Café Invest
Learn

แบ่งเงินเป็น 4 ส่วน: เงินสำรองฉุกเฉิน พอร์ต Income พอร์ต Stable Growth และพอร์ต Opportunistic ให้เงินทุกบาทมีหน้าที่ของตัวเอง

แบ่งเงินเป็น 4 ส่วน: เงินสำรองฉุกเฉิน พอร์ต Income พอร์ต Stable Growth และพอร์ต Opportunistic ให้เงินทุกบาทมีหน้าที่ของตัวเอง

การวางแผนการเงินควรเริ่มจากการกำหนดหน้าที่ให้เงินแต่ละส่วน เพราะเงินก้อนเดียวไม่ควรทำหน้าที่เป็นทั้งเงินฉุกเฉิน เงินเกษียณ และเงินหาโอกาสไปพร้อมกัน จึงเสนอให้แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ เงินสำรองฉุกเฉิน พอร์ต Income พอร์ต Stable Growth และพอร์ต Opportunistic

เงินสำรองฉุกเฉินควรมี 3 ถึง 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน และอยู่ในสินทรัพย์ที่ถอนได้เร็ว เช่น บัญชีออมทรัพย์ กองทุนตลาดเงิน หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น พอร์ต Income เน้นสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ เช่น หุ้นปันผล หุ้นกู้ และ REIT พอร์ต Stable Growth เป็นพอร์ตหลักเพื่อเติบโตระยะยาว โดยใช้การกระจายการลงทุนผ่านหุ้น ตราสารหนี้ สินทรัพย์ทางเลือก กองทุนดัชนี กองทุนผสม และ RMF หรือ Thai ESG ส่วนพอร์ต Opportunistic ใช้สำหรับหุ้นรายตัว กองทุนธีม หรือการเทรดระยะสั้น โดยจำกัดไม่เกิน 30% ของเงินลงทุน

ลองนึกถึงวันที่คุณเก็บเงินก้อนแรกในชีวิตได้ 300,000 บาท ทั้งหมดนอนอยู่ในบัญชีออมทรัพย์

คำถามที่มักวนอยู่ในหัวคือ เงินก้อนนี้ควรเอาไปลงทุนอะไรดี หุ้น กองทุน หรือทองคำ

นี่คือคำถามแรกของใครหลายคน แต่ในมุมของการวางแผนการเงิน คำถามที่ควรมาก่อนคือ เงินแต่ละบาทของคุณมีหน้าที่อะไร

 

เงินก้อนเดียวไม่สามารถทำทุกหน้าที่ได้พร้อมกัน การจัดพอร์ตที่ดีจึงเริ่มจากการกำหนดหน้าที่ให้เงินแต่ละส่วนก่อน แล้วจึงค่อยเลือกว่าจะลงทุนในอะไร

 

ปัญหาของเงินก้อนเดียวที่ต้องทำทุกหน้าที่

สมมติว่าคุณนำเงินทั้งหมดไปซื้อหุ้น แล้วเดือนถัดมารถเสียต้องซ่อมด่วน คุณต้องขายหุ้นทันที และถ้าตลาดกำลังปรับฐานพอดี ขาดทุนบนกระดาษจะกลายเป็นขาดทุนจริง ในทางกลับกัน ถ้ากลัวความเสี่ยงจนฝากออมทรัพย์ไว้ทั้งหมด ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเงินเฟ้อก็ทำให้เงินก้อนเดิมซื้อของได้น้อยลงทุกปี

ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่การเลือกสินทรัพย์ผิด แต่คือการให้เงินก้อนเดียวรับทุกหน้าที่พร้อมกัน ทั้งเป็นเงินฉุกเฉิน เงินเกษียณ และเงินไล่ตามโอกาส ไม่มีสินทรัพย์ใดทำได้ดีทั้งสามอย่างในเวลาเดียวกัน

เมื่อแบ่งหน้าที่ของเงินให้ชัดตั้งแต่ต้น คุณจะเก็บเงินส่วนที่ต้องปลอดภัยไว้ให้ปลอดภัยจริง และเปิดรับความเสี่ยงกับเงินอีกส่วนได้อย่างสบายใจในเวลาเดียวกัน

 

เงิน 4 ส่วน แต่ละส่วนมีหน้าที่ของตัวเอง

  • เงินสำรองฉุกเฉิน มีหน้าที่พร้อมให้ใช้ทันทีเมื่อเกิดเรื่องไม่คาดฝัน โดยไม่ต้องไปรบกวนเงินส่วนอื่น
  • พอร์ต Income พอร์ตสร้างกระแสเงินสด มีหน้าที่สร้างรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอระหว่างทาง
  • พอร์ต Stable Growth พอร์ตหลักที่กระจายการลงทุน มีหน้าที่ทำให้เงินเติบโตอย่างสม่ำเสมอในระยะยาวจนถึงเป้าหมายใหญ่ของชีวิต
  • พอร์ต Opportunistic พอร์ตของการลงทุนเติบโตสูงและการเทรด มีหน้าที่เปิดทางให้คุณคว้าโอกาสที่น่าสนใจ โดยไม่กระทบแผนใหญ่

