ในขณะที่นักลงทุนจำนวนมากมองหาบริษัทที่ประสบความสำเร็จแล้ว
Cathie Wood กลับมองหาบริษัทที่โลกยังไม่เข้าใจ
เธอเชื่อว่า ผลตอบแทนมหาศาล ไม่ได้เกิดจากการตามผู้ชนะ แต่เกิดจากการค้นพบผู้ชนะก่อนคนอื่น
Cathie Wood : ลงทุนในนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลก ก่อนที่คนส่วนใหญ่จะมองเห็นคุณค่าของมัน

ซีรีส์ Investor Stories จาก InnovestX จะพาไปรู้จักนักลงทุนระดับโลก ผ่านเรื่องราวชีวิต จุดเปลี่ยน และวิธีคิดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ
ตอนนี้ขอพาไปรู้จัก Cathie Wood นักลงทุนที่เชื่อว่า
กำไรก้อนใหญ่ที่สุด มักซ่อนอยู่ในสิ่งที่ตลาดยังมองว่าเป็นไปไม่ได้
นักลงทุนที่ Wall Street เคยหัวเราะเยาะ
ช่วงต้นปี 2018 Cathie Wood ประกาศเป้าหมายราคาหุ้น Tesla ที่ 4,000 ดอลลาร์ ก่อนการแตกพาร์ ขณะที่ราคาหุ้นในเวลานั้นอยู่เพียงราว 300 ดอลลาร์
Wall Street แทบทั้งถนนมองว่าเป็นตัวเลขที่เพ้อฝัน สื่อการเงินนำไปวิจารณ์ ขณะที่นักวิเคราะห์จำนวนมากตั้งคำถามกับสมมติฐานของเธอ
แต่ Wood ไม่ได้ตั้งเป้าหมายจากความศรัทธาใน Elon Musk เพียงอย่างเดียว
เธอมองจากแนวโน้มต้นทุนแบตเตอรี่ การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ และข้อมูลที่ Tesla สะสมได้เหนือคู่แข่ง
สามปีต่อมา เมื่อปรับตามการแตกพาร์ ราคาหุ้น Tesla ก็ขึ้นไปถึงระดับดังกล่าวเร็วกว่ากรอบเวลาที่เธอคาดไว้
เหตุการณ์นี้ทำให้ Cathie Wood กลายเป็นที่รู้จักทั่วโลก
แต่สำหรับเธอ Tesla ไม่ใช่เพียงหุ้นรถยนต์
หากเป็นตัวอย่างของเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมทั้งระบบ
จุดเปลี่ยนของชีวิต เริ่มต้นจากการถูกปฏิเสธ
จุดเปลี่ยนสำคัญของ Wood ไม่ใช่วันที่กองทุนสร้างผลตอบแทนสูงที่สุด
แต่คือวันที่แนวคิดของเธอถูกปฏิเสธ ขณะทำงานอยู่ที่ AllianceBernstein เธอเสนอให้บริษัทจัดตั้งกองทุน ETF แบบบริหารเชิงรุก ซึ่งลงทุนเฉพาะในนวัตกรรมพลิกโลก หรือ Disruptive Innovation
ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ พันธุกรรม ไปจนถึงบล็อกเชน
แต่บริษัทมองว่าแนวคิดนี้มีความเสี่ยงสูงเกินไป คนส่วนใหญ่ในวัยใกล้เกษียณอาจเลือกทำงานต่ออย่างมั่นคง แต่ในปี 2014 ขณะมีอายุ 58 ปี Cathie Wood กลับลาออกมาก่อตั้ง ARK Invest
เธอเดิมพันชื่อเสียงทั้งชีวิตกับความเชื่อเพียงข้อเดียว
โลกกำลังจะเปลี่ยนเร็วกว่าที่ตลาดคิด มองโลกด้วยกรอบเวลาห้าปี
หัวใจของวิธีคิดแบบ Cathie Wood ไม่ได้อยู่ที่การหาหุ้นซึ่งจะขึ้นในเดือนหน้า
แต่อยู่ที่การตั้งคำถามว่า
อีกห้าปี เทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนโลกได้มากเพียงใด
นักวิเคราะห์ทั่วไปมักประเมินบริษัทจากกำไรในไตรมาสหน้าหรือปีหน้า แต่ ARK ใช้กรอบเวลาห้าปี และศึกษาว่าต้นทุนของเทคโนโลยีจะลดลงเร็วเพียงใด
หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือ Wright’s Law ซึ่งอธิบายว่า เมื่อกำลังการผลิตสะสมเพิ่มขึ้น ต้นทุนต่อหน่วยมักลดลงในอัตราที่คาดการณ์ได้
เมื่อต้นทุนลดลงจนเทคโนโลยีเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น ความต้องการอาจเติบโตแบบก้าวกระโดด
นี่คือเหตุผลที่ Cathie Wood สนใจรถยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีชีวภาพ
ไม่ใช่เพราะทุกบริษัทจะประสบความสำเร็จ
แต่เพราะเธอเชื่อว่า อุตสาหกรรมเหล่านี้กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่
เมื่อผลตอบแทนสูง มาพร้อมความผันผวนสูง
ปี 2020 กองทุน ARK Innovation ETF หรือ ARKK สร้างผลตอบแทนราว 150% ภายในปีเดียว และกลายเป็นหนึ่งในกองทุนหุ้นที่โดดเด่นที่สุดของโลก
แต่หลังจากนั้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น หุ้นเติบโตถูกเทขาย และ ARKK ร่วงลงมากกว่า 70% จากจุดสูงสุด
เหตุการณ์นี้สะท้อนอีกด้านของการลงทุนในนวัตกรรม
ผลตอบแทนที่สูง อาจมาพร้อมความผันผวนที่รุนแรงไม่แพ้กัน
Cathie Wood ยังคงย้ำว่า ราคาหุ้นที่ปรับลง ไม่ได้หมายความว่านวัตกรรมหยุดพัฒนา
แต่สำหรับนักลงทุน คำถามสำคัญคือ
เรามีกรอบเวลายาวพอหรือไม่ และรับความผันผวนระหว่างทางได้จริงเพียงใด
หลักการลงทุนที่ Cathie Wood ยึดถือ
สำหรับนักลงทุน บทเรียนจาก Cathie Wood ไม่ใช่การทุ่มเงินทั้งหมดลงในหุ้นนวัตกรรม
แต่คือการจัดสรรเงินเฉพาะส่วนที่รับความผันผวนได้จริง ศึกษาธุรกิจให้ลึก และแยกให้ออกระหว่างเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลก กับเรื่องเล่าที่กำลังเป็นกระแส
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

