CLARITY Act เป็นร่างกฎหมายที่ต้องการวางกติกาว่า สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใดอยู่ภายใต้หน่วยงานใด ใครสามารถให้บริการอะไรได้ และต้องปฏิบัติตามข้อกำกับแบบไหน ซึ่งหากผ่านจะช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบและเป็นบวกต่อ Coinbase รวมถึงกลุ่มคริปโต แต่ในอีกด้านอาจเปิดทางให้แพลตฟอร์มคริปโตแข่งขันกับธนาคารได้มากขึ้น โดยเฉพาะการดึงเงินฝากและลูกค้าผ่าน Stablecoin
Trump เร่งดัน CLARITY Act หนุนคริปโต แต่กดดันธนาคาร

Trump เร่งดัน CLARITY Act หนุนคริปโต แต่กดดันธนาคาร
1. Trump เดินหน้าผลักดัน CLARITY Act ให้คริปโตเข้าสู่ระบบการเงินหลัก
· รัฐบาล Donald Trump กำลังเร่งผลักดัน CLARITY Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่จะวางกรอบกำกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้ชัดเจนขึ้น และช่วยให้ธุรกิจคริปโตเข้ามาอยู่ในระบบการเงินกระแสหลักมากขึ้น
· อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน CLARITY Act ยังเป็นเพียงร่างกฎหมายและยังไม่มีผลบังคับใช้ โดยต้องผ่านขั้นตอนในวุฒิสภาและกระบวนการทางกฎหมายเพิ่มเติมก่อน จึงยังมีความไม่แน่นอนสูงต่อผลลัพธ์สุดท้าย
2. จุดขัดแย้งหลักคือ Stablecoin อาจดึงเงินฝากออกจากธนาคาร
· อุตสาหกรรมธนาคารกังวลว่า หากบริษัทคริปโตสามารถจ่ายผลตอบแทนในลักษณะคล้ายดอกเบี้ยให้ผู้ถือ Stablecoin ได้ จะทำให้เงินฝากบางส่วนไหลออกจากธนาคาร โดยเฉพาะธนาคารขนาดเล็กและธนาคารชุมชน
· ร่างล่าสุดจึงเปิดทางให้รัฐมนตรีคลังสามารถจำกัดผลตอบแทนจาก Stablecoin ได้ หากพบว่าเงินฝากไหลออกจนกระทบเสถียรภาพของธนาคาร ซึ่งสะท้อนว่าผู้กำหนดนโยบายรับรู้ความเสี่ยงด้านการแข่งขันระหว่างคริปโตกับธนาคารโดยตรง
3. ร่างใหม่เพิ่มข้อจำกัดด้านจริยธรรมเพื่อดึงเสียงเดโมแครต
· อุปสรรคสำคัญอีกด้านคือความกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะจากการที่ Trump และครอบครัวมีธุรกิจและรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมาก
· ร่างใหม่จึงเพิ่มข้อกำหนดให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงบางรายต้องขายสินทรัพย์คริปโตบางประเภทหรือโอนไปไว้ในกองทรัพย์สินที่ตนไม่มีอำนาจควบคุมโดยตรง รวมทั้งเปิดทางให้อัยการระดับรัฐมีบทบาทบังคับใช้กฎ เพื่อเพิ่มโอกาสได้เสียงสนับสนุนจากพรรคเดโมแครต
4. การเมืองยังเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะต้องใช้ 60 เสียงในวุฒิสภา
· กฎหมายยังไม่ได้ผ่านแน่นอน เพราะการเดินหน้าต่อในวุฒิสภาต้องใช้เสียงอย่างน้อย 60 เสียง ขณะที่พรรครีพับลิกันมี 53 ที่นั่ง จึงจำเป็นต้องได้เสียงสนับสนุนจากเดโมแครตหรือสมาชิกอิสระเพิ่มเติม
· แม้ร่างล่าสุดมีการแก้ไขมากกว่า 120 จุด แต่ตลาดยังมองว่าความน่าจะเป็นที่จะผ่านเป็นกฎหมายภายในปีนี้อยู่ในระดับไม่สูงมาก เนื่องจากเวลาทางการเมืองเหลือน้อยและยังมีความเห็นต่างด้านจริยธรรม การคุ้มครองผู้บริโภค และการเงินผิดกฎหมาย
5. หากผ่านเป็นกฎหมาย คริปโตจะได้ประโยชน์ชัดเจนขึ้น
· หาก CLARITY Act ผ่านและมีผลบังคับใช้จริง จะช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ เปิดทางให้บริษัทคริปโตขยายบริการเข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมได้มากขึ้น และสนับสนุนการใช้งาน Stablecoin รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลในวงกว้าง
· ผู้ได้ประโยชน์หลักจึงอยู่ในกลุ่ม Coinbase, ผู้ให้บริการ Stablecoin และโครงสร้างพื้นฐานคริปโต เพราะจะมีกรอบการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนขึ้นและมีโอกาสขยายฐานลูกค้าได้ง่ายกว่าเดิม
6. ธนาคารอาจเผชิญการแข่งขันแย่งลูกค้าและเงินฝาก
· ในอีกด้าน หากคริปโตสามารถให้บริการทางการเงินได้ใกล้เคียงธนาคารมากขึ้น ทั้งการพักเงิน การจ่ายผลตอบแทน การโอนเงิน และการชำระเงิน ลูกค้าบางส่วนอาจย้ายเงินออกจากบัญชีธนาคารไปยังแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล
· แรงกดดันนี้มีแนวโน้มชัดกว่ากับ ธนาคารขนาดเล็กและธนาคารชุมชน ที่พึ่งพาเงินฝากเป็นแหล่งเงินทุนหลัก ขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่ยังมีข้อได้เปรียบด้านฐานลูกค้า เครือข่าย และบริการครบวงจร
7. ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม
· ความเสี่ยงหลักคือ CLARITY Act อาจไม่ผ่านวุฒิสภา เพราะยังต้องใช้เสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียง และยังมีความเห็นต่างเรื่องจริยธรรม การคุ้มครองผู้บริโภค การฟอกเงิน และผลกระทบต่อระบบธนาคาร หากกระบวนการล่าช้าหรือไม่ผ่าน อาจกดดัน sentiment ของหุ้นคริปโตที่ปรับขึ้นรับความคาดหวังไปแล้ว
· อีกด้านหนึ่ง หากกฎหมายผ่านแต่มีข้อจำกัดเรื่องผลตอบแทน Stablecoin เข้มงวดกว่าที่ตลาดคาด ประโยชน์ต่อแพลตฟอร์มคริปโตอาจลดลง ขณะที่หาก Stablecoin เติบโตเร็วเกินไปและดึงเงินฝากออกจากธนาคารอย่างมีนัยสำคัญ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสภาพคล่องของธนาคารขนาดเล็กและนำไปสู่การออกกฎควบคุมเพิ่มเติมในภายหลัง
· นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรมคริปโตเอง เพราะเมื่อกฎชัดเจนขึ้น ผู้เล่นใหม่และสถาบันการเงินเดิมอาจเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ทำให้ค่าธรรมเนียมและอัตรากำไรของบริษัทอย่าง Coinbase ถูกกดดันได้ แม้ปริมาณธุรกรรมโดยรวมจะเพิ่มขึ้น
มุมมอง InnovestX
· ปัจจุบัน CLARITY Act ยังเป็นเพียง ร่างกฎหมาย จึงมองว่าผลต่อหุ้นยังอยู่ในรูปของความคาดหวังมากกว่าผลต่อรายได้จริง แต่หากผ่านเป็นกฎหมาย จะเป็นบวกต่อ Coinbase และกลุ่มคริปโต จากกฎที่ชัดเจนและโอกาสขยายฐานลูกค้า ขณะที่กลุ่มธนาคารอาจเผชิญการแข่งขันมากขึ้นจาก Stablecoin และแพลตฟอร์มคริปโตที่เข้ามาแย่งทั้งเงินฝากและลูกค้า โดยต้องติดตามทั้งความเสี่ยงที่กฎหมายไม่ผ่าน ข้อจำกัดผลตอบแทน Stablecoin และการแข่งขันที่อาจกดดันอัตรากำไรของผู้เล่นคริปโตเอง
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

