Café Invest
Research

BTG - พรีวิว 1Q67: คาดขาดทุนลดลง QoQ

BTG - พรีวิว 1Q67: คาดขาดทุนลดลง QoQ

เราคาดว่า BTG จะรายงานขาดทุนปกติ 125 ลบ. ใน 1Q67 (ขาดทุนปกติติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4) แย่ลงจากที่มีกำไรปกติ 500 ลบ. ใน 1Q66 สะท้อนถึงขาดทุนจากธุรกิจสุกรในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา แต่ดีกว่าขาดทุนปกติ 676 ลบ. ใน 4Q66 จากราคาผลิตภัณฑ์สัตว์บกที่ดีขึ้นและต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง ด้วยราคาสุกรในประเทศที่อ่อนแอกว่าคาดในเดือนมี.ค. เราจึงปรับประมาณการกำไรปี 2567 ของ BTG ลดลง 10% ต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ราคาและปริมาณส่งออกไก่เนื้อที่ดีขึ้น และราคาสุกรในประเทศไทยและประเทศกัมพูชาที่ฟื้นตัวสูงกว่าจุดคุ้มทุนที่ระดับกำไรขั้นต้นในเดือนเม.ย. ถึงปัจจุบัน ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการ 2Q67 ของ BTG จะพลิกกลับมามีกำไร เรายังคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ BTG โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ที่ 27 บาท อ้างอิง PBV 2 เท่า (ROE ระยะยาวที่ 15% cost of equity ที่ 8.7% และการเติบโตระยะยาวที่ 2.5%)

คาดขาดทุนสุทธิ 125 ลบ. ใน 1Q67 เทียบกับกำไรสุทธิ 500 ลบ. ใน 1Q66 และขาดทุนสุทธิ 676 ลบ. ใน 4Q66 เนื่องจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจะหักล้างกับกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ เราจึงคาดว่า BTG จะรายงานขาดทุนปกติ 125 ลบ. ใน 1Q67 แย่ลงจากทีมีกำไรปกติ 500 ลบ. ใน 1Q66 แต่ดีกว่าขาดทุนปกติ 676 ลบ. ใน 4Q66 ผลประกอบการที่ปรับตัวแย่ลง YoY สะท้อนถึงขาดทุนจากธุรกิจสุกรในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ในขณะที่ผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้น QoQ ได้รับการสนับสนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากราคาผลิตภัณฑ์สัตว์บกที่ดีขึ้นและต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง

รายการที่สำคัญใน 1Q67 ยอดขาย คาดว่าจะลดลง 3% YoY สู่ 2.7 หมื่นลบ. เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลง 9% จะไม่สามารถชดเชยได้ด้วยปริมาณขายในทุกกลุ่มธุรกิจที่เพิ่มขึ้น 6% จากการขยายกำลังการผลิต โดยใน 1Q67 ธุรกิจสุกรในประเทศไทย (มากกว่า 30% ของยอดขาย) และประเทศกัมพูชา (4% ของยอดขาย) อ่อนแอลง เนื่องจากราคาสุกรในประเทศไทยและประเทศกัมพูชาลดลงสู่ 66 บาท/กก. (-25% YoY, +1% QoQ) และ 7,400 เรียลกัมพูชา/กก. (-8% YoY, +3% QoQ) ซึ่งเป็นผลมาจากอุปทานที่อยู่ในระดับสูง หลักๆ เกิดจากเนื้อสุกรผิดกฎหมายที่นำเข้ามาก่อนหน้านี้ ธุรกิจไก่เนื้อ (มากกว่า 40% ของยอดขาย) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการส่งออกมากขึ้น ท่ามกลางราคาไก่เนื้อในประเทศในระดับทรงตัวที่ 41 บาท/กก. +1% YoY และ +8% QoQ อัตรากำไรขั้นต้น ประเมินได้ที่ 10.5% ลดลงจาก 12.7% ใน 1Q66 จากราคาสุกรในประเทศที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำกว่าจุดคุ้มทุนในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา แต่เพิ่มขึ้นจาก 8.5% ใน 4Q66 จากราคาผลิตภัณฑ์สัตว์บกที่ดีขึ้นและต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง

2Q67TD: ราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้น MoM อย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางต้นทุนอาหารสัตว์ระดับต่ำ ราคาสัตว์บก ในเดือนเม.ย. ถึงปัจจุบัน ราคาสุกรในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ 66 บาท/กก. (+8% MoM แต่ -22% YoY เทียบกับจุดคุ้มทุนที่ระดับกำไรขั้นต้นสำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ 63-65 บาท/กก.) เนื่องจากอากาศร้อนส่งผลกระทบต่ออุปทาน และราคาไก่เนื้ออยู่ที่ 44 บาท/กก. (+2% MoM และ +12% YoY เทียบกับจุดคุ้มทุนที่ระดับกำไรขั้นต้นที่ 38-40 บาท/กก.) จากความต้องการส่งออกที่ดีขึ้น หลักๆ จากยุโรป และบางส่วนจากประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีน ราคาสุกรในประเทศกัมพูชาอยู่ที่ระดับสูงกว่า 8,000 เรียลกัมพูชา/กก. (ทรงตัว MoM แต่ -10% YoY, สูงกว่าจุดคุ้มทุนที่ระดับกำไรขั้นต้นตั้งแต่เดือนมี.ค.) ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลกัมพูชาออกมาตรการห้ามนำเข้าสุกรผิดกฎหมายตั้งแต่เดือนมี.ค. ต้นทุนอาหารสัตว์ ต้นทุนข้าวโพดในประเทศและกากถั่วเหลืองนำเข้าอยู่ที่ 10 บาท/กก. (ทรงตัว MoM แต่ -20% YoY) และ 21 บาท/กก. (-2% MoM และ -13% YoY) จากสภาวะการเพาะปลูกที่ดีขึ้น การลงทุนใหม่ ในช่วงกลางเดือนมี.ค. BTG ได้เข้าซื้อหุ้น 51% ของบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เบทาโกร สเปเชียลตี้ ฟู้ด จำกัด มูลค่า 80 ลบ. ทำให้ BTG ถือหุ้นทั้งหมด 100% โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารของ BTG เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าตลาดใหม่ในประเทศไทย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งจะส่งผลทำให้กำไรเพิ่มขึ้นปีละ 20 ลบ. (+1%)

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ อุปสงค์และราคาที่ลดลงจากเศรษฐกิจที่เปราะบางและอุปทานที่มากขึ้น และต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ปัจจัยเสี่ยง ESG ที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการพลังงาน ของเสีย และน้ำ ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน (E) นโยบายด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค/พนักงาน (S)