บริษัทยาใหญ่กำลังเร่งเข้าถึงเทคโนโลยีจากจีนทั้งด้านยาลดน้ำหนักและมะเร็ง โดย Novo ทำดีลกับ Hengrui สูงสุด $2.6bn ขณะที่ AstraZeneca ลงทุน $2bn เพื่อเข้าถึง ivonescimab และ Merck ซื้อสิทธิยาจาก SciBrunch สูงสุด $2.13bn สาเหตุหลักที่ Biotech จีