Café Invest
Research

BTG – หุ้นเด่นรับอานิสงส์การฟื้นตัวของธุรกิจสัตว์บกไทย

BTG – หุ้นเด่นรับอานิสงส์การฟื้นตัวของธุรกิจสัตว์บกไทย

ราคาสัตว์บกในประเทศไทยเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงปลายเดือนต.ค. หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายและเทศกาลกินเจสิ้นสุดลง โดยเราคาดว่าราคาจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากภาวะอุปทานตึงตัวและอุปสงค์ตามฤดูกาลที่ดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งน่าจะมากเกินพอชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย BTG โดดเด่นในฐานะบริษัทที่มีโมเมนตัมกำไรแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจสัตว์บก โดยเราคาดว่ากำไรปกติ 3Q26 จะอยู่ที่ 1.2 พันลบ. (ทรงตัว YoY, +66% QoQ) และกำไร 4Q26 จะยังแข็งแกร่ง (เพิ่มขึ้น YoY, ทรงตัว QoQ) โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของราคาสัตว์บก การกลับมาดำเนินงานตามปกติของฟาร์มไก่หลังได้รับผลกระทบจากโรคระบาดใน 2Q26 และการส่งออกที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ BTG และให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2027 อ้างอิงวิธี SOTP ที่ 25 บาท โดยอิงกับ PE 9-11 เท่า สำหรับธุรกิจอาหารสัตว์ ฟาร์ม และอาหาร

ราคาสุกรและไก่ไทยฟื้นตัวในช่วงปลายเดือนต.ค. หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายและเทศกาลกินเจสิ้นสุดลง ราคาสุกรเฉลี่ยใน 3Q26 อยู่ที่ 69 บาท/กก. (+8% QoQ, +1% YoY) สูงกว่าจุดคุ้มทุนที่ระดับกำไรขั้นต้นของผู้ผลิตรายใหญ่ที่ 60 บาท/กก. ขณะที่ราคาไก่เฉลี่ยอยู่ที่ 44 บาท/กก. (+14% QoQ, +11% YoY) สูงกว่าจุดคุ้มทุนที่ 39 บาท/กก. ภาวะอุปทานตึงตัวช่วยสนับสนุนราคา ก่อนที่สถานการณ์น้ำท่วมและเทศกาลกินเจจะทำให้อุปสงค์อ่อนตัวลง และกดดันให้ราคาสุกรและไก่ปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนที่ 62 บาท/กก. และ 43 บาท/กก. ตามลำดับในช่วงกลางเดือนต.ค. อย่างไรก็ตาม ภายในช่วงปลายเดือนต.ค.  ราคาเริ่มฟื้นกลับขึ้นมาที่ 67 บาท/กก. และ 44 บาท/กก. หลังปัจจัยลบดังกล่าวคลี่คลาย ทั้งนี้ มองไปข้างหน้าเราคาดว่าราคาจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากอุปทานที่ตึงตัว อุปสงค์ตามฤดูกาลที่ดีขึ้น และการส่งออกไก่ที่แข็งแกร่งไปยังสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ด้านต้นทุนอาหารสัตว์ ราคาข้าวโพดใน 3Q26 ลดลงสู่ 10.8 บาท/กก. (-9% QoQ, +5% YoY) จากผลผลิตตามฤดูกาล ขณะที่ราคากากถั่วเหลืองนำเข้าปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18.5 บาท/กก. (+6% QoQ, +20% YoY) จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและเงินบาทที่อ่อนค่า อย่างไรก็ดี เรายังคงคาดว่าราคาสัตว์บกที่ปรับเพิ่มขึ้นจะมากพอที่จะชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนอาหารสัตว์ โดยได้รับแรงหนุนจากราคาข้าวโพดที่ลดลงและการที่ BTG ได้ล็อกต้นทุนการซื้อกากถั่วเหลืองไว้จนถึงกลางปี 2027

โมเมนตัมกำไร 3Q26 แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจสัตว์บก; แนวโน้ม 4Q26 ยังดีต่อเนื่อง เราคาดว่า BTG จะมีโมเมนตัมกำไรปกติแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจสัตว์บก โดยกำไรปกติจะอยู่ในระดับทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด QoQ (เทียบกับคู่แข่งที่มีกำไรลดลง YoY และทรงตัวถึงลดลง QoQ) โดยได้รับแรงหนุนจากราคาสัตว์บกในประเทศที่ฟื้นตัวและการกลับมาดำเนินงานตามปกติของฟาร์มไก่หลังเกิดการระบาดของโรคใน 2Q26 ทั้งนี้ เราคาดว่ากำไรปกติ 3Q26 ของ BTG จะอยู่ที่ 1.2 พันลบ. ทรงตัว YoY แต่ +66% QoQ โดยเมื่อเทียบ YoY ผลบวกจากราคาสัตว์บกและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจะถูกหักล้างด้วยต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ขณะที่การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง QoQ น่าจะสะท้อนถึงการส่งออกไก่ที่กลับสู่ภาวะปกติ ราคาสัตว์บกที่ดีขึ้น และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ สำหรับ 4Q26 เราคาดว่ากำไรปกติของ BTG จะอยู่ใกล้เคียงกับระดับ 3Q26 (โดดเด่นกว่าผู้ประกอบธุรกิจสัตว์บกที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งอาจเผชิญกำไรลดลง QoQ) ขณะที่กำไรปกติของ BTG จะยังเติบโต YoY จากราคาสัตว์บกที่ฟื้นตัว การส่งออกไก่ที่แข็งแกร่ง และต้นทุนอาหารสัตว์ที่บริหารจัดการได้

Freshket ช่วยหนุนการเติบโตระยะยาว โดยมีผลกระทบต่อกำไรระยะสั้นจำกัดจาก synergy ที่จะค่อยๆ เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 19 ต.ค. BTG ได้ประกาศเข้าลงทุนเพิ่มอีก 59% ในบริษัท Polar Bear Mission (Polar) ผู้ดำเนินธุรกิจ Freshket แพลตฟอร์มออนไลน์จัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารให้แก่ลูกค้ากลุ่ม HoReCa และร้านค้าปลีก ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มเป็น 68% หลังธุรกรรมแล้วเสร็จในเดือนพ.ย. เราประเมินว่ามูลค่าการลงทุนซึ่งไม่ได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการน่าจะต่ำกว่า 500 ลบ. ซึ่งจะส่งผลกระทบจำกัดต่อสถานะทางการเงินของ BTG ทั้งนี้ ดีลดังกล่าวช่วยให้ BTG เข้าสู่ธุรกิจ B2B e-commerce ด้วยความเสี่ยงต่ำผ่านแพลตฟอร์มที่เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติมจำนวนมากในระยะสั้น พร้อมทั้งช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่ม HoReCa และเปิดโอกาสในการสร้าง synergy ทั้งด้านการขายสินค้าแบบ cross-selling และด้านโลจิสติกส์ Polar มีรายได้ในปี 2025 อยู่ที่ 2.3 พันลบ. และเติบโตมากกว่า 10% ต่อปีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ผลขาดทุนลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 183 ลบ. ในปี 2025 อนึ่ง เราประเมินว่าการรวมงบการเงินในปี 2027 จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ BTG ราว 2% ขณะที่กดดันกำไรเพียง 2% โดยยังไม่ได้รวมแนวโน้มกำไรส่วนเพิ่ม ซึ่งอาจเกิดจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและ synergy ในอนาคต

ความเสี่ยงที่สำคัญ คือ อุปสงค์และราคาที่ลดลงจากเศรษฐกิจที่เปราะบางและอุปทานที่มากขึ้น และต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการน้ำและของเสีย (E) สวัสดิภาพของลูกค้า การบริหารจัดการคุณภาพผลิตภัณฑ์ นโยบายด้านสุขภาพและความปลอดภัย (S)