ภาพรวม AI จีนเริ่มเข้าสู่ช่วงที่การแข่งขันไม่ได้วัดเพียงความสามารถของโมเดล แต่เน้นทั้ง ต้นทุนการใช้งาน การสร้างระบบนิเวศนักพัฒนา และเส้นทางสู่กำไร มากขึ้น โดย MiniMax ได้แรงหนุนจาก H3 Max ที่รองรับวิดีโอแบบทันที ขณะที่ Z.ai ใช้ชิปจีนทั้งหมดและลดต้นทุนการให้บริการลงอย่างมาก ด้าน Baidu เริ่มเห็นรายได้จาก AI มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของยอดขาย และคาดอัตรากำไรมีโอกาสเข้าใกล้ธุรกิจค้นหา สะท้อนว่า AI จีนกำลังเปลี่ยนเข้าสู่การสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ชัดเจนขึ้น เราให้น้ำหนักกับบริษัทที่มี ทั้งโมเดล ระบบ Cloud และช่องทางสร้างรายได้ อย่าง Tencent และ Alibaba
China AI Development: เร่งสู่การใช้งานจริงและทำกำไร

1) ภาพรวม — การแข่งขัน AI จีนเริ่มเปลี่ยนจากคุณภาพโมเดลสู่ “ต้นทุนและการใช้งานจริง”
- การแข่งขันในอุตสาหกรรม AI จีนกำลังยกระดับจากการพัฒนาโมเดลให้มีความสามารถสูงขึ้น ไปสู่การทำให้โมเดล ใช้งานได้เร็วขึ้น ต้นทุนต่ำลง และรองรับผู้ใช้จำนวนมากได้จริง โดย MiniMax, Z.ai และ Baidu ต่างสะท้อนแนวโน้มนี้ในคนละมิติ
- MiniMax ใช้โมเดลวิดีโอ H3 Max เปิดทางสู่การสร้างเนื้อหาแบบสด ขณะที่ Z.ai ออก GLM-5.3-Flash ที่เน้นประสิทธิภาพต่อต้นทุน ส่วน Baidu เริ่มให้ความสำคัญกับผลตอบแทนจากการลงทุน AI และความสามารถในการสร้างกำไรมากขึ้น สะท้อนว่าอุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่ช่วงที่ ผู้ชนะต้องมีทั้งเทคโนโลยี การกระจายใช้งาน และวินัยด้านต้นทุน
2) MiniMax — H3 Max เปิดทาง AI Video จากเครื่องมือสร้างคลิปสู่ระบบเนื้อหาแบบทันที
- MiniMax ได้รับความสนใจหลังนักพัฒนาต่างประเทศนำ H3 Max ไปเชื่อมกับ Twitch เพื่อสร้างช่องถ่ายทอดสด AI ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้ชมสามารถพิมพ์คำสั่งและเปลี่ยนเนื้อหาบนหน้าจอได้แบบต่อเนื่อง หุ้น MiniMax ปรับขึ้นมากกว่า 19% หลังกรณีดังกล่าวได้รับความสนใจในวงกว้าง
- จุดเด่นของ H3 Max คือความเร็ว โดยสามารถสร้างวิดีโอพร้อมเสียงความละเอียด 768p ความยาว 5 วินาทีได้ภายในไม่ถึง 3 วินาที ทำให้ระบบสามารถเตรียมฉากถัดไปได้ก่อนคลิปปัจจุบันจบ และเปิดโอกาสให้ AI Video เปลี่ยนจากการสร้างคลิปเป็นครั้ง ๆ ไปสู่ เนื้อหาที่ตอบสนองผู้ชมแบบทันที
- กระแสตอบรับจากนักพัฒนาถือว่าแข็งแกร่ง โดย H3 มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 24 ล้านครั้งภายในประมาณ 3 สัปดาห์ และเกิดโมเดลต่อยอดแบบเปิดมากกว่า 300 รุ่น แสดงให้เห็นว่า MiniMax เริ่มสร้างระบบนิเวศรอบโมเดลได้เร็ว ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสนำไปใช้ในงานสร้างสื่อ เกม โฆษณา และเครื่องมือสำหรับผู้สร้างเนื้อหา
3) MiniMax ตั้งเป้าไกลกว่าโมเดล — มุ่งสู่ AI ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเอง
- MiniMax ให้นิยามความก้าวหน้าสู่ปัญญาประดิษฐ์ระดับทั่วไปผ่านผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยผู้บริหารมองว่า หาก AI สามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เองคิดเป็นประมาณ 1% ของ GDP โลก อาจถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของเทคโนโลยีดังกล่าว
- ในเชิงธุรกิจ MiniMax ตั้งเป้ารายได้ประจำต่อปีที่ $1bn ภายในสิ้นปี และระบุว่าความมั่นใจต่อเป้าหมายดังกล่าวเพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถของ AI มากกว่าการเร่งจำนวนผู้ใช้เพียงอย่างเดียว
- จึงสะท้อนว่า MiniMax กำลังวางตำแหน่งตัวเองไม่ใช่เพียงผู้พัฒนาโมเดล แต่ต้องการสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถนำ AI ไปสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่จำนวนมาก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญต่อการเปลี่ยนการเติบโตของการใช้งานให้เป็นรายได้
4) Z.ai — ลดต้นทุนแรง พร้อมพิสูจน์ว่า AI ขนาดใหญ่สามารถรันบนชิปจีนได้
- Z.ai เปิดตัว GLM-5.3-Flash ซึ่งเป็นโมเดลแรกในตระกูล GLM-5 ที่รองรับทั้งข้อความและภาพ โดยมีพารามิเตอร์รวม 320bn แต่ใช้จริงเพียง 18bn ต่อคำสั่ง ช่วยลดภาระการคำนวณและต้นทุนการให้บริการ
- จุดสำคัญคือโมเดลดังกล่าวให้บริการทั้งหมดบน ชิป AI ที่ผลิตในจีน และในช่วงทดสอบสามารถประมวลผลได้ถึง 62 ล้านล้านโทเคน ขณะที่ขึ้นเป็นโมเดลเขียนโปรแกรมอันดับหนึ่งบน OpenRouter และมีสัดส่วนเกือบ 31% ของปริมาณใช้งานรายสัปดาห์ในช่วงหนึ่ง
- ด้านต้นทุน Z.ai ตั้งราคาของ GLM-5.3-Flash เพียงประมาณ 1/10 ของ GLM-5.3 รุ่นปกติ และบริษัทประเมินว่าต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 1/40 ของ Anthropic Opus 4.8 ที่ระดับความสามารถใกล้เคียงกัน
5) ชิปจีนเริ่มผ่านการทดสอบงาน AI ขนาดใหญ่จริง
- GLM-5.3-Flash ยังมีความสำคัญต่อห่วงโซ่ชิปจีน เพราะบริษัทระบุว่าระบบถูกทดสอบบนคลัสเตอร์ชิปในประเทศขนาดใหญ่ และใช้การออกแบบระบบประมวลผลเพื่อชดเชยข้อจำกัดด้านหน่วยความจำและความเร็วในการส่งข้อมูลของชิปจีนเมื่อเทียบกับชิประดับสูงของ Nvidia
- Z.ai เคยร่วมมือกับ Huawei, Cambricon และ Moore Threads ขณะที่ Cambricon และ Moore Threads ระบุว่าสามารถรองรับ GLM-5.3-Flash ได้ตั้งแต่วันเปิดตัว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการพัฒนาโมเดลและฮาร์ดแวร์ในประเทศเริ่มเชื่อมต่อกันมากขึ้น
- อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามประสิทธิภาพในระยะยาว เพราะผลการใช้งานช่วงแรกพบปัญหาบางส่วน เช่น การตอบผิด การทำงานไม่ครบ และความเร็วในการสร้างคำตอบต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม
6) Baidu — AI เริ่มเปลี่ยนจากต้นทุนลงทุนเป็นแหล่งกำไรหลัก
- Baidu เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า AI จีนเริ่มเข้าสู่ช่วงสร้างผลตอบแทนทางการเงิน โดยรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI ตั้งแต่ Cloud ไปจนถึงแอปพลิเคชัน ปัจจุบันคิดเป็น มากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด และฝ่ายบริหารคาดว่าสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- ผู้บริหารยังคาดว่าอัตรากำไรของธุรกิจ AI อาจเข้าใกล้ธุรกิจค้นหาได้ในระยะใกล้ จากความต้องการ Cloud และชิปที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การลงทุนสร้างคลัสเตอร์ GPU ใหม่อาจคืนทุนได้ภายใน 2–3 ปี สะท้อนว่าเศรษฐศาสตร์ของโครงสร้างพื้นฐาน AI เริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น
- จุดที่ต่างจากช่วงแรกของการแข่งขัน AI คือ Baidu ไม่ต้องการใช้งบลงทุนแบบไม่จำกัด โดยบริษัทมีเงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่องประมาณ $40bn พร้อมยืนยันว่าจะเน้นวินัยด้านเงินทุน และไม่จำเป็นต้องแข่งขันด้วยการใช้เงินจำนวนมากเพื่อสร้างโมเดลที่ใหญ่ที่สุดเพียงอย่างเดียว
7) ภาพอุตสาหกรรม — AI จีนกำลังเข้าสู่ช่วง “ประสิทธิภาพต่อเงินลงทุน”
- เมื่อเชื่อมทั้งสามบริษัทเข้าด้วยกัน ภาพของ AI จีนกำลังเปลี่ยนอย่างชัดเจน โดย MiniMax เน้นการสร้างรูปแบบการใช้งานใหม่ Z.ai เน้นลดต้นทุนและใช้ชิปในประเทศ ขณะที่ Baidu มุ่งเปลี่ยน AI ให้เป็นกำไรและกระแสเงินสด
- การแข่งขันในระยะต่อไปจึงมีแนวโน้มไม่ได้วัดจากจำนวนพารามิเตอร์หรือผลทดสอบเพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับ ต้นทุนต่อการประมวลผล จำนวนผู้ใช้งานจริง ระบบนิเวศนักพัฒนา และความสามารถในการคืนทุนจากศูนย์ข้อมูลและชิป
สรุปพัฒนาการ AI จีนรายบริษัท
บริษัท | พัฒนาการสำคัญ | ตัวเลขเด่น | จุดแข็ง | ประเด็นที่ต้องติดตาม |
|---|---|---|---|---|
MiniMax | H3 Max รองรับวิดีโอพร้อมเสียงแบบเกือบทันที และถูกนำไปสร้างช่อง AI ถ่ายทอดสด 24 ชั่วโมง | วิดีโอ 768p 5 วินาที ใช้เวลาสร้างไม่ถึง 3 วินาที; H3 ดาวน์โหลดมากกว่า 24 ล้านครั้งในราว 3 สัปดาห์; โมเดลต่อยอดมากกว่า 300 รุ่น | ความเร็วสูงและระบบนิเวศนักพัฒนาเติบโตเร็ว | ความเสถียรของการใช้งานต่อเนื่อง และการเปลี่ยนฐานผู้ใช้เป็นรายได้ |
MiniMax | ตั้งเป้าเปลี่ยนความสามารถ AI ไปสู่รายได้เชิงพาณิชย์ | เป้ารายได้ประจำต่อปี $1bn ภายในสิ้นปี | มีทั้งโมเดลภาษา วิดีโอ เสียง และผลิตภัณฑ์สำหรับนักพัฒนา | ต้องพิสูจน์ความสามารถในการขยายรายได้ควบคู่กับการลงทุนวิจัย |
Z.ai | เปิดตัว GLM-5.3-Flash ที่เน้นต้นทุนต่ำและใช้ชิปจีนทั้งหมด | 320bn พารามิเตอร์รวม แต่ใช้จริง 18bn; ผ่านการประมวลผล 62 ล้านล้านโทเคนก่อนเปิดตัว | ลดต้นทุนประมวลผลและลดการพึ่งพาชิปต่างประเทศ | คุณภาพคำตอบ ความเร็ว และความเสถียรยังต้องพิสูจน์ |
Z.ai | แข่งขันด้านราคามากขึ้น | ค่าบริการราว 1/10 ของ GLM-5.3 รุ่นหลัก และบริษัทระบุว่าต้นทุนต่ำกว่า Anthropic Opus 4.8 มาก | เหมาะกับการขยายการใช้งานจำนวนมาก | ราคาที่ต่ำอาจกดดันความสามารถในการทำกำไร |
Baidu | AI เริ่มมีบทบาทหลักต่อรายได้ | รายได้ที่เกี่ยวกับ AI คิดเป็น มากกว่า 50% ของยอดขาย | มีทั้ง Cloud, ชิป, โมเดล และแอปพลิเคชัน | ธุรกิจค้นหาและโฆษณาดั้งเดิมยังถูกกดดัน |
Baidu | เริ่มเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI | คลัสเตอร์ GPU ใหม่คาดคืนทุนใน 2–3 ปี; เงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่องราว $40bn | ฐานเงินทุนแข็งแรงและมีวินัยด้านเงินลงทุน | Ernie ยังเผชิญการแข่งขันจากโมเดลเปิดของ Alibaba และผู้เล่นรายใหม่ |
มุมมองของ InnovestX
- เรามองพัฒนาการรอบนี้ เป็นบวกต่อโครงสร้างอุตสาหกรรม AI จีน เพราะเริ่มเห็นหลักฐานว่าการพัฒนาโมเดลกำลังเปลี่ยนไปสู่การใช้งานจริงและการสร้างรายได้มากขึ้น
- ในเชิงกลยุทธ์ เราให้น้ำหนักกับบริษัทที่มี ทั้งโมเดล ระบบ Cloud และช่องทางสร้างรายได้ อย่าง Tencent และ Alibaba มากกว่าผู้พัฒนาโมเดลขนาดเล็กเพียงอย่างเดียว
- ขณะที่การที่ Z.ai สามารถใช้งานบนชิปจีนและลดต้นทุนลงได้มาก เป็นบวกเชิงโครงสร้างต่อห่วงโซ่ชิปในประเทศ เช่น Cambricon, SMIC, Hua Hong และ Huawei อย่างไรก็ดี การแข่งขันด้านราคาของโมเดลที่รุนแรงขึ้นอาจทำให้บริษัทที่ยังขาดขนาดการใช้งานต้องเผชิญแรงกดดันต่อกำไรต่อเนื่อง
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

