Café Invest
Markets

จีนเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และ 6G วางเป้ากำลังประมวลผลเพิ่มกว่า 4 เท่าภายในปี 2030

BIREN23SET06082HKEX00763HKEX00992HKEXGDSNASDAQGDS23SET03308HKEXYOFC23SET06869HKEXCHMOBILE23SET
จีนเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และ 6G วางเป้ากำลังประมวลผลเพิ่มกว่า 4 เท่าภายในปี 2030

จีนวางแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศราว 3.8 ล้านล้านหยวนในช่วงปี 2026-2030 และตั้งเป้าเพิ่มกำลังประมวลผล AI เป็น 9,800 ExaFLOPS หรือมากกว่า 4 เท่าจากระดับปัจจุบัน พร้อมสนับสนุนการใช้ชิปจีนมากขึ้น ขณะเดียวกันประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านจากการสร้างเครือข่าย 5G ไปสู่ 5G-A, 6G และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม ทำให้ธีมการลงทุนด้านชิป ศูนย์ข้อมูล เครือข่าย และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของจีนมีแนวโน้มต่อเนื่องถึงปี 2030

1) จีนวางแผนยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครั้งใหญ่ในช่วง 5 ปี

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนประกาศแผนพัฒนาอุตสาหกรรมสารสนเทศและการสื่อสารช่วงปี 2026-2030 โดยตั้งเป้ารายได้ของอุตสาหกรรมเพิ่มเป็น 4.1 ล้านล้านหยวนภายในปี 2030 พร้อมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศสะสมราว 3.8 ล้านล้านหยวน ในช่วง 5 ปีนี้

เป้าหมายดังกล่าวสะท้อนว่าจีนยังคงให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในฐานะหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ โดยการลงทุนจะครอบคลุมทั้งศูนย์ประมวลผล AI เครือข่าย 5G ขั้นสูง 6G ระบบดาวเทียม และโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บข้อมูล

2) กำลังประมวลผล AI ตั้งเป้าเพิ่มกว่า 4 เท่าจากระดับปัจจุบัน

จีนตั้งเป้าเพิ่มกำลังประมวลผลสำหรับ AI เป็น 9,800 ExaFLOPS ภายในปี 2030 เทียบกับประมาณ 2,450 ExaFLOPS ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2026 หมายความว่าประเทศต้องเพิ่มกำลังประมวลผลอีกราว 4 เท่าภายในไม่ถึง 5 ปี

แผนยังสนับสนุนการสร้างศูนย์ประมวลผลขนาดใหญ่ที่ใช้ชิปเร่งความเร็วตั้งแต่ 10,000 ตัว ไปจนถึงระดับ 100,000 ตัวขึ้นไปต่อกลุ่มศูนย์ประมวลผล พร้อมผลักดันให้โครงสร้างพื้นฐานรองรับชิปที่ออกแบบและผลิตภายในประเทศมากขึ้นโดยตรง

3) ความต้องการประมวลผลเพิ่มเร็วมากตามการใช้งาน AI

แรงผลักดันสำคัญมาจากการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปริมาณการประมวลผลข้อความต่อวันในจีนเพิ่มจากประมาณ 1 แสนล้านหน่วยในช่วงต้นปี 2024 เป็น 140 ล้านล้านหน่วยในเดือน มี.ค. 2026 แสดงให้เห็นว่าความต้องการกำลังประมวลผลกำลังเพิ่มเร็วกว่าการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานเดิมอย่างมาก

จีนยังเดินหน้าโครงการ East Data, West Computing เพื่อย้ายงานประมวลผลที่ใช้พลังงานสูงไปยังพื้นที่ตะวันตก ซึ่งมีที่ดินและพลังงานราคาถูกกว่า พร้อมเชื่อมศูนย์ประมวลผลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศเข้าด้วยกันเพื่อใช้ทรัพยากรได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

4) นโยบายสนับสนุนชิปจีนชัดเจนขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์

ชิป AI ที่ออกแบบในจีนคิดเป็นประมาณ 41% ของยอดส่งมอบในประเทศในปี 2025 และแผนใหม่ระบุชัดว่าศูนย์ประมวลผลในอนาคตต้องรองรับชิปภายในประเทศมากขึ้น จึงเป็นแรงหนุนต่อแนวโน้มการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การขยายการใช้งานยังติดข้อจำกัดสำคัญจากระบบซอฟต์แวร์ที่แยกส่วนและปัญหาความเข้ากันได้ ทำให้การเติบโตของชิปจีนจากนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกำลังการผลิต แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างระบบซอฟต์แวร์และเครื่องมือพัฒนาที่ใช้งานได้ใกล้เคียงมาตรฐานสากล

5) จีนเตรียมเปลี่ยนผ่านจาก 5G ไปสู่ 5G-A และ 6G

นอกจาก AI แล้ว จีนตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสถานีฐาน 5G และ 5G-A เป็น 50 แห่งต่อประชากร 10,000 คนภายในปี 2030 จาก 34 แห่งในปี 2025 พร้อมเพิ่มอัตราการใช้งานเครือข่ายเป็น 95% และเพิ่มจำนวนครัวเรือนที่ใช้บรอดแบนด์ความเร็วมากกว่า 1 กิกะบิตเป็น 320 ล้านครัวเรือน

ขณะเดียวกันรัฐบาลเตรียมเริ่มให้บริการ 6G เชิงพาณิชย์ในเวลาที่เหมาะสม พร้อมเชื่อมเครือข่ายโทรคมนาคมภาคพื้นดินกับระบบดาวเทียมให้มากขึ้น ทั้งการสื่อสารตรงจากดาวเทียมสู่โทรศัพท์ ระบบอุปกรณ์เชื่อมต่อ และการประมวลผลบนอวกาศ

ตารางสรุปนโยบายจีน 2026-2030

นโยบายหลัก

เป้าหมายสำคัญภายในปี 2030

ประเด็นที่มีนัยต่อการลงทุน

ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ลงทุนสะสม 3.8 ล้านล้านหยวน ในช่วง 2026-2030

หนุนการลงทุนศูนย์ข้อมูล เครือข่าย ชิป และระบบจัดเก็บข้อมูล

เพิ่มกำลังประมวลผล AI

เพิ่มเป็น 9,800 ExaFLOPS จากราว 2,450 ExaFLOPS ก.ค. 2026

ต้องเร่งสร้างศูนย์ประมวลผล AI ขนาดใหญ่ต่อเนื่อง

ศูนย์ประมวลผลขนาดใหญ่

สนับสนุนศูนย์ที่ใช้ชิปเร่งความเร็ว 10,000–100,000 ตัวขึ้นไป

หนุนชิป AI เซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูล

ลดการพึ่งพาชิปต่างประเทศ

ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับ ชิป AI ที่พัฒนาในจีน มากขึ้น

หนุนธีม Localization ของชิป เซิร์ฟเวอร์ และซอฟต์แวร์จีน

East Data, West Computing

เชื่อมศูนย์ประมวลผลทั่วประเทศ และย้ายงานไปพื้นที่พลังงานต้นทุนต่ำ

หนุนผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลและระบบส่งข้อมูลความเร็วสูง

ขยาย 5G / 5G-A

เพิ่มสถานีฐานเป็น 50 แห่งต่อประชากร 10,000 คน และการใช้งาน 95%

หนุนอุปกรณ์โทรคมนาคม เสาสัญญาณ และใยแก้วนำแสง

เดินหน้าสู่ 6G

เตรียมเปิดบริการเชิงพาณิชย์ในเวลาที่เหมาะสม

เริ่มรอบการลงทุนด้านวิจัย อุปกรณ์เครือข่าย และชิ้นส่วนสื่อสารรุ่นใหม่

เครือข่ายดาวเทียม

เชื่อมดาวเทียมกับเครือข่ายภาคพื้นดิน รวมถึงดาวเทียมสื่อสารตรงสู่มือถือ

หนุนอุปกรณ์สื่อสาร ดาวเทียม และโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย

มุมมองของ InnovestX

  • มองเป็น บวกเชิงโครงสร้างต่อห่วงโซ่ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของจีน โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มได้ประโยชน์มากที่สุดคือผู้ผลิตชิป AI ในประเทศ ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล อุปกรณ์เครือข่าย ระบบจัดเก็บข้อมูล และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพราะแผนดังกล่าวมีเป้าหมายการลงทุนและกำลังประมวลผลที่ชัดเจนถึงปี 2030
  • ขณะเดียวกัน การผลักดัน 5G-A, 6G และการเชื่อมเครือข่ายดาวเทียมจะช่วยขยายรอบการลงทุนด้านอุปกรณ์สื่อสารต่อเนื่อง
  • อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่ประสิทธิภาพของชิปจีนและระบบซอฟต์แวร์ ซึ่งต้องพัฒนาให้ทันกับความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตารางกลุ่มและหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์

กลุ่ม

หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์

เหตุผล

ชิป AI จีน

Huawei*, Moore Threads (688795 CH), MetaX, Biren, Enflame

ได้แรงหนุนตรงจากนโยบายลดการพึ่งพาชิปต่างประเทศและการสร้างศูนย์ AI ขนาดใหญ่ โดยผู้ผลิตชิปจีนกำลังเร่งเพิ่มส่วนแบ่งในประเทศ

เซิร์ฟเวอร์ AI

Inspur/IEIT (000977 CH), Lenovo (0992 HK), ZTE (0763 HK / 000063 CH)

ความต้องการเซิร์ฟเวอร์สำหรับชิป AI จีนเพิ่มขึ้นตามการสร้างศูนย์ประมวลผล โดย Citi มองกลุ่มนี้เป็นตัวแทนหลักของระบบเซิร์ฟเวอร์จีน

ศูนย์ข้อมูล

GDS (9698 HK / GDS US), VNET (VNET US)

ได้ประโยชน์จากความต้องการกำลังประมวลผลและพื้นที่ศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น โดยทั้งสองบริษัทมีคำสั่งซื้อใหม่เร่งตัวแล้ว

อุปกรณ์เครือข่าย/โทรคมนาคม

ZTE (0763 HK), FiberHome (600498 CH)

ได้ประโยชน์จากการขยายศูนย์ข้อมูล 5G-A และการเปลี่ยนผ่านสู่ 6G

อุปกรณ์รับส่งข้อมูลด้วยแสง

Accelink (002281 CH), Innolight (300308 CH), Eoptolink (300502 CH)

การเชื่อมศูนย์ AI จำนวนมากต้องใช้การรับส่งข้อมูลความเร็วสูง ทำให้ความต้องการอุปกรณ์แสงเพิ่มขึ้น โดย Accelink ถูกระบุเป็นผู้ได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน AI จีนโดยตรง

ใยแก้วนำแสง

YOFC (6869 HK / 601869 CH), FiberHome (600498 CH)

ได้แรงหนุนจากการอัปเกรดเครือข่าย 5G-A/6G และการเชื่อมศูนย์ประมวลผลทั่วประเทศ

ผู้ให้บริการโทรคมนาคม

China Mobile (0941 HK), China Telecom (0728 HK), China Unicom (0762 HK)

เป็นผู้ลงทุนหลักด้าน 5G-A, 6G, Cloud และกำลังประมวลผล AI โดย China Mobile มีศูนย์ประมวลผล AI หลายระดับอยู่แล้ว

ซอฟต์แวร์/ระบบ AI จีน

Chinasoft International (0354 HK)

ได้ประโยชน์จากการปรับซอฟต์แวร์ให้รองรับชิปจีน และเป็นพันธมิตรสำคัญในระบบของ Huawei

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน