Café Invest
Markets

BofA เตือนรายได้ตลาดทุน 3Q26 อ่อนกว่าคาด กดดันหุ้นธนาคารสหรัฐ

BofA เตือนรายได้ตลาดทุน 3Q26 อ่อนกว่าคาด กดดันหุ้นธนาคารสหรัฐ

BofA ส่งสัญญาณว่ารายได้ตลาดทุนใน 3Q26 อ่อนกว่าคาด โดยรายได้ Trading มีแนวโน้มทรงตัว YoY และค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจ ต่ำกว่าตลาดคาด กดดันหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยบางส่วนยังแข็งแกร่ง โดย INVX ยังเห็นปัจจัยพื้นฐานของ GS, MS และ JPM น่าสนใจ ซึ่งในระยะสั้นความคาดหวังในรายได้ตลาดทุนที่ลดลง มองเป็นโอกาสเก็งกำไรเป็นช่วงๆ

1. BofA ส่งสัญญาณรายได้ตลาดทุนชะลอลงใน 3Q26

Bank of America (BAC) ส่งสัญญาณว่าผลประกอบการธุรกิจตลาดทุนใน 3Q26 มีแนวโน้มอ่อนกว่าที่ตลาดคาด โดย Brian Moynihan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า รายได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์มีแนวโน้มทรงตัว YoY แตกต่างจากช่วงครึ่งปีแรกที่กิจกรรมซื้อขายอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

ในรายละเอียด ธุรกิจซื้อขายหุ้นยังเติบโต แต่รายได้จากตราสารหนี้อ่อนตัวและมีความผันผวน ทำให้รายได้จากการซื้อขายโดยรวมมีแนวโน้มใกล้เคียงกับปีก่อน สะท้อนว่ากิจกรรมของลูกค้าสถาบันเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากฐานที่สูงในช่วงก่อนหน้า

ประเด็นดังกล่าวสร้างความผิดหวังต่อตลาด เนื่องจากก่อนหน้านี้นักลงทุนคาดว่าความผันผวนในตลาดการเงินและกิจกรรมระดมทุนจะยังสนับสนุนรายได้ของธนาคารขนาดใหญ่ต่อเนื่อง

2. ค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจต่ำกว่าตลาดคาดค่อนข้างมาก

BofA คาดค่าธรรมเนียมจากธุรกิจวาณิชธนกิจใน 3Q26 อยู่ที่ประมาณ $1.6–1.8bn ต่ำกว่าที่ตลาดคาดใกล้ $2.0bn และอาจลดลงราว 12–22% YoY เทียบกับประมาณการเดิมของตลาดที่คาดว่าจะลดลงเพียงเล็กน้อย

ผู้บริหารระบุว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างธุรกิจของ BofA ซึ่งมีสถานะไม่เด่นเท่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมที่มีกิจกรรมควบรวมกิจการสูงในช่วงที่ผ่านมา มากกว่าจะเกิดจากปัญหาด้านการดำเนินงานโดยตรง

อย่างไรก็ตาม รายการธุรกรรมที่อยู่ระหว่างดำเนินการยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการปิดดีลและรับรู้รายได้ โดยความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยที่ทำให้บริษัทบางแห่งชะลอการออกตราสารหนี้และการทำธุรกรรมขนาดใหญ่

3. ความผันผวนของดอกเบี้ยเป็นแรงกดดันสำคัญต่อธุรกิจตลาดทุน

BofA มองว่าความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในสาเหตุที่กิจกรรมในตลาดทุนชะลอลง โดยเฉพาะธุรกิจจัดหาเงินทุนผ่านตราสารหนี้ เนื่องจากบริษัทต่างๆ ต้องการเห็นระดับดอกเบี้ยมีเสถียรภาพมากขึ้นก่อนตัดสินใจระดมทุน

ในเวลาเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นเหนือระดับ 5% ชั่วคราว เพิ่มต้นทุนทางการเงินและอาจทำให้บริษัทชะลอการออกหุ้นกู้ การควบรวมกิจการ และธุรกรรมที่ใช้เงินกู้จำนวนมาก

ดังนั้น แม้อัตราดอกเบี้ยที่สูงจะเป็นบวกต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคารบางแห่ง แต่หากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยยังสูง ก็อาจส่งผลลบต่อรายได้จากธุรกิจตลาดทุนในระยะสั้น

4. ธุรกิจหลักของ BofA ยังมีปัจจัยรองรับ

แม้รายได้จากตลาดทุนอ่อนกว่าคาด แต่ภาพรวมธุรกิจธนาคารของ BofA ยังไม่ส่งสัญญาณเสื่อมลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทคงเป้าหมายรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปี 2026 ที่บริเวณกรอบบนของการเติบโต 6–8%

นอกจากนี้ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งยังเป็นจุดแข็ง โดยคาดค่าธรรมเนียมเติบโต 10–15% ขณะที่สินเชื่อภาคธุรกิจยังขยายตัวในวงกว้าง สะท้อนว่าความต้องการสินเชื่อของภาคเอกชนยังอยู่ในระดับที่ดี

ด้านผู้บริโภค ผู้บริหารระบุว่าการใช้จ่ายในเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นประมาณ 4% YoY ใกล้เคียงกับการเติบโตของค่าจ้าง ทำให้ยังไม่เห็นสัญญาณชัดเจนของการอ่อนตัวรุนแรงในคุณภาพสินทรัพย์หรือกิจกรรมผู้บริโภค

5. หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ถูกขายตามจากความกังวลต่อรายได้ตลาดทุน

คำเตือนของ BofA ส่งผลให้หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐปรับตัวลดลงเป็นวงกว้าง โดย BAC ปิดลดลง 5.1% ขณะที่ Goldman Sachs และ Morgan Stanley ลดลงประมาณ 4% และ 3.6% ตามลำดับ

ตลาดตีความว่าคำแนะนำของ BofA อาจสะท้อนภาพรวมของรายได้จากการซื้อขาย การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และการให้คำปรึกษาทางการเงินในอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวกว่าที่คาด

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อแต่ละธนาคารไม่เท่ากัน เนื่องจากโครงสร้างรายได้แตกต่างกัน โดยธนาคารที่พึ่งพาธุรกิจตลาดทุนสูงจะมีความอ่อนไหวต่อการชะลอตัวของกิจกรรมมากกว่า Universal Bank ที่มีรายได้จากสินเชื่อ เงินฝาก และรายได้ดอกเบี้ยช่วยรองรับ

6. มุมมองของ INVX

เรายังมองว่า GS, MS และ JPM มีปัจจัยพื้นฐานที่น่าสนใจ แม้ระยะสั้นอาจเผชิญแรงกดดันจากการชะลอตัวของรายได้ตลาดทุนและความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะหลังการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้าค่อนข้างโดดเด่น ทำให้ปัจจัยบวกบางส่วนอาจสะท้อนในราคาหุ้นไปแล้ว

อย่างไรก็ดี การลดระดับความคาดหวังของตลาดในรอบนี้อาจช่วยให้ฐานประมาณการกลับมาอยู่ในระดับที่ระมัดระวังมากขึ้น และหากกิจกรรมซื้อขาย การระดมทุน และ M&A ยังทยอยฟื้นตัว ก็ยังมีโอกาสเห็นแรงสนับสนุนต่อผลประกอบการในระยะถัดไป

ในเชิงเลือกหุ้น GS และ MS มีโอกาสได้อานิสงส์มากกว่า หากวัฏจักรตลาดทุนกลับมาแข็งแกร่งขึ้น แต่ก็มีความผันผวนสูงกว่า ขณะที่ JPM มีโครงสร้างรายได้กระจายตัวกว่า จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของรายได้ตลาดทุน และเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการรับความเสี่ยงในระดับต่ำกว่าเมื่อเทียบกับ GS และ MS

โดยรวม เรายังมองว่ากลุ่มนี้ สามารถติดตามเพื่อหาโอกาสเก็งกำไรได้เป็นช่วงๆ โดยควรรอดูทิศทางรายได้ตลาดทุน อัตราดอกเบี้ย และการปรับประมาณการกำไรของตลาดเพิ่มเติม

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน