Café Invest
Markets

Cerebras ราคาหุ้นฟื้นตัวหลัง OpenAI ยืนยันความร่วมมือ คลายความกังวลของตลาด

Cerebras ราคาหุ้นฟื้นตัวหลัง OpenAI ยืนยันความร่วมมือ คลายความกังวลของตลาด

Cerebras ฟื้นตัวหลัง OpenAI ยืนยันว่าความร่วมมือยังใกล้ชิด ช่วยลดความกังวลจากการใช้ชิป Nvidia ในบริการ AI รุ่นล่าสุด การแข่งขันด้านความเร็วเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิปหลายรายเติบโตควบคู่กัน แต่ Cerebras ยังต้องพิสูจน์การส่งมอบกำลังประมวลผลและการฟื้นตัวของกำไร โดยมีความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่และหุ้นที่พ้นข้อจำกัดการขายเพิ่มเติม โดย INVX มอง Nvidia ยังมีความได้เปรียบจากฐานลูกค้าและเทคโนโลยีที่ครอบคลุมกว่า

1. OpenAI ยืนยันความร่วมมือ ช่วยคลายความกังวลของตลาด

หุ้น Cerebras ปรับขึ้นประมาณ 8% ระหว่างการซื้อขายวันที่ 5 ต.ค. หลัง Sam Altman ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OpenAI ยืนยันว่า Cerebras ยังเป็นพันธมิตรใกล้ชิด และทั้งสองบริษัทกำลังร่วมพัฒนาความเร็วในการประมวลผล AI คำชี้แจงนี้ช่วยลดความกังวลหลังหุ้นลดลงประมาณ 20% ในสัปดาห์ก่อน จากข่าวว่า OpenAI ใช้ชิป Nvidia สำหรับบริการ GPT-6.1 Sol โหมด Ultrafast

อย่างไรก็ตาม Altman ไม่ได้ยืนยันว่า Cerebras จะรองรับบริการดังกล่าวเมื่อใด จึงควรมองคำชี้แจงนี้เป็นการยืนยันความสัมพันธ์ มากกว่าการประกาศคำสั่งซื้อใหม่

2. การใช้ Nvidia ไม่ได้หมายความว่า Cerebras สูญเสียบทบาท

OpenAI มีข้อตกลงซื้อกำลังประมวลผลจาก Cerebras 750 เมกะวัตต์ภายในปี 2028 ซึ่งประกาศในเดือนมกราคมด้วยมูลค่ามากกว่า $10bn สะท้อนว่า Cerebras ยังมีบทบาทในแผนขยายโครงสร้างพื้นฐานของ OpenAI

Barclays มองว่าความสัมพันธ์ยังแข็งแกร่ง และข้อจำกัดสำคัญอยู่ที่ความสามารถในการส่งมอบของ Cerebras ขณะที่ Citi ยังไม่ปรับมุมมองรายได้ปี 2026–2028 ทั้งนี้ ความเห็นว่าบริษัทจะเข้ามารองรับบริการของ OpenAI เพิ่มเติมเมื่อกำลังผลิตพร้อม ยังเป็นการประเมินของนักวิเคราะห์

3. การแข่งขันกำลังขยายสู่การทำให้ AI ตอบสนองเร็วขึ้น

โอกาสของ Cerebras อยู่ที่ การประมวลผลเพื่อให้ AI ตอบคำถามหรือทำงานหลังผ่านการฝึกแล้ว เช่น การสร้างคำตอบ เขียนโปรแกรม และทำงานแทนผู้ใช้ ซึ่งยิ่งมีการใช้งานมาก ความต้องการกำลังประมวลผลส่วนนี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โดย Mizuho ประเมินว่าตลาดประมวลผล AI ความเร็วสูงอาจมีมูลค่า $550bn ภายในปี 2030

Cerebras เน้นชิปเฉพาะทางที่ช่วยลดเวลารอคำตอบ ขณะที่ Nvidia มีจุดแข็งจากระบบเทคโนโลยีที่ครอบคลุมทั้งการฝึกและการใช้งาน AI จึงมีโอกาสที่ทั้งสองบริษัทจะเติบโตควบคู่กัน โดยรองรับงานที่มีความต้องการแตกต่างกัน

4. ความเร็วของชิปต้องเปลี่ยนเป็นรายได้และกำไรได้จริง

Cerebras รายงานว่ารายได้ธุรกิจบริการประมวลผลผ่านศูนย์ข้อมูลเพิ่ม 281% YoY และมีกำลังรองรับที่เปิดใช้งานแล้วหรืออยู่ภายใต้สัญญารวมมากกว่า 600 เมกะวัตต์ พร้อมแผนเพิ่มกำลังการผลิตชิปมากกว่า 10 เท่าในปี 2026 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโอกาสเติบโต แต่กำลังรองรับที่อยู่ภายใต้สัญญายังไม่ได้เปิดใช้งานทั้งหมด

