Café Invest
Markets

จีนเร่งสร้างผู้นำยาใหม่ ขณะที่สหรัฐเพิ่มแรงกดดันด้านราคายา

จีนเร่งสร้างผู้นำยาใหม่ ขณะที่สหรัฐเพิ่มแรงกดดันด้านราคายา

อุตสาหกรรมยากำลังเผชิญ 2 ทิศทางสำคัญพร้อมกัน โดยจีนเร่งสนับสนุนการวิจัยยาใหม่และตั้งเป้าให้ยาชนิดใหม่ที่พัฒนาในประเทศมีสัดส่วนมากกว่า 25% ของโลกภายในปี 2030 ขณะที่สหรัฐเดินหน้ากดราคายาผ่าน Medicaid โดยอิงราคาจากประเทศพัฒนาแล้ว แนวโน้มดังกล่าวเป็นบวกต่อบริษัทจีนที่มีงานวิจัยแข็งแกร่งและรับจ้างวิจัยยา แต่เพิ่มแรงกดดันด้านราคาต่อบริษัทยารายใหญ่ที่มีรายได้ในสหรัฐสูง

1. จีนตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการพัฒนายาใหม่ของโลก

จีนประกาศแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยาระยะ 5 ปี โดยตั้งเป้าว่าในปี 2030 ยา First-in-Class หรือยาที่มีกลไกการรักษาใหม่ซึ่งพัฒนาในประเทศ จะมีสัดส่วนมากกว่า 25% ของจำนวนยาใหม่ประเภทนี้ทั่วโลก สะท้อนว่ารัฐบาลต้องการยกระดับอุตสาหกรรมจากการผลิตยาทั่วไปไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้น

แผนดังกล่าวตั้งเป้าให้รายได้ของบริษัทอุตสาหกรรมยาขนาดใหญ่เกิน 3.5 ล้านล้านหยวนภายในปี 2030 ขณะที่อุตสาหกรรมยาใหม่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 20% ต่อปี และต้องการให้มียาอย่างน้อย 5 ชนิดที่สร้างยอดขายทั่วโลกมากกว่า $1bn ต่อปี

2. เงินวิจัยและเทคโนโลยีจะเป็นหัวใจหลักของการแข่งขัน

รัฐบาลกำหนดเป้าหมายให้บริษัทเภสัชกรรมจดทะเบียนมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาเฉลี่ยอย่างน้อย 10% ของรายได้ พร้อมสนับสนุนการสร้างบริษัทและเขตอุตสาหกรรมยาขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเร่งการพัฒนายาใหม่และเพิ่มโอกาสนำผลิตภัณฑ์จีนเข้าสู่ตลาดโลก

ตลาดตอบรับเชิงบวก โดยหุ้น Hengrui Pharma, WuXi AppTec, Tigermed, Innovent, BeOne Medicines และ XtalPi ปรับตัวขึ้นหลังประกาศแผน ขณะที่ XtalPi ยังมีความร่วมมือกับ Stanford University เพื่อนำ AI และระบบอัตโนมัติมาช่วยเร่งการค้นคว้ายาใหม่

สรุปเป้าหมายอุตสาหกรรมยาจีนถึงปี 2030

ประเด็น

เป้าหมายปี 2030

นัยต่ออุตสาหกรรม

ยา First-in-Class ที่พัฒนาในจีน

มากกว่า 25% ของโลก

เร่งยกระดับจีนสู่ผู้พัฒนายาใหม่ระดับโลก

รายได้อุตสาหกรรมยาขนาดใหญ่

มากกว่า 3.5 ล้านล้านหยวน

หนุนการขยายขนาดอุตสาหกรรม

การเติบโตอุตสาหกรรมยาใหม่

มากกว่า 20% ต่อปี

สนับสนุนบริษัทที่มีท่อผลิตภัณฑ์ใหม่แข็งแกร่ง

ยาที่มียอดขายทั่วโลก > $1bn

อย่างน้อย 5 รายการ

เพิ่มโอกาสสร้างยาระดับ Blockbuster จากจีน

ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนา

เฉลี่ยมากกว่า 10% ของรายได้

หนุนบริษัทวิจัยยาและผู้ให้บริการวิจัย

บริษัทที่มีรายได้ > RMB10bn

50 บริษัท

ส่งเสริมการสร้างผู้นำอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

เขตอุตสาหกรรมยาขนาด RMB100bn

20 แห่ง

หนุนการรวมตัวของห่วงโซ่อุตสาหกรรมยา

หุ้นจีนที่เชื่อมโยงกับนโยบาย

หุ้น

ธุรกิจหลัก

ปัจจัยหนุนจากนโยบายจีน

Hengrui Pharma

พัฒนายานวัตกรรม

ได้ประโยชน์ตรงจากเป้าหมายเพิ่มยาใหม่ที่พัฒนาในประเทศ

Innovent Biologics

ชีววัตถุ / ยามะเร็ง

หนุนการพัฒนายาใหม่และขยายตลาดต่างประเทศ

BeOne Medicines

ยามะเร็ง

มีโอกาสได้ประโยชน์จากการผลักดันผลิตภัณฑ์ระดับโลก

WuXi AppTec

วิจัยและพัฒนายาแบบรับจ้าง

ได้แรงหนุนจากการเพิ่มงบวิจัยของบริษัทจีน

Tigermed

ทดลองทางคลินิก

ได้ประโยชน์จากจำนวนโครงการยาใหม่และการทดลองเพิ่มขึ้น

XtalPi

AI สำหรับค้นคว้ายา

เชื่อมโยงกับการใช้ AI และระบบอัตโนมัติเร่งการค้นคว้ายา

3. ฝั่งสหรัฐ Donald Trump เดินหน้าลดราคายาผ่าน Medicaid

ในอีกด้าน สหรัฐนำโดย Donald Trump ขยายโครงการ GENEROUS ซึ่งให้ Medicaid ใช้ราคายาบางรายการที่อิงกับระดับราคาสุทธิในประเทศพัฒนาแล้ว โดยครอบคลุมยาหลายร้อยรายการในกลุ่มสำคัญ เช่น มะเร็ง เบาหวาน และโรคหอบหืด

ข้อมูลล่าสุดจาก CMS ระบุว่า Medicaid ของทั้ง 50 รัฐ รวมถึง District of Columbia และ Puerto Rico ได้สมัครเข้าร่วมโครงการ ขณะที่ 40 รัฐและ Puerto Rico ลงนามข้อตกลงแล้ว และรัฐที่เหลือมีเวลาถึงวันที่ 30 ก.ย. 2026 ในการดำเนินการให้เสร็จสิ้น

4. ความเสี่ยงด้านราคายาในสหรัฐเพิ่ม แต่ผลกระทบต่อกำไรยังไม่ชัดเจน

Council of Economic Advisers ของสหรัฐประเมินว่าโครงการดังกล่าวอาจลดค่าใช้จ่าย Medicaid ได้ประมาณ $64.3bn ในช่วง 10 ปี แบ่งเป็นรัฐบาลกลาง $36.6bn และรัฐบาลรัฐ $27.6bn อย่างไรก็ตาม รายละเอียดราคาของยารายตัวและขนาดส่วนลดจำนวนมากยังไม่ได้เปิดเผย จึงยังประเมินผลกระทบต่อรายได้และกำไรของผู้ผลิตยาได้ไม่เต็มที่

บริษัทที่เข้าร่วมครอบคลุมผู้ผลิตยารายใหญ่หลายราย เช่น Pfizer, Eli Lilly, Novo Nordisk, Merck, Johnson & Johnson, AbbVie, AstraZeneca และ Novartis ทำให้แรงกดดันด้านราคายาในสหรัฐมีแนวโน้มเป็นประเด็นสำคัญต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง แม้บทความระบุว่าความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ที่เพิ่มขึ้นช่วยให้บริษัทสามารถวางแผนธุรกิจได้ดีขึ้น

ตารางผลกระทบจากนโยบายราคายาสหรัฐ

ประเด็น

รายละเอียด

ผลต่อบริษัทยา

Medicaid MFN

อิงราคายาบางรายการกับระดับราคาในประเทศพัฒนาแล้ว

กดราคาสุทธิของยาที่เข้าเกณฑ์

ขอบเขตโครงการ

ครอบคลุมยาหลายร้อยรายการ

ผลกระทบกระจายหลายกลุ่มยา

กลุ่มยาสำคัญ

มะเร็ง เบาหวาน หอบหืด

กดดันยาราคาแพงและยาที่ Medicaid ใช้สูง

ประหยัดค่าใช้จ่าย

$64.3bn ใน 10 ปี

สะท้อนขนาดแรงกดดันต่อราคายา

รัฐบาลกลาง

ประหยัด $36.6bn

ลดภาระงบประมาณ

รัฐบาลรัฐ

ประหยัด $27.6bn

เพิ่มแรงจูงใจให้รัฐเข้าร่วม

มุมมองของ InnovestX

  • ภาพรวมสะท้อน การเปลี่ยนสมดุลของอุตสาหกรรมยาโลก โดยจีนกำลังเร่งลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านยาใหม่และขยายสู่ตลาดโลก จึงเป็นบวกเชิงโครงสร้างต่อ Hengrui Pharma, Innovent, BeOne Medicines, WuXi AppTec และ Tigermed
  • ขณะที่ฝั่งสหรัฐมีแรงกดดันด้านราคาสูงขึ้นต่อผู้ผลิตยารายใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่พึ่งพารายได้จากยาราคาแพงในตลาดสหรัฐ อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อกำไรยังต้องติดตามรายละเอียดของยาที่เข้าร่วมและระดับส่วนลดจริงเป็นรายบริษัท

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

จีนเร่งสร้างผู้นำยาใหม่ ขณะที่สหรัฐเพิ่มแรงกดดันด้านราคายา | Café Invest