Café Invest
Markets

Boeing–Airbus เจอปัญหาการผลิตพร้อมกัน เพิ่มความเสี่ยงส่งมอบเครื่องบิน

Boeing–Airbus เจอปัญหาการผลิตพร้อมกัน เพิ่มความเสี่ยงส่งมอบเครื่องบิน

Airbus พบปัญหาคุณภาพ A321neo ราว 500 ลำ แต่ยังไม่ถูกมองเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ขณะที่ Boeing พบข้อผิดพลาดซอฟต์แวร์ใน 737 MAX ซึ่งอาจกระทบกระบวนการรับรอง MAX 10 ทั้งสองกรณีเกิดในช่วงที่บริษัทพยายามเร่งกำลังผลิต จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการส่งมอบเครื่องบินและกระแสเงินสดในระยะสั้น โดยฝั่ง Boeing มีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบมากกว่า ขณะที่ Airbus ต้องพิสูจน์ว่าสามารถแก้ปัญหาโดยไม่กระทบเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตได้

1. Airbus พบปัญหาคุณภาพ A321neo กระทบราว 500 ลำ

Airbus พบความผิดปกติของสารเคลือบป้องกันการกัดกร่อนบริเวณโครงสร้างส่วนล่างด้านหน้าของลำตัว A321neo โดยคาดว่ากระทบราว 500 ลำ แบ่งเป็นประมาณ 250 ลำที่ให้บริการแล้ว และอีก 250 ลำที่อยู่ระหว่างการผลิต อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าเป็น ปัญหาด้านคุณภาพ ไม่ใช่ความปลอดภัย และเครื่องบินยังสามารถให้บริการต่อได้

Airbus ระบุว่าสามารถระบุสาเหตุและมีแนวทางแก้ไขแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องถอดชิ้นส่วนโครงสร้างออกทั้งหมด ขณะที่ EASA ยังไม่พบความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในทันที แต่จะติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง และอาจกำหนดให้ผู้ให้บริการซ่อมแก้ภายในกรอบเวลาที่กำหนดในภายหลัง

2. ปัญหา Airbus เกิดในช่วงที่บริษัทกำลังเร่งเพิ่มกำลังผลิต

ประเด็นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Airbus พยายามเพิ่มกำลังผลิตเครื่องบินลำตัวแคบจากประมาณ 60 ลำต่อเดือนเป็น 75 ลำต่อเดือน ทำให้ความเสี่ยงสำคัญไม่ได้อยู่ที่การหยุดบิน แต่เป็นความล่าช้าในการผลิตและส่งมอบหากต้องใช้เวลาแก้ไขเครื่องบินจำนวนมาก

นอกจากนี้ Airbus ยังเพิ่งเผชิญปัญหาคุณภาพใน A330neo และก่อนหน้านี้พบปัญหาแผงลำตัวในตระกูล A320 ซึ่งเคยกระทบการส่งมอบมาแล้ว จึงสะท้อนว่าการเพิ่มกำลังผลิตอย่างรวดเร็วยังมาพร้อมความเสี่ยงด้านคุณภาพและการควบคุมกระบวนการผลิต

3. Boeing พบปัญหาซอฟต์แวร์ 737 MAX อาจกระทบการรับรองรุ่นใหม่

ฝั่ง Boeing พบข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์ใน 737 MAX ซึ่งในบางกรณีหลังนักบินยกเลิกการลงจอด ระบบนำทางอัตโนมัติอาจไม่ทำงานตามปกติ ทำให้นักบินต้องรับภาระการควบคุมมากขึ้นในช่วงที่เครื่องบินอยู่ระดับต่ำ ขณะนี้ FAA กำลังประเมินว่าปัญหาดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรือไม่

ประเด็นสำคัญคือ หาก FAA เห็นว่าต้องแก้ไขก่อน อาจทำให้การรับรอง 737 MAX 10 ล่าช้า และเพิ่มความซับซ้อนต่อการนำ MAX 7 เข้าประจำการ ขณะที่ Southwest และ United ขอรับเครื่องบินใหม่ที่ใช้ซอฟต์แวร์รุ่นเดิมแทนรุ่นที่มีปัญหา สะท้อนว่าความไม่แน่นอนเริ่มส่งผลต่อแผนส่งมอบของลูกค้าแล้ว

4. ปัญหาของทั้งสองบริษัทต่างกัน แต่ปลายทางเหมือนกันคือเสี่ยงส่งมอบช้ากว่าคาด

Airbus เผชิญปัญหาที่ตัวโครงสร้างและกระบวนการผลิต ขณะที่ Boeing เผชิญปัญหาซอฟต์แวร์และกระบวนการรับรอง แต่ทั้งสองกรณีเพิ่มความเสี่ยงต่อ อัตราการผลิตและการส่งมอบเครื่องบิน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อรายได้ กระแสเงินสด และความสามารถในการลดจำนวนคำสั่งซื้อค้าง

สำหรับ Boeing ความเสี่ยงสูงกว่าในเชิงกฎระเบียบ เนื่องจาก 737 MAX ยังอยู่ภายใต้การจับตาของ FAA อย่างใกล้ชิด และซอฟต์แวร์แก้ไขถาวรเดิมวางไว้ถึงปี 2028 แม้บริษัทพยายามเร่งกำหนดการ ขณะที่ Airbus มีข้อได้เปรียบตรงที่ปัญหาปัจจุบันยังไม่ถูกจัดเป็นประเด็นด้านความปลอดภัย

Airbus กับ Boeing เจอปัญหาคนละแบบ แต่ความเสี่ยงปลายทางเหมือนกัน คือการผลิตและส่งมอบอาจต่ำกว่าแผน

ประเด็น

Airbus

Boeing

นัยต่อการลงทุน

รุ่นที่ได้รับผลกระทบ

A321neo

737 MAX

เป็นรุ่นสำคัญต่อยอดส่งมอบของทั้งสองบริษัท

ลักษณะปัญหา

สารเคลือบป้องกันการกัดกร่อนของโครงสร้างลำตัวไม่ได้มาตรฐาน

ซอฟต์แวร์นำทางอัตโนมัติอาจไม่ทำงานในบางกรณีหลังยกเลิกการลงจอด

Airbus เน้นความเสี่ยงด้านการผลิต ส่วน Boeing มีความเสี่ยงด้านซอฟต์แวร์และกฎระเบียบ

ขอบเขตปัญหา

ราว 500 ลำ แบ่งเป็นประมาณ 250 ลำที่ใช้งานและ 250 ลำระหว่างผลิต

ยังไม่ทราบจำนวนเครื่องที่ได้รับผลกระทบชัดเจน

Airbus เห็นขอบเขตชัดกว่า ขณะที่ Boeing ยังมีความไม่แน่นอน

ความปลอดภัย

Airbus และ EASA ยังไม่พบความเสี่ยงทันที

FAA อยู่ระหว่างประเมินว่าถือเป็นปัญหาความปลอดภัยหรือไม่

Boeing มีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบสูงกว่า

แนวทางแก้ไข

มีวิธีแก้แล้วและไม่ต้องถอดโครงสร้างออก

กำลังพัฒนาซอฟต์แวร์แก้ไขถาวร

Airbus มีแนวทางแก้ที่ชัดเจนกว่า

ผลต่อกำลังผลิต

เสี่ยงกระทบแผนเพิ่มจาก ~60 เป็น 75 ลำ/เดือน

เสี่ยงกระทบการเพิ่มการผลิตและส่งมอบ MAX

ทั้งคู่มีความเสี่ยงต่อเป้าหมายส่งมอบ

ผลต่อรุ่นใหม่

A321XLR ไม่ได้รับผลกระทบตามข้อมูลในบทความ

อาจกระทบการรับรอง MAX 10 และการนำ MAX 7 เข้าประจำการ

ความเสี่ยงของ Boeing มีผลต่อการเติบโตในอนาคตมากกว่า

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

เวลาที่ใช้แก้ A321neo และผลต่อสายการผลิต

ผลตรวจสอบของ FAA และเวลาปล่อยซอฟต์แวร์ใหม่

เป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อประมาณการส่งมอบและกระแสเงินสด

มุมมองของ InnovestX

  • INVX มองข่าวนี้เป็น ลบต่อทั้ง Boeing และ Airbus ในระยะสั้นในแง่ความเสี่ยงด้านการส่งมอบ มากกว่าผลกระทบต่อความต้องการเครื่องบิน เนื่องจากคำสั่งซื้อยังอยู่ในระดับสูง แต่ตลาดจะให้น้ำหนักมากขึ้นกับความสามารถในการเพิ่มกำลังผลิตโดยไม่สร้างปัญหาคุณภาพเพิ่มเติม
  • สำหรับ Airbus ความเสี่ยงหลักคือการแก้ไข A321neo จะรบกวนเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตหรือไม่
  • ส่วน Boeing ต้องติดตามผลประเมินของ FAA เป็นหลัก เพราะหากกระทบการรับรอง MAX 10 จะกดดันแผนส่งมอบและกระแสเงินสดมากกว่า

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Boeing–Airbus เจอปัญหาการผลิตพร้อมกัน เพิ่มความเสี่ยงส่งมอบเครื่องบิน | Café Invest