 

เงินสำรองฉุกเฉิน

เงินส่วนนี้มีหน้าที่เดียวคืออยู่ตรงนั้นเสมอในวันที่คุณต้องการ ขนาดที่ใช้กันทั่วไปคือ 3 ถึง 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เครื่องมือสำหรับส่วนนี้ต้องแน่นอนและถอนได้เร็ว ได้แก่ บัญชีออมทรัพย์ กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund กองทุนพักเงินในเงินฝากและตราสารหนี้อายุสั้น ถอนได้เร็ว) และกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ผลตอบแทนไม่สูง เพราะหน้าที่ของมันคือความพร้อม ไม่ใช่การเติบโต และไม่ควรอยู่ในสินทรัพย์ที่ราคาผันผวนหรือกองทุนที่ติดเงื่อนไขถือครองยาว

ส่วนเงินที่เหลือจากเงินสำรองฉุกเฉิน คือเงินลงทุนที่แบ่งไปตามหน้าที่ของอีกสามพอร์ตต่อไปนี้

 

พอร์ต Income เงินเดือนที่สองของคุณ

พอร์ตนี้รวมทุกอย่างที่สร้างรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ จนอาจเรียกได้ว่าเป็นเงินเดือนที่สองของคุณ เครื่องมือได้แก่ หุ้นปันผล หุ้นกู้ กองทุนที่สร้างกระแสเงินสด และ REIT (กองทรัสต์ที่นำรายได้ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์มาจ่ายผู้ถือหน่วยสม่ำเสมอ)

 

พอร์ต Stable Growth เครื่องยนต์เติบโตของเงินระยะยาว

พอร์ตนี้เป็นพอร์ตหลักของเงินลงทุน หน้าที่คือทำให้เงินเติบโตในระยะยาวผ่านพอร์ตที่กระจายการลงทุนอย่างสมดุล ไม่หวือหวา แต่พาไปถึงเป้าหมาย เครื่องมือที่เหมาะได้แก่ พอร์ตลงทุนที่จัดสรรสินทรัพย์ไว้ครบทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำที่ช่วยกระจายความเสี่ยงเมื่อตลาดหุ้นผันผวน กองทุนดัชนี (Index Fund กองทุนที่ลงทุนตามดัชนีตลาด ค่าธรรมเนียมต่ำ) กองทุนรวมผสมที่กระจายการลงทุนทั่วโลก และกองทุนลดหย่อนภาษีอย่าง RMF และ Thai ESG ที่เงื่อนไขถือครองยาวสอดคล้องกับหน้าที่ของพอร์ตนี้พอดี หลายคนมีพอร์ตนี้อยู่แล้วโดยไม่รู้ตัวผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

 

พอร์ต Opportunistic พื้นที่ของโอกาสที่คุมความเสี่ยงไว้แล้ว

พอร์ตนี้แบ่งได้เป็นสองแบบ แบบแรกคือการลงทุนในหุ้นรายตัวและกองทุนธีมหุ้นเติบโตสูง ส่วนแบบที่สองคือการเทรดเพื่อหาจังหวะในระยะสั้น สัดส่วนถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 30% ของเงินลงทุน และการถูกจำกัดนี้เองคือสาระสำคัญ เพราะต่อให้ผิดทาง แผนใหญ่ของชีวิตก็ยังเดินต่อได้ พอร์ต Opportunistic จึงเปรียบเหมือนสนามที่มีรั้วรอบ ความอยากลองของคุณได้ออกวิ่งเต็มที่ในสนามนี้ แทนที่จะไปวิ่งในเงินก้อนที่ห้ามแตะ

 

ก้าวแรกของคุณ

ก้าวแรกยังไม่ใช่การเปิดแอปซื้อสินทรัพย์ลงทุน แต่คือการเขียนตัวเลขเงินทั้งหมดที่คุณมี แล้วลองแบ่งหน้าที่ให้เงินแต่ละส่วนดู เมื่อเงินทุกบาทรู้หน้าที่ของตัวเองแล้ว คำถามว่าจะลงทุนในอะไรจะตอบง่ายขึ้นมาก

 

พอร์ตที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่พอร์ตที่ผลตอบแทนสูงที่สุดในปีที่ดี แต่คือพอร์ตที่ทำให้คุณนอนหลับสบายในปีที่แย่ และอยู่กับแผนได้จนถึงวันที่เป้าหมายมาถึง

 

⚠️ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งที่รับประกันผลงานในอนาคต เงินลงทุนอาจสูญหาย และควรศึกษาความเสี่ยงก่อนลงทุน