หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์จีนปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมาโดยดัชนี STAR50 ทำระดับสูงใหม่ จนเริ่มเห็นสัญญาณการเก็งกำไรชัดเจน ทั้งจากระดับมูลค่าหุ้นที่สูงขึ้นมาก ปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น และความคึกคักของหุ้น IPO ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับธีมนี้ อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นรอบนี้ไม่ได้เกิดจากกระแสเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานและนโยบายระยะยาว เช่น แรงสนับสนุนจากนโยบายลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในประเทศ การเพิ่มเงินลงทุนในศูนย์ข้อมูล และผลประกอบการของบางบริษัทที่เริ่มสะท้อนการเติบโตจริง
หุ้น AI–ชิปจีนร้อนแรงเกินพื้นฐานหรือไม่หลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง?

1) บทสรุป: มีแรงเก็งกำไรจริง แต่ยังมีแรงหนุนเชิงโครงสร้าง
- หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์จีนปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมาโดยดัชนี STAR50 ทำระดับสูงใหม่ จนเริ่มเห็นสัญญาณการเก็งกำไรชัดเจน ทั้งจากระดับมูลค่าหุ้นที่สูงขึ้นมาก ปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น และความคึกคักของหุ้น IPO ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับธีมนี้ อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นรอบนี้ไม่ได้เกิดจากกระแสเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานและนโยบายระยะยาว
- ประเด็นสำคัญคือ เศรษฐกิจจีนโดยรวมยังอ่อนแอ ทำให้นักลงทุนมองหากลุ่มที่มีการเติบโตเฉพาะตัว ขณะที่กลุ่มปัญญาประดิษฐ์และชิปได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในประเทศ การเพิ่มเงินลงทุนในศูนย์ข้อมูล และผลประกอบการของบางบริษัทที่เริ่มสะท้อนการเติบโตจริง
2) เศรษฐกิจจีนอ่อนแอ ทำให้เงินลงทุนไหลเข้ากลุ่มที่มีการเติบโตชัดเจน
ภาพเศรษฐกิจจีนเดือน เม.ย. สะท้อนการชะลอตัวค่อนข้างกว้าง โดยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% YoY ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 4.1% YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาด และการลงทุนสินทรัพย์ถาวรในช่วง 4 เดือนแรกหดตัว 1.6% YoY หลังเคยฟื้นตัวในไตรมาสก่อนหน้า
ปัจจัยที่กดดันเศรษฐกิจจีน ได้แก่
- การบริโภคในประเทศยังอ่อนแอ โดยเฉพาะรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และสินค้าคงทน
- การใช้จ่ายภาครัฐชะลอลง โดยการใช้จ่ายภาครัฐในวงกว้างลดลง 7.3% YoY ในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นการลดลงแรงสุดในรอบ 6 เดือน
- การใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานในงบประมาณหลักลดลง 17.7% YoY ในเดือน เม.ย.
- เศรษฐกิจจีนยังอยู่ในภาวะ “สองทาง” คือ ส่งออกยังแข็งแรง แต่การบริโภคและการลงทุนในประเทศยังเปราะบาง โดยยอดส่งออกเดือน เม.ย. ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 14% YoY
ในภาวะที่กลุ่มเศรษฐกิจดั้งเดิม เช่น การบริโภค อสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐาน ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน นักลงทุนจึงให้ความสนใจกับกลุ่มที่ยังมีแนวโน้มเติบโตเด่นกว่า เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ชิป หุ่นยนต์ ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
3) นโยบายรัฐเป็นแรงหนุนหลักของกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และชิป
- แรงสนับสนุนสำคัญของกลุ่มนี้มาจากนโยบายของจีนที่ต้องการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังจากจีนเผชิญข้อจำกัดจากสหรัฐฯ ในการเข้าถึงชิปประมวลผลขั้นสูง เครื่องจักรผลิตชิป และเทคโนโลยีสำคัญบางประเภท
- สิ่งที่เห็นชัดคือ รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับปัญญาประดิษฐ์ การผลิตขั้นสูง หุ่นยนต์อัจฉริยะ และการพึ่งพาตนเองด้านเซมิคอนดักเตอร์ โดยนายกรัฐมนตรี Li Qiang เรียกร้องให้เร่งผสานปัญญาประดิษฐ์เข้ากับภาคการผลิต และส่งเสริมการยกระดับหุ่นยนต์อัจฉริยะ
- ตัวอย่างที่สะท้อนธีมนี้อย่างชัดเจนคือกลุ่มหน่วยความจำของจีน เช่น YMTC และ CXMT โดย YMTC เริ่มกระบวนการเตรียมเข้าตลาด ขณะที่ CXMT มีรายได้ไตรมาส 1 ปี 2026 เพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า และคาดว่ากำไรครึ่งปีแรกจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2,200% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าแรงหนุนของกลุ่มชิปจีนไม่ได้มีเพียง “ความคาดหวังจากนโยบาย” แต่เริ่มเห็นการเติบโตจริงในบางส่วนของห่วงโซ่อุตสาหกรรมแล้ว
ตารางที่ 1: สรุปภาพรวม — ทำไมธีม AI–ชิปจีนถึงโดดเด่นกว่าตลาดโดยรวม
ประเด็นหลัก | ภาพที่เกิดขึ้น | ตัวเลข/ข้อมูลสำคัญ |
|---|---|---|
เศรษฐกิจจีนโดยรวมอ่อนแอ | การบริโภคและการลงทุนในประเทศชะลอตัว | ยอดค้าปลีก เม.ย. +0.2% YoY, การผลิตภาคอุตสาหกรรม +4.1% YoY, การลงทุนสินทรัพย์ถาวรช่วง 4 เดือนแรก -1.6% YoY |
การใช้จ่ายภาครัฐชะลอ | แรงกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐลดลงชั่วคราว | การใช้จ่ายภาครัฐในวงกว้าง เม.ย. -7.3% YoY และการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานในงบประมาณหลัก -17.7% YoY |
ส่งออกยังแข็งแรง แต่ในประเทศอ่อนแอ | เศรษฐกิจจีนยังเป็นแบบสองทาง | ส่งออก เม.ย. ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 14% YoY |
นโยบายลดการพึ่งพาต่างประเทศ | จีนเร่งสร้างความสามารถด้าน AI และชิปในประเทศ | รัฐบาลส่งเสริม AI, การผลิตขั้นสูง, หุ่นยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ |
เงินลงทุนในศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น | ความต้องการกำลังประมวลผล AI ยังโต | ความต้องการศูนย์ข้อมูลจีนคาดโตเฉลี่ย 20% ต่อปีในปี 2025-28E |
4) จีนกำลังเข้าสู่ช่วงเร่งพัฒนาเทคโนโลยี AI และชิป
แม้จีนยังตามหลังสหรัฐฯ ในด้านสมรรถนะของแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์และชิปขั้นสูง แต่ปัจจุบันจีนกำลังเร่งไล่ตาม และเริ่มมีพัฒนาการที่ตลาดมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
4.1 DeepSeek V4 ช่วยยืนยันศักยภาพของ AI จีน
- DeepSeek V4 ถูกจัดอันดับเป็นอันดับ 11 ของโลก บน LiveBench และถูกมองว่าเป็นแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์จีนระดับแนวหน้าที่ช่วยพิสูจน์ว่าจีนสามารถพัฒนาเทคโนโลยี AI ได้มากขึ้น แม้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านชิปจากต่างประเทศ
- ประเด็นสำคัญคือ DeepSeek V4 อาจยังไม่ได้เทียบชั้นแบบจำลองชั้นนำของสหรัฐฯ ในด้านสมรรถนะสูงสุด แต่จุดเด่นของจีนอยู่ที่การพัฒนาแบบจำลองที่มีต้นทุนต่ำ ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และพยายามชดเชยข้อจำกัดด้านชิปด้วยการออกแบบระบบและซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมมากขึ้น
- มุมมองนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มเชื่อว่า แม้จีนยังเข้าไม่ถึงชิปขั้นสูงระดับเดียวกับสหรัฐฯ แต่ข้อจำกัดดังกล่าวไม่ได้ปิดโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์จีนทั้งหมด
4.2 Huawei พยายามลดช่องว่างกับผู้นำโลก
- Huawei เปิดเผยแนวทางใหม่ เช่น LogicFolding และ Tau Scaling Law โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ให้สมรรถนะใกล้เคียงระดับ 4 นาโนเมตรภายในปี 2031 ขณะที่ TSMC มีแผนผลิตชิประดับเดียวกันในปี 2028
- แม้ช่องว่างระหว่างจีนกับผู้นำโลกยังมีอยู่ แต่สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญคือ Huawei กำลังพยายามสร้างระบบชิปของตนเอง ตั้งแต่ชิปสำหรับโทรศัพท์มือถือ ชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงชิปประมวลผล AI ซึ่งหากประสบความสำเร็จ จะช่วยลดความเปราะบางของจีนต่อข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ
4.3 Zhipu AI เป็นตัวอย่างของทั้งโอกาสและความเสี่ยง
- Zhipu AI เปิดตัว GLM-5.1-highspeed ซึ่งบริษัทระบุว่ามีความเร็วในการตอบสนอง 400 tokens ต่อวินาที ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับขึ้น 26.9% ในวันเดียว และมูลค่าตลาดแตะราว HK$570bn ขณะที่นับตั้งแต่เข้าตลาด ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า
- อย่างไรก็ดี ภาพพื้นฐานยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะแม้รายได้ปีล่าสุดเพิ่มขึ้น 132% เป็น 724mn หยวน แต่บริษัทขาดทุนเพิ่มขึ้น 59% เป็น 4.7bn หยวน สะท้อนว่าตลาดกำลังให้มูลค่ากับโอกาสเติบโตในอนาคตมากกว่าผลกำไรในปัจจุบัน
ตารางที่ 2: ปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างของธีม AI–ชิปจีน
ปัจจัยหนุน | รายละเอียด | ตัวอย่าง | กลุ่มหุ้น/อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์ |
|---|---|---|---|
การลดการพึ่งพาต่างประเทศ | จีนต้องเร่งพัฒนาชิป ระบบประมวลผล และซอฟต์แวร์ของตนเอง หลังเผชิญข้อจำกัดจากสหรัฐฯ | DeepSeek V4 ถูกมองว่าเป็นโมเดลจีนระดับแนวหน้าที่ช่วยลดการพึ่งพาฮาร์ดแวร์ตะวันตก | โรงหล่อชิป, ชิป AI, หน่วยความจำ, ซอฟต์แวร์ AI |
ความก้าวหน้าของ AI จีน | จีนยังตามหลังสหรัฐฯ ในโมเดลระดับสูงสุด แต่เริ่มพิสูจน์ความสามารถด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ | DeepSeek V4 ติดอันดับ 11 ของโลกบน LiveBench | AI model, AI application, cloud, data center |
ความก้าวหน้าด้านชิป | Huawei พยายามลดช่องว่างกับผู้นำโลกผ่านแนวทางใหม่ด้านการออกแบบชิป | Huawei ตั้งเป้าเทคโนโลยีเทียบเท่า 1.4 นาโนเมตรภายในปี 2031 เทียบกับ TSMC ที่มีแผนผลิตในปี 2028 | ชิปประมวลผล, อุปกรณ์ผลิตชิป, ห่วงโซ่ Huawei |
ผลประกอบการบางส่วนเริ่มสนับสนุน | บางบริษัทในห่วงโซ่ชิปเริ่มเห็นรายได้และกำไรเติบโตสูง | CXMT รายได้ 1Q26 โต 8 เท่า และคาดกำไรครึ่งปีแรกโตมากกว่า 2,200% | หน่วยความจำ, เซิร์ฟเวอร์, ศูนย์ข้อมูล |
เงินลงทุน AI เพิ่มขึ้น | นักลงทุนเอกชนและรัฐยังสนับสนุนบริษัท AI จีน | เงินลงทุนในบริษัท AI จีน 1Q26 เพิ่มขึ้น 185% YoY เป็นมากกว่า 110bn หยวน | AI start-up, หุ่นยนต์, ระบบประมวลผล |
โครงสร้างพื้นฐาน AI ขยายตัว | บริษัทเทคโนโลยีต้องลงทุนศูนย์ข้อมูลและกำลังประมวลผลมากขึ้น | ราคาเช่ากำลังประมวลผล GPU เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ตั้งแต่ต้นปี และความต้องการศูนย์ข้อมูลจีนคาดโต 20% ต่อปี | Data center, cloud, GPU rental, cooling, power equipment |
5) ระดับมูลค่าหุ้นสูงจริง และมีสัญญาณเก็งกำไรชัดเจน
แม้กลุ่มปัญญาประดิษฐ์และชิปจีนมีปัจจัยหนุนจริง แต่ต้องยอมรับว่าราคาหุ้นหลายตัวสะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว เช่น SMIC ในตลาดจีนซื้อขายที่ประมาณ 128 เท่าของกำไรคาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่ Hua Hong ซื้อขายที่ประมาณ 181 เท่า เทียบกับ Intel และ Hanmi Semiconductor ที่อยู่ราว 90 เท่า
สัญญาณเก็งกำไรที่ควรจับตา ได้แก่
- ดัชนี STAR50 ทำระดับสูงใหม่ จากแรงซื้อในหุ้นชิปและ AI
- มูลค่าการซื้อขายในตลาดจีนสูงกว่า 3 ล้านล้านหยวน ต่อเนื่องหลายวัน
- ยอดใช้เงินกู้เพื่อซื้อหุ้นเพิ่มขึ้น สะท้อนพฤติกรรมการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น
- นักลงทุนยอมจ่ายมูลค่าหุ้นสูง เพราะคาดหวังการเติบโตจากนโยบายพึ่งพาตนเองและการขยายตัวของ AI
ดังนั้น คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “หุ้นแพงหรือไม่” เพราะหลายตัวอยู่ในระดับแพงแล้ว แต่ควรพิจารณาต่อว่า “บริษัทใดมีการเติบโตจริงเพียงพอที่จะรองรับมูลค่าหุ้นที่สูงได้”
ตารางที่ 3: หลักฐานว่ามี “แรงเก็งกำไรจริง” แต่ไม่ใช่ทุกส่วนไร้พื้นฐาน
หลักฐานของแรงเก็งกำไร | สิ่งที่เกิดขึ้น | ทำไมต้องระวัง | อีกด้านที่ยังมีปัจจัยรองรับ |
|---|---|---|---|
มูลค่าหุ้นชิปจีนสูงมาก | SMIC ซื้อขายที่ราว 128 เท่าของกำไรคาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า และ Hua Hong ราว 181 เท่า | ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังสูง ทำให้เสี่ยงปรับฐานหากกำไรไม่โตตาม | ตลาดให้มูลค่าพิเศษกับหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายพึ่งพาตนเองด้านชิป |
ราคาหุ้น AI บางตัวขึ้นแรงมาก | Zhipu AI ขึ้น 26.9% ในวันเดียว และราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าหลังเข้าตลาด | รายได้ยังเล็กเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาด และบริษัทยังขาดทุนสูง | รายได้ปีล่าสุดของ Zhipu เพิ่มขึ้น 132% สะท้อนการเติบโตจริงบางส่วน |
ปริมาณซื้อขายในตลาดสูง | มูลค่าการซื้อขายในตลาดจีนสูงกว่า 3 ล้านล้านหยวนต่อเนื่องหลายวัน | สะท้อนความร้อนแรงของตลาดและความเสี่ยงจากการเก็งกำไรระยะสั้น | สภาพคล่องสูงช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีระดมทุนได้ง่ายขึ้น |
เงินกู้เพื่อซื้อหุ้นเพิ่มขึ้น | ยอดใช้มาร์จิ้นสูงขึ้น | เพิ่มความเสี่ยงหากตลาดปรับฐานแรง | แรงเก็งกำไรยังอาจอยู่ต่อหากมีข่าวดีด้านนโยบายหรือเทคโนโลยี |
หุ้นใหม่ด้าน AI–ชิปให้ผลตอบแทนดี | Zhipu AI และธีม YMTC/CXMT ได้รับความสนใจสูง | IPO ที่ร้อนแรงอาจทำให้มูลค่าหุ้นแพงตั้งแต่ต้น | บริษัทจำนวนมากระดมทุนเพื่อขยายกำลังผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีจริง |
6) ตลาดยังยอมจ่ายแพง เพราะบางกลุ่มเริ่มมีตัวเลขการเติบโตจริง
ตลาดไม่ได้เก็งกำไรจากเรื่องเล่าเพียงอย่างเดียว เพราะในบางกลุ่มเริ่มเห็นผลประกอบการและตัวเลขการใช้งานที่เติบโตจริง
กลุ่มหน่วยความจำ
- CXMT มีรายได้ไตรมาส 1 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 8 เท่า
- คาดว่ากำไรครึ่งปีแรกจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2,200%
- ได้แรงหนุนจากความต้องการหน่วยความจำในศูนย์ข้อมูล AI และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
กลุ่มบริการและแบบจำลอง AI
- Zhipu มีรายได้เพิ่มขึ้น 132%
- DeepSeek และ ByteDance ช่วยหนุนการใช้งานแชตบอตจีนให้ทำสถิติใหม่
- ยอดเข้าชมเว็บไซต์แชตบอต AI 10 อันดับแรกของจีนเพิ่มเป็น 807mn visits ในเดือน เม.ย.
กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
แม้เศรษฐกิจจีนโดยรวมชะลอ แต่กลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงยังแข็งแรง โดยรายงาน China Industrial Indicators ระบุว่า
- การผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 15% YoY
- มูลค่านำเข้า IC เพิ่มขึ้น 55% YoY
- การผลิต IC ในประเทศเพิ่มขึ้น 22% YoY
- กำลังติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานช่วง ม.ค.-เม.ย. เพิ่มขึ้น 118% YoY
ตัวเลขเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าทำไมนักลงทุนยังมองกลุ่ม AI และชิปจีนเป็นกลุ่มเติบโต แม้มูลค่าหุ้นจะสูงขึ้นมากแล้ว
7) กระแสหุ้นใหม่ทำให้ธีม AI และชิปจีนยิ่งได้รับความสนใจ
อีกปัจจัยที่ทำให้ธีมนี้ร้อนแรงคือกระแสหุ้นใหม่ของบริษัท AI และเซมิคอนดักเตอร์จีนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยดึงเงินทุนเข้าสู่กลุ่มนี้มากขึ้น
ตัวอย่างที่สำคัญ ได้แก่
- Zhipu AI เข้าตลาด และราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าหลังเข้าตลาด
- YMTC เริ่มกระบวนการเตรียมเข้าตลาด
- CXMT ถูกมองว่าเป็นอีกบริษัทสำคัญในกลุ่มหน่วยความจำที่มีโอกาสระดมทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต
- บริษัท AI เช่น Moonshot AI, StepFun, Z.ai, MiniMax และ Galaxea AI ได้รับเงินลงทุนก้อนใหญ่ในไตรมาสแรก
ข้อมูลจาก Zero2IPO ระบุว่า เงินลงทุนในบริษัทเริ่มต้นด้าน AI ของจีนในไตรมาส 1 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 185% YoY เป็นมากกว่า 110bn หยวน หรือราว US$16.2bn โดยเงินทุนจำนวนมากไหลเข้าสู่แบบจำลองภาษา หุ่นยนต์อัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล
กระแสหุ้นใหม่ทำให้เกิดวงจรบวกในตลาดทุน กล่าวคือ ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นช่วยให้บริษัทระดมทุนได้ง่ายขึ้น เงินทุนที่เพิ่มขึ้นถูกนำไปใช้ขยายกำลังการผลิตหรือพัฒนาเทคโนโลยี และตลาดจึงคาดหวังการเติบโตต่อเนื่องมากขึ้น
8) เงินลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และศูนย์ข้อมูลหนุนทั้งห่วงโซ่
ธีม AI และชิปจีนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทพัฒนาแบบจำลองหรือผู้ผลิตชิปเท่านั้น แต่กำลังขยายไปสู่ศูนย์ข้อมูล บริการคลาวด์ การให้เช่ากำลังประมวลผล ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน หน่วยความจำ และอุปกรณ์เครือข่าย
รายงาน China Data Centers ระบุว่า
- ความต้องการศูนย์ข้อมูลของจีนคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปีในช่วงปี 2025-2028
- เงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในจีนยังต่ำกว่าสหรัฐฯ มาก จึงยังมีช่องว่างให้ลงทุนเพิ่ม
- ราคาเช่ากำลังประมวลผลจาก GPU ในจีนและสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ตั้งแต่ต้นปี
- ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลอย่าง Range, GDS และ VNET ถูกมองว่ามีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในช่วง 3 ปีข้างหน้า
ประเด็นนี้คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ซึ่งหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ผลิตชิปเท่านั้น แต่ขยายไปถึงผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล ผู้ผลิตอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน หน่วยความจำ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
9) ตารางสรุปปัจจัยหนุนและความเสี่ยง
ประเด็น | ข้อมูลสำคัญ | ความหมายเชิงลงทุน |
|---|---|---|
เศรษฐกิจจีนอ่อนแอ | ยอดค้าปลีก +0.2%, การผลิต +4.1%, การลงทุนสินทรัพย์ถาวร -1.6% YTD | นักลงทุนหากลุ่มที่มีการเติบโตเฉพาะตัว |
นโยบายรัฐ | จีนเร่งหนุน AI การผลิตขั้นสูง หุ่นยนต์ และชิปในประเทศ | เพิ่มมูลค่าพรีเมียมให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการพึ่งพาตนเอง |
ความก้าวหน้า AI | DeepSeek V4 ติดอันดับ 11 ของโลก | เพิ่มความเชื่อมั่นต่อศักยภาพ AI จีน |
ความก้าวหน้าด้านชิป | Huawei ตั้งเป้าเทคโนโลยีเทียบเท่า 1.4 นาโนเมตรภายในปี 2031 | ตลาดคาดหวังว่าจีนจะลดช่องว่างกับผู้นำโลกได้ |
ผลประกอบการบางส่วนแข็งแรง | CXMT รายได้ 1Q26 โต 8 เท่า และคาดกำไร 1H26 โตมากกว่า 2,200% | มีการเติบโตจริงรองรับบางส่วน |
มูลค่าหุ้นสูง | SMIC ประมาณ 128 เท่า, Hua Hong ประมาณ 181 เท่าของกำไรคาดการณ์ | สะท้อนความคาดหวังสูงและความเสี่ยงปรับฐาน |
หุ้นใหม่และการระดมทุน | เงินลงทุนในบริษัท AI เพิ่มขึ้น 185% YoY เป็น 110bn หยวน | เงินทุนยังไหลเข้าสู่ธีม AI และชิป |
ศูนย์ข้อมูล | ความต้องการศูนย์ข้อมูลจีนคาดโตเฉลี่ย 20% ต่อปี | หนุนห่วงโซ่โครงสร้างพื้นฐาน AI ในวงกว้าง |
10) กลยุทธ์การลงทุน: เก็งกำไรได้ แต่ต้องเลือกหุ้นมากขึ้น
มุมมองต่อธีม AI และชิปจีนคือ ยังมีโอกาสลงทุน แต่ต้องคัดเลือกมากขึ้น เพราะราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นมามาก และบางบริษัทอาจยังไม่มีรายได้หรือกำไรเพียงพอรองรับมูลค่าหุ้นที่สูง
กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือ
- เลือกบริษัทที่มีรายได้จริง ลูกค้าจริง และอยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ได้รับเงินลงทุนชัดเจน
- ให้ความสำคัญกับกลุ่มศูนย์ข้อมูล คลาวด์ หน่วยความจำ ชิป และโครงสร้างพื้นฐาน AI
- ระวังหุ้นที่ขึ้นแรงจากกระแสข่าว แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์รายได้หรือกำไรได้
- ใช้จังหวะราคาย่อตัวเป็นโอกาสสะสม มากกว่าการไล่ซื้อเมื่อราคาปรับขึ้นแรง
- แยกหุ้นที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างออกจากหุ้นที่ขึ้นจากแรงเก็งกำไรระยะสั้น
11) กลุ่มหุ้นที่น่าติดตาม
กลุ่มโรงหล่อชิป (Chip Foundry) และการผลิตชิปในประเทศ
SMIC (981 HK / 688981 CH / SMIC23)
ได้ประโยชน์จากนโยบายพึ่งพาการผลิตชิปในประเทศ และความต้องการผลิตชิปของจีน แต่ต้องระวังมูลค่าหุ้นที่สูงและความผันผวนของกำไร
Hua Hong (1347 HK / 688347 CH/ HUAHONG23)
ได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปในประเทศ โดยเฉพาะชิปที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป แต่ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว
กลุ่มชิปประมวลผลและชิป AI
Cambricon (688256 CH)
เป็นตัวแทนสำคัญของธีมชิป AI ในประเทศ แต่ราคาหุ้นมักเคลื่อนไหวตามความคาดหวังสูง จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มาก
Hygon Information (688041 CH)
เกี่ยวข้องกับชิปประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งได้ประโยชน์จากการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ
กลุ่มหน่วยความจำและโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์
Montage Technology (688008 CH)
ได้ประโยชน์จากความต้องการหน่วยความจำและการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล
YMTC / CXMT
เป็นบริษัทสำคัญในธีมหน่วยความจำของจีน และควรติดตามความคืบหน้าการเข้าตลาด เพราะอาจกลายเป็นตัวแทนสำคัญของธีมการพึ่งพาตนเองด้านชิป
กลุ่มศูนย์ข้อมูลและคลาวด์
GDS (GDS US / 9698 HK / GDS23)
เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลรายสำคัญของจีน และได้ประโยชน์จากความต้องการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
VNET (VNET US)
อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจศูนย์ข้อมูลสำหรับลูกค้ารายใหญ่ และมีโอกาสได้แรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI
Range Intelligent (300442 CH)
ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลที่เติบโตเร็ว และมีความสามารถในการขยายกำลังการให้บริการ
Kingsoft Cloud (KC US / 3896 HK)
ได้ประโยชน์จากความต้องการคลาวด์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และความเชื่อมโยงกับ Xiaomi ซึ่งมีแผนลงทุน AI ต่อเนื่อง
กลุ่มแบบจำลอง AI และ AI Agent
Zhipu AI / Knowledge Atlas (2513 HK / ZAI23)
เป็นตัวแทนของธีม AI Agent และแบบจำลองสำหรับงานเขียนโค้ด แต่เหมาะกับผู้รับความเสี่ยงสูง เนื่องจากราคาหุ้นปรับขึ้นแรงมาก ขณะที่บริษัทยังขาดทุนสูง
12) สรุปมุมมองการลงทุน
- ธีม AI และชิปจีนมีแรงเก็งกำไรจริง และมูลค่าหุ้นของหลายบริษัทอยู่ในระดับสูง แต่รอบนี้ยังมีปัจจัยพื้นฐานรองรับมากกว่าการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะจีนกำลังเร่งสร้างความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ ภายใต้แรงกดดันจากข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และแรงสนับสนุนจากภาครัฐ
- ในระยะยาว กลุ่มนี้ยังมีโอกาสเติบโตจาก 3 แรงหนุนหลัก ได้แก่ การลดการพึ่งพาต่างประเทศ ความก้าวหน้าด้าน AI และการลงทุนในศูนย์ข้อมูล อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นต้องระวังความผันผวนจากมูลค่าหุ้นที่สูง การขายทำกำไร และความเสี่ยงที่ผลประกอบการของบางบริษัทอาจยังตามไม่ทันราคาหุ้น

