CBG รายงานกำไรสุทธิ 3Q66 จำนวน 530 ลบ. (+11.2% YoY และ +10% QoQ) เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ ทั้งนี้แม้ว่ารายได้รวมและอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับทรงตัว QoQ แต่ค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลงช่วยสนับสนุนกำไร เรายังคงประมาณการปี 2566 ไว้เหมือนเดิม โดยคาดว่ากำไร 4Q66 จะเพิ่มขึ้น YoY และ QoQ โดยได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยฤดูกาล การบริโภคที่ฟื้นตัว และธุรกิจเบียร์ เรายังคงคำแนะนำ tactical call สำหรับ CBG ไว้ที่ NEUTRAL แม้ว่าธุรกิจใหม่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงมี downside risks จากต้นทุนที่ผันผวนและการฟื้นตัวของอุปสงค์ในต่างประเทศ เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2567 ไว้ที่ 86 บาท/หุ้น อ้างอิง PE เฉลี่ย 34 เท่า
CBG - 3Q66: กำไรสุทธิใกล้เคียงคาด

กำไรสุทธิ 3Q66 ใกล้เคียงคาด โดยเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ CBG รายงานกำไรสุทธิ 3Q66 จำนวน 530 ลบ. (+11.2% YoY และ +10% QoQ) ใกล้เคียงกับที่เราคาดการณ์ไว้ที่ 520 ลบ. รายได้รวมอยู่ที่ 4.7 พันลบ. (+0.3% YoY และทรงตัว QoQ) โดยรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทเอง (เครื่องดื่มบำรุงกำลัง) ลดลง 14% YoY และ 7% QoQ เพราะได้รับแรงกดดันจากยอดขายต่างประเทศที่ลดลง 28% YoY และ 23% QoQ รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 254% YoY และ 128% QoQ สู่ 398 ลบ. ซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตบรรจุภัณฑ์เบียร์ล็อตแรก อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 26.8% ทรงตัว QoQ แต่ลดลงจาก 29% ใน 3Q65 โดยได้รับแรงกดดันจากต้นทุนน้ำตาลเป็นหลัก อัตราส่วนค่าใช้จ่าย SG&A/ยอดขายอยู่ที่ 13.9% ลดลง YoY และ QoQ จากอุปสงค์ในตลาดที่อ่อนตัวลงและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย กำไรสุทธิ 9M66 อยู่ที่ 1.27 พันลบ. (-32% YoY) คิดเป็น 66% ของประมาณการกำไรปี 2566 ของเรา
คาราบาวกรุ๊ปเปิดตัวเบียร์ คาราบาว และ ตะวันแดง เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2566 คาราบาวกรุ๊ปได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เบียร์ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกภายใต้สองแบรนด์ คาราบาว และ ตะวันแดง โดยมีทั้งหมด 5 รสชาติ ประกอบด้วย แบรนด์คาราบาว 2 รสชาติ ได้แก่ Lager Beer และ Dunkel Beer ขณะที่แบรนด์ตะวันแดง เปิดตัว 3 รสชาติ ได้แก่ Weizen Beer, Rose Beer และ IPA Beer ช่องทางการจัดจำหน่ายประกอบด้วยร้านค้าดั้งเดิม ร้านสะดวกซื้อในเครือคาราบาวกรุ๊ป และหน่วยรถเงินสด โดยบริษัทตั้งเป้าเป็นผู้เล่นที่มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 3 ในปี 2567
คงประมาณการปี 2566 โดยคาดว่ากำไร 4Q66 จะเพิ่มขึ้น YoY และ QoQ เรายังคงประมาณการรายได้ปี 2566 ไว้ที่ 1.89 หมื่นลบ. (-1.4% YoY) สำหรับ 4Q66 เราคาดว่ารายได้จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยได้รับการสนับสนุนจากการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวและการผลิตบรรจุภัณฑ์เบียร์เต็มไตรมาสและเริ่มจำหน่ายในเดือนพ.ย. เราคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นโดยเฉลี่ยในปี 2566 ที่ 26.8% ลดลงจาก 29.3% ในปี 2565 อัตรากำไรขั้นต้นใน 4Q66 จะได้รับแรงกดดันจากต้นทุนน้ำตาลที่สูงขึ้น แต่จะได้รับการสนับสนุนจากต้นทุนอลูมิเนียมที่ลดลง ดังนั้นเราจึงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2566 ที่ 1.9 พันลบ. (-16% YoY) สำหรับปี 2567 เรายังคงประมาณการรายได้ไว้ที่ 2.21 หมื่นลบ. (+17%) โดยได้รับการสนับสนุนจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจเบียร์เต็มปี โดยใช้สมมติฐานการผลิตและจัดจำหน่าย 200-220 ล้านหน่วย อัตรากำไรขั้นต้นโดยเฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ที่ 27.8% และคาดการณ์กำไรสุทธิที่ 2.5 พันลบ. (+31% YoY)
ปัจจัยเสี่ยงและความกังวล ราคาน้ำตาลยังคงเป็นสิ่งที่เราต้องจับตา หลังจากครม.มีมติเห็นชอบควบคุมราคาน้ำตาลเป็นเวลา 1 ปี นอกจากนี้เรายังต้องจับตาดูเศรษฐกิจและนโยบายของกลุ่มประเทศ CLMV ด้วย
คงคำแนะนำ tactical call “NEUTRAL” ด้วยราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 86 บาท/หุ้น เรายังคงคำแนะนำ tactical call สำหรับ CBG ไว้ที่ NEUTRAL แม้ว่าธุรกิจใหม่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงมี downside risks จากต้นทุนที่ผันผวนและการฟื้นตัวของอุปสงค์ในต่างประเทศ เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2567 ไว้ที่ 86 บาท/หุ้น อ้างอิง PE เฉลี่ย 34 เท่า

