1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวน จากแรงขายกลุ่ม AI ก่อนรีบาวด์ S&P 500 ปิดบวก 0.1% ตลาดโดยรวมได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น
2. อิหร่านเผยบรรลุ “หลักการเบื้องต้น” กับสหรัฐฯ เตรียมยื่นข้อเสนอใหม่ภายใน 2 สัปดาห์ กดดันน้ำมันและทองคำ
3. อินเดียตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนด้าน AI กว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลา 2 ปี
4. ญี่ปุ่นลงทุนในสหรัฐฯ $36,000 ล้าน โครงการพลังงาน–แร่หายาก ภายใต้ดีลภาษีทรัมป์ ช่วยผ่อนคลายบรรยากาศการค้า
5. นทท. ต่างชาติเดินทางเข้าไทยในสัปดาห์ก่อน 882,556 คน หนุนจาก นทท. จีน มองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงแรมและกลุ่มสายการบิน
6. ธปท. เผยสินเชื่อ 4Q68 หดตัว 1.1%YoY แต่ด้านคุณภาพสินเชื่อปรับดีขึ้น สะท้อนการปรับโครงสร้างหนี้เริ่มเห็นผล
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
18 February 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แกว่งตัวแรงจากความกังวลกลุ่ม AI ก่อนราคาฟื้นตัวช่วงท้าย โดย S&P 500 ปิดบวก 0.1% ขณะที่ Nasdaq 100 ลดลง 0.1% หลังร่วงมากกว่า 1% ระหว่างวัน Nvidia ปรับลงกว่า 3% ก่อนลดช่วงขาดทุน ขณะที่หุ้นผู้ผลิตชิปและคลาวด์เผชิญแรงขายสลับซื้อ ด้านผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทรงตัวใกล้ 4.05% นักลงทุนประเมินทิศทางการลงทุน AI และความเสี่ยงจากการประเมินมูลค่าที่ตึงตัว ขณะเดียวกัน ความผันผวนในตลาดออปชันเพิ่มขึ้น สะท้อนการป้องกันความเสี่ยงที่มากขึ้นในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ตลาดโดยรวมยังคงได้รับแรงหนุนจากมุมมองเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น แม้แรงกดดันเฉพาะกลุ่มยังคงอยู่
2. สหรัฐฯ และอิหร่านรายงานความคืบหน้าในการเจรจานิวเคลียร์ที่เจนีวา โดยเตหะรานเตรียมกลับมาพร้อมข้อเสนอฉบับใหม่ภายใน 2 สัปดาห์ แม้ยังมีรายละเอียดต้องหารือเพิ่มเติม อิหร่านระบุบรรลุ “ข้อตกลงทั่วไป” เกี่ยวกับหลักการของดีลที่อาจนำไปสู่การยกเลิกคว่ำบาตร แลกกับข้อจำกัดโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่รองปธน. JD Vance ชี้ว่ายังมีประเด็นที่ต้องเจรจาเพิ่มเติม ส่วนการเจรจาไตรภาคีสหรัฐฯ-รัสเซีย-ยูเครนได้เริ่มต้นเป็นวันแรก โดยสหรัฐฯ เสนอให้ยูเครนยอมละทิ้งดินแดนที่รัสเซียถือครองเพื่อแลกกับหลักประกันด้านความมั่นคง ความคืบหน้าดังกล่าวส่งผลเชิงลบต่อราคาน้ำมันดิบและสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ หลังความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้นลดลง
3. รัฐบาลอินเดียประกาศเป้าหมายดึงดูดการลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มูลค่ากว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 2 ปีข้างหน้า โดยนาย Ashwini Vaishnaw รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี ระบุในงาน India AI Impact Summit ว่าเม็ดเงินลงทุนจะครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน 5 ระดับ ได้แก่ แอปพลิเคชัน, โมเดล AI, พลังการคำนวณ (Compute Capacity), ศูนย์ข้อมูล และเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ งานดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก อาทิ Sam Altman จาก OpenAI และ Sundar Pichai จาก Alphabet
4. ญี่ปุ่นเตรียมลงทุน 36,000 ล้านดอลลาร์ในโครงการน้ำมัน ก๊าซ และแร่สำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเฟสแรกของข้อผูกพันรวม 550,000 ล้านดอลลาร์ภายใต้ข้อตกลงทวิภาคีกับปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ โครงการหลักคือโรงไฟฟ้าก๊าซในรัฐโอไฮโอ มูลค่า 33,000 ล้านดอลลาร์ กำลังผลิต 9.2 กิกะวัตต์ เทียบเท่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 9 แห่ง เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI อีกโครงการรวมถึงท่าเรือน้ำมันดิบในอ่าวเม็กซิโกและโรงงานเพชรอุตสาหกรรมในจอร์เจีย โดยดีลดังกล่าวเชื่อมโยงกับการลดภาษีนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นเหลือ 15% ประเด็นการลงทุนนี้สะท้อนถึงการกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศ และช่วยผ่อนคลายบรรยากาศการค้า
5. จำนวน นทท. ต่างชาติเดินทางเข้าไทยในสัปดาห์ก่อนที่ 882,556 คน ขยายตัว 11%WoW และพลิกขยายตัว 13%YoY ได้เป็นสัปดาห์แรกนับตั้งแต่ มี.ค. 2568 หนุนจาก นทท. จีนที่เร่งตัวขึ้นมากถึง 32%WoW และ 107%YoY และคาดจะต่อเนื่องถึงช่วงตรุษจีนในสัปดาห์นี้ มองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงแรม (ERW AWC) และกลุ่มสายการบิน (AOT AAV)
6. ธปท. เผยสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ใน 4Q68 หดตัว 1.1%YoY จากกลุ่มสินเชื่อ SMEs และอุปโภคบริโภคที่หดตัวต่อเนื่อง ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ชะลอลงเล็กน้อย ด้านคุณภาพสินเชื่อปรับดีขึ้น โดย NPL Stage 3 ลดลงสู่ 5.36 แสนลบ. หรือ 2.8% ของสินเชื่อรวม สะท้อนการปรับโครงสร้างหนี้เริ่มเห็นผล
ประเด็นที่ต้องติดตาม: Building Permits Prel เดือน พ.ย. ของสหรัฐฯ คาดว่าจะออกมาที่ 1.36M จากก่อนหน้าที่ 1.411M