สินเชื่อจีนเดือน ส.ค. อ่อนกว่าคาด โดย TSF เพิ่มเพียง 1.66 ล้านล้านหยวน ต่ำกว่าคาด ขณะที่สินเชื่อใหม่สกุลหยวนอยู่ที่เพียง 6 หมื่นล้านหยวน สะท้อนอุปสงค์กู้ยืมจากครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอ่อนแอ แม้การออกพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้ภาคธุรกิจจะช่วยพยุงการระดมทุนบางส่วน ทั้งนี้ INVX มองว่าภาพดังกล่าวเป็นลบต่อกลุ่มธนาคารจีนในด้านการเติบโตของสินเชื่อและ NIM แต่ยังให้น้ำหนักกับธนาคารขนาดใหญ่ที่มีฐานทุนแข็งแกร่งและฐานลูกค้าบริษัทขนาดใหญ่ โดยมอง CCB และ BOC เด่นกว่ากลุ่มจากความสามารถรองรับวัฏจักรสินเชื่อชะลอตัวและความยั่งยืนของเงินปันผลที่ดีกว่า
สินเชื่อจีนเดือน ส.ค. ต่ำกว่าคาด สะท้อนอุปสงค์ภาคเอกชนยังอ่อนแรง

1) ภาพรวมสินเชื่อจีนอ่อนกว่าคาดชัดเจน
ข้อมูลเดือน ส.ค. สะท้อนว่าการขยายตัวของสินเชื่อจีนยังอ่อนแอกว่าที่ตลาดประเมิน โดย Total Social Financing (TSF) เพิ่มขึ้นเพียง 1.66 ล้านล้านหยวน ต่ำกว่าคาดที่ราว 2.1 ล้านล้านหยวน และลดลงจากประมาณ 2.57 ล้านล้านหยวนในปีก่อน
จุดอ่อนสำคัญมาจากสินเชื่อธนาคาร โดยสินเชื่อใหม่สกุลหยวนเพิ่มเพียง 6 หมื่นล้านหยวน ต่ำกว่าคาดที่ 4.04 แสนล้านหยวนอย่างมาก และลดลงจากประมาณ 5.9–6.3 แสนล้านหยวนในเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตราการเติบโตของสินเชื่อคงค้างชะลอลงเหลือ 4.9% YoY จาก 5.1% ในเดือน ก.ค. ซึ่งถือเป็นระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับอดีต
2) ครัวเรือนยังลดหนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เปราะบาง
สินเชื่อครัวเรือนหดตัวประมาณ 2.03 แสนล้านหยวน ในเดือน ส.ค. ต่อเนื่องจากการหดตัวในเดือนก่อน โดยสินเชื่อระยะสั้นลดลง 1.22 แสนล้านหยวน ขณะที่สินเชื่อระยะกลางถึงยาวซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยลดลงประมาณ 8.2 หมื่นล้านหยวน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าครัวเรือนยังให้น้ำหนักกับการชำระหนี้และการออมมากกว่าการก่อหนี้ใหม่ ท่ามกลางความกังวลต่อรายได้ การจ้างงาน และราคาที่อยู่อาศัย จึงเป็นสัญญาณว่าการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศยังมีข้อจำกัด และภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่สามารถกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสินเชื่อได้อย่างมีนัยสำคัญ
3) ภาคธุรกิจฟื้นจากเดือนก่อน แต่ความต้องการลงทุนยังต่ำ
สินเชื่อภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นประมาณ 2.6 แสนล้านหยวน ดีขึ้นจากเดือน ก.ค. แต่ยังต่ำกว่าระดับปีก่อนอย่างชัดเจน โดยสินเชื่อระยะกลางถึงยาวเพิ่มขึ้น 3.2 แสนล้านหยวน ขณะที่สินเชื่อระยะสั้นหดตัว 1.6 แสนล้านหยวน
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่าความต้องการลงทุนเริ่มมีสัญญาณทรงตัวบางส่วน แต่ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนยังอ่อน ขณะเดียวกันบริษัทจำนวนมากหันไปใช้ช่องทางตลาดทุนมากขึ้น โดยการออกหุ้นกู้ภาคธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 2.7 แสนล้านหยวน มากกว่าสองเท่าจากปีก่อน ช่วยชดเชยความอ่อนแอของสินเชื่อธนาคารบางส่วน
4) ภาครัฐยังเป็นแรงหลักในการประคองการระดมทุน
การออกพันธบัตรรัฐบาลสร้างเงินทุนประมาณ 1.0 ล้านล้านหยวน และยังเป็นองค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุดของ TSF ในเดือน ส.ค. สะท้อนว่าโครงสร้างสินเชื่อจีนกำลังพึ่งพาการใช้จ่ายภาครัฐและการระดมทุนผ่านตลาดทุนมากขึ้น ขณะที่สินเชื่อจากภาคเอกชนยังฟื้นตัวจำกัด
อย่างไรก็ดี การใช้โควตาพันธบัตรรัฐบาลปีนี้ยังช้ากว่าปีก่อน ทำให้ยังมีพื้นที่สำหรับเร่งการออกพันธบัตรและการเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งอาจช่วยพยุงการลงทุนและกิจกรรมเศรษฐกิจในระยะถัดไป
5) สภาพคล่องไม่ได้ตึงตัว แต่ปัญหาคือความต้องการกู้
M2 เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 7.5% YoY ชะลอจาก 7.7% ในเดือนก่อน ขณะที่ M1 เพิ่มขึ้น 4.1% จาก 4.0% สะท้อนว่าสภาพคล่องในระบบยังอยู่ในระดับเพียงพอ แต่การส่งผ่านเงินไปยังภาคเศรษฐกิจจริงยังไม่แข็งแรง
ดังนั้น ปัญหาหลักในปัจจุบันไม่ใช่การขาดสภาพคล่อง แต่คือความเชื่อมั่นและความต้องการสินเชื่อที่ต่ำ โดยเฉพาะจากครัวเรือนและธุรกิจเอกชน ซึ่งทำให้การลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวอาจมีประสิทธิผลจำกัด หากไม่มีมาตรการด้านการคลังและมาตรการฟื้นความเชื่อมั่นเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม
6) แนวโน้มนโยบาย มีโอกาสเห็นมาตรการกระตุ้นเพิ่ม
ข้อมูลสินเชื่อที่อ่อนกว่าคาดเพิ่มแรงกดดันให้ทางการจีนออกมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดย Bloomberg Economics ประเมินว่า PBOC อาจลดดอกเบี้ยนโยบายอีกประมาณ 10 bps ภายในสิ้นปี
อย่างไรก็ดี จากภาวะที่ภาคเอกชนไม่ต้องการกู้มากนัก มาตรการที่มีผลต่อเศรษฐกิจมากกว่าอาจมาจากการเร่งใช้จ่ายภาครัฐ การออกพันธบัตรท้องถิ่น และมาตรการเฉพาะด้านเพื่อกระตุ้นการบริโภค ที่อยู่อาศัย และการลงทุนภาคเอกชน
7) มุมมองของ INVX
มองเป็นลบต่อกลุ่มธนาคารจีนในเชิงการเติบโตของสินเชื่อและ NIM เนื่องจากอุปสงค์สินเชื่อที่อ่อนแอจะจำกัดการขยายงบดุลและกดดันผลตอบแทนสินทรัพย์ ขณะที่ประโยชน์จากการปรับลดต้นทุนเงินฝากมีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ดี ธนาคารขนาดใหญ่ที่มีฐานทุนแข็งแกร่งและฐานลูกค้าบริษัทขนาดใหญ่ยังได้เปรียบกว่า โดยยังมอง CCB และ BOC เด่นกว่ากลุ่ม จากความสามารถรองรับวัฏจักรสินเชื่อชะลอตัวและความยั่งยืนของเงินปันผลที่ดีกว่า
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

