Nordisk รายงานผล REIMAGINE 2 พบว่า CagriSema เหนือกว่า semaglutide ทั้งการลดน้ำหนัก (14.2%) และ HbA1c (1.91%) ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ท้าทายส่วนแบ่ง Mounjaro (LLY) แม้ประสิทธิภาพเบื้องต้นใกล้เคียงกัน ทั้งนี้บริษัทได้ยื่น FDA แล้ว โดยคาดว่าศักยภาพเชิงพาณิชย์จะชัดเจนเมื่อเริ่มจำหน่ายในปี 2028 เรามองภาพบวกในระยะสั้นจากประสิทธิภาพยาแต่กังวลภาพของการแข่งขันในระยะกลางจากคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น เราชอบ LLY มากกว่า NOVO

8. ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงเกือบ 5% ลงแรงสุดในรอบกว่า 6 เดือน หลังตลาดคลายกังวลความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน จากสัญญาณเปิดเจรจานิวเคลียร์และยกเลิกซ้อมรบช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ OPEC+ มีมติคงกำลังผลิตเดือนมี.ค.ตามคาด เป็น Sentiment ลบต่อหุ้นพลังงานอย่าง PTTEP PTT TOP

ประเด็นที่ต้องติดตาม: JOLTs Job Openings ของสหรัฐฯ เดือน ธ.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 7.0M จากก่อนหน้าที่7.146M

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 3 ก.พ. 2569 | Café Invest