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การส่งมอบระบบและจัดหาไฟฟ้าได้ตามเวลาและงบประมาณ รวมถึงการเพิ่มลูกค้านอกเหนือจาก OpenAI และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัว เพราะความได้เปรียบด้านความเร็วเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันความสามารถทำกำไร

5. ราคาหุ้นยังมีความเสี่ยงจากมูลค่าและแรงขายเพิ่มเติม

แม้ราคาหุ้นฟื้นตัว แต่ตลาดยังให้น้ำหนักกับ การพึ่งพา OpenAI ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดตามมูลค่างานในมือ และมูลค่าหุ้นที่สะท้อนความคาดหวังการเติบโตสูง นอกจากนี้ บทความระบุว่าจะมีหุ้นพ้นข้อจำกัดการขายเพิ่มเติมในวันที่ 14 และ 28 ต.ค. ซึ่งอาจเพิ่มแรงขายระยะสั้น

ดังนั้น การยืนยันความร่วมมือช่วยลดความเสี่ยงด้านความเชื่อมั่น แต่ยังต้องติดตามผลประกอบการและความคืบหน้าการส่งมอบเพื่อประเมินความแข็งแกร่งของธุรกิจ

6. Cerebras ต่างจาก Nvidia อย่างไร และทำไมทดแทนได้ยาก

Cerebras ใช้ชิปขนาดใหญ่ที่รวมหน่วยประมวลผลจำนวนมากไว้บนแผ่นซิลิคอนเดียว ช่วยลดการส่งข้อมูลระหว่างชิป และเน้นจุดขายด้านการทำให้ AI ตอบสนองเร็ว ขณะที่ Nvidia ใช้ GPU หลายตัวทำงานร่วมกัน พร้อมระบบเชื่อมต่อและซอฟต์แวร์ที่รองรับงานหลากหลาย ทั้งการฝึก AI การให้ AI ตอบคำถาม และการประมวลผลประเภทอื่น

Cerebras จึงทดแทน Nvidia ได้ยาก เพราะความได้เปรียบของ Nvidia ครอบคลุมทั้ง ซอฟต์แวร์ CUDA ที่นักพัฒนาใช้อย่างแพร่หลาย ความยืดหยุ่นในการรองรับงาน และความสามารถส่งมอบระบบขนาดใหญ่ การเปลี่ยนไปใช้ Cerebras ต้องปรับซอฟต์แวร์และทดสอบความคุ้มค่าตามลักษณะงาน อีกทั้ง Cerebras ยังต้องขยายกำลังรองรับให้เพียงพอ จึงมีแนวโน้มเข้ามาเสริมในงานที่ต้องการความเร็วสูง มากกว่าทดแทน Nvidia ทั้งระบบ

ประเด็นติดตาม

ข้อมูลสำคัญจากบทความ

นัยต่อการลงทุน

ความร่วมมือกับ OpenAI

ยืนยันเป็นพันธมิตรใกล้ชิด แต่ไม่มีคำสั่งซื้อใหม่ในคำชี้แจง

ลดความกังวลระยะสั้น ยังไม่เปลี่ยนประมาณการกำไรโดยตรง

ข้อตกลงระยะยาว

750 เมกะวัตต์ภายในปี 2028 มูลค่าเริ่มต้นมากกว่า $10bn

รองรับโอกาสรายได้ แต่ขึ้นกับการส่งมอบ

ตลาด AI ความเร็วสูง

Mizuho คาดมูลค่า $550bn ในปี 2030

เปิดโอกาสให้ Cerebras และ Nvidia เติบโตควบคู่กัน

กำลังรองรับและกำไร

มากกว่า 600 เมกะวัตต์ ทั้งที่เปิดใช้แล้วและอยู่ภายใต้สัญญา

ต้องติดตามกำลังที่เปิดใช้จริงและอัตรากำไรขั้นต้น

ความเสี่ยงราคาหุ้น

พึ่งพา OpenAI และมีหุ้นพ้นข้อจำกัดการขาย 14 และ 28 ต.ค.

อาจเพิ่มความผันผวน แม้ความเชื่อมั่นฟื้นตัว

มุมมองของ InnovestX

  • INVX มองประเด็นนี้เป็นบวกต่อ Cerebras ในด้านความเชื่อมั่น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันการฟื้นตัวของกำไร สำหรับกลยุทธ์ลงทุน Nvidia ยังมีความได้เปรียบจากฐานลูกค้าและเทคโนโลยีที่ครอบคลุมกว่า
  • ขณะที่ Cerebras มีโอกาสเติบโตในงาน AI ที่ต้องการความเร็วสูง แต่ควรติดตามการเปิดใช้กำลังประมวลผล อัตรากำไร และการกระจายฐานลูกค้า

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน