Café Invest
Markets

Biotech จีนเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐฯ แม้ตลาดยาโลกยังต้องพึ่งนวัตกรรมจีน

Biotech จีนเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐฯ แม้ตลาดยาโลกยังต้องพึ่งนวัตกรรมจีน

อุตสาหกรรม Biotech จีนเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากมาตรการจำกัดการลงทุนของสหรัฐฯ และความเสี่ยงด้านเงินทุน แต่พื้นฐานระยะยาวยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการนวัตกรรมยาของบริษัทยาระดับโลก โดยแนะนำเลือกลงทุนในบริษัทที่มีฐานรายได้แข็งแกร่งและศักยภาพขายสิทธิพัฒนายา เช่น Jiangsu Hengrui และ Innovent Biologics

Biotech จีนเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐฯ แม้ตลาดยาโลกยังต้องพึ่งนวัตกรรมจีน

1. สหรัฐฯ เสนอจำกัดการลงทุนใน Biotech จีน ยกระดับความขัดแย้งด้านเทคโนโลยี

·       รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดี Donald Trump เสนอเพิ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เข้าเป็นกลุ่มเทคโนโลยีอ่อนไหวด้านความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2026 โดยขยายมาตรการควบคุมการลงทุนของชาวอเมริกันในจีนจากเดิมที่ครอบคลุมเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีควอนตัม ไปสู่ธุรกิจพัฒนายาและการรักษาโรค

·       ข้อเสนอดังกล่าวกำหนดให้การลงทุนบางประเภทต้องแจ้งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และอาจห้ามการลงทุนในเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวสูง โดยครอบคลุมยาโมเลกุลขนาดเล็ก ยาชีววัตถุ วัคซีน ตลอดจนการรักษาด้วยเซลล์และยีน ซึ่งอาจกระทบต่อการระดมทุน การร่วมลงทุน และการขยายธุรกิจระหว่างบริษัทจีนกับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม มาตรการยังอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 2026 และยังไม่มีผลบังคับใช้ ทำให้ขอบเขตข้อจำกัดอาจเปลี่ยนแปลงได้ก่อนประกาศฉบับสุดท้าย

2. จีนตอบโต้ด้วยการควบคุมส่งออกเทคโนโลยีชีวภาพ แต่ยังเปิดทางให้ธุรกิจขายสิทธิพัฒนายา

·       จีนเสนอเพิ่มเทคโนโลยีชีวการแพทย์ 5 ประเภทในบัญชีควบคุมการส่งออก โดยเน้นเทคโนโลยีรักษาโรคระดับพันธุกรรม เช่น การใช้ RNA ยับยั้งการทำงานของยีนที่ก่อโรค การรักษาด้วยเซลล์และยีน รวมถึงเทคโนโลยีเกี่ยวกับจุลชีพก่อโรค สะท้อนความพยายามปกป้ององค์ความรู้และรักษาความได้เปรียบด้านนวัตกรรมทางการแพทย์

·       อย่างไรก็ตาม จีนยังยกเว้นการขายสิทธิพัฒนายาให้บริษัทต่างชาติ (Licensing) ความร่วมมือทางธุรกิจ และบริการวิจัยตามสัญญา ซึ่งแตกต่างจากการโอนกรรมสิทธิ์เทคโนโลยีโดยตรง แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญ เนื่องจากครึ่งแรกปี 2026 บริษัทจีนทำข้อตกลงขายสิทธิพัฒนายารวม 81 รายการ คิดเป็นมูลค่าสัญญาสูงสุด $1.10 แสนล้าน สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของจีนในฐานะแหล่งพัฒนายาใหม่สำหรับบริษัทยาระดับโลก ทั้งนี้ มูลค่าสัญญาดังกล่าวรวมเงินที่ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในอนาคต ไม่ใช่รายได้ที่ได้รับทั้งหมดทันที

3. ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม Biotech: ความเสี่ยงด้านเงินทุนเพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจขายสิทธิยายังมีโอกาสเติบโต

·       มาตรการสหรัฐฯ มีแนวโน้มกระทบบริษัท Biotech จีนที่พึ่งพาเงินทุนจากนักลงทุนสหรัฐฯ โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กที่ยังไม่มีรายได้เชิงพาณิชย์และต้องใช้เงินจำนวนมากในการวิจัยและทดลองยา หากข้อจำกัดครอบคลุมการเข้าถือหุ้นหรือการร่วมลงทุน อาจทำให้การระดมทุนยากขึ้นและเพิ่มต้นทุนเงินทุน ขณะที่บริษัทที่มีเงินสดเพียงพอหรือมีพันธมิตรต่างชาติอยู่แล้วน่าจะรับมือได้ดีกว่า

·       ในทางกลับกัน ธุรกิจขายสิทธิพัฒนายังมีโอกาสเติบโต เนื่องจากบริษัทยาสหรัฐฯ และยุโรปต้องการยานวัตกรรมใหม่เพื่อทดแทนรายได้จากยาที่กำลังหมดสิทธิบัตร เช่น AstraZeneca (AZN LN), Pfizer (PFE US) และ Roche (ROG SW) ซึ่งมีความร่วมมือกับผู้พัฒนายาจีน อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของกฎระเบียบอาจทำให้การเจรจาข้อตกลงใช้เวลานานขึ้น และบริษัทต่างชาติต้องตรวจสอบเงื่อนไขการลงทุนและการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเข้มงวดมากขึ้น

·       ประเด็นสำคัญคือ มาตรการสหรัฐฯ มุ่งจำกัดการลงทุนมากกว่าการซื้อสิทธิพัฒนายาโดยตรง จึงยังไม่ใช่การปิดกั้นการค้าด้านยาระหว่างสองประเทศทั้งหมด และผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดข้อบังคับฉบับสุดท้าย

4. หุ้น Biotech จีนปรับตัวลง ขณะที่ผลทดลองวัคซีนมะเร็ง Moderna ซ้ำเติมความเชื่อมั่น

·       แรงกดดันด้านกฎระเบียบส่งผลให้หุ้น Biotech จีนปรับตัวลดลงในวันที่ 22 ต.ค. โดย Genscript Biotech (1548 HK) ลดลงสูงสุด 14% ระหว่างวัน ขณะที่ Insilico Medicine ลดลง 5.2%, Duality Biotherapeutics ลดลง 3.9%, CSPC Pharma (1093 HK) ลดลง 3.4%, Jiangsu Hengrui ลดลง 3% และ Innovent Biologics (1801 HK) ลดลง 2.2% สะท้อนความกังวลต่อการระดมทุนจากต่างประเทศและความสามารถในการขยายธุรกิจระดับโลก

·       นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นต่อกลุ่ม Biotech ยังถูกกดดันจากผลทดลองระยะที่ 3 ของวัคซีนมะเร็งผิวหนังชนิดเฉพาะบุคคลที่พัฒนาโดย Moderna (MRNA US) และ Merck (MRK US) แม้ผลทดลองแสดงว่าสามารถลดความเสี่ยงการกลับมาเป็นมะเร็งหรือเสียชีวิตได้ 42% และลดความเสี่ยงการแพร่กระจายหรือเสียชีวิตได้ 38% แต่ยังไม่เพียงพอต่อความคาดหวังที่สูงของตลาด ส่งผลให้ราคาหุ้น Moderna และ Merck ปรับตัวลดลง โดยประเด็นนี้สะท้อนความเสี่ยงด้านมูลค่าหุ้นมากกว่าความล้มเหลวทางการแพทย์

5. มุมมองการลงทุน: ระวังความผันผวนระยะสั้น แต่ยังมองบวกต่อธุรกิจพัฒนายาที่มีคุณภาพ

·       เรามองว่ามาตรการจำกัดการลงทุนของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยลบต่อความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรม Biotech จีนในระยะสั้น โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องพึ่งพาเงินทุนต่างชาติและยังไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจพัฒนายาจีนยังมีปัจจัยสนับสนุนระยะยาวจากความสามารถในการวิจัย ต้นทุนการพัฒนาที่แข่งขันได้ และความต้องการซื้อลิขสิทธิ์ยาจากบริษัทยาระดับโลก จึงมองว่าแรงกดดันครั้งนี้เป็นความเสี่ยงด้านเงินทุนและมูลค่าหุ้น มากกว่าการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานอุตสาหกรรมทั้งหมด

·       สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำ Selective Buy มากกว่าการเพิ่มน้ำหนักทั้งกลุ่ม โดยให้น้ำหนักเชิงบวกต่อ Jiangsu Hengrui และ Innovent Biologics จากธุรกิจยาที่มีฐานรายได้และโอกาสขยายตลาดต่างประเทศ ขณะที่ Genscript Biotech, Insilico Medicine และ Duality Biotherapeutics อาจเผชิญความผันผวนสูงจากความกังวลด้านกฎระเบียบและมูลค่าคาดหวังในอนาคต ส่วนกลุ่มยาข้ามชาติยังมองบวกต่อ AstraZeneca และ Roche จากการเข้าถึงนวัตกรรมยาหลากหลายแหล่ง และมีธุรกิจหลักที่ช่วยกระจายความเสี่ยง ทั้งนี้ควรติดตามข้อบังคับฉบับสุดท้ายของสหรัฐฯ และความคืบหน้าของข้อตกลงขายสิทธิพัฒนายาเป็นสำคัญ

ตารางสรุปผลกระทบต่อหุ้นรายตัว

หุ้น

ผลกระทบ / ปัจจัยสำคัญ

มุมมองการลงทุน

Genscript (1548 HK)

เสี่ยงจากความเชื่อมโยงด้านเทคโนโลยีและเงินทุนระหว่างจีน–สหรัฐฯ

ระมัดระวัง

Jiangsu Hengrui (600276 CH)

มีฐานธุรกิจยาในประเทศและโอกาสขายสิทธิพัฒนายาต่างประเทศ

บวกแบบเลือกลงทุน

Innovent (1801 HK)

มีผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์และโอกาสขยายความร่วมมือระดับโลก

บวกแบบเลือกลงทุน

CSPC Pharma (1093 HK)

ธุรกิจยาหลากหลายช่วยลดการพึ่งพาเงินทุนต่างชาติ

เป็นกลาง

Insilico Medicine

ธุรกิจพัฒนายาด้วย AI มีความเสี่ยงจากข้อจำกัดการลงทุน

ระมัดระวัง

Duality Biotherapeutics

โอกาสจากนวัตกรรมยามะเร็ง แต่ต้องติดตามเงื่อนไขความร่วมมือ

เป็นกลาง

AstraZeneca (AZN LN)

เข้าถึงนวัตกรรมยาจีนได้ผ่านข้อตกลง Licensing

บวก

Roche (ROG SW)

ได้ประโยชน์จากการเข้าถึงยานวัตกรรมและการกระจายแหล่งวิจัย

บวก

Moderna (MRNA US)

ผลทดลองเป็นบวก แต่ความคาดหวังสูงและมูลค่าหุ้นอ่อนไหว

ระมัดระวัง

Merck (MRK US)

มีโอกาสต่อยอด Keytruda แต่ยังต้องพิสูจน์ประสิทธิผลในมะเร็งชนิดอื่น

เป็นกลางถึงบวก

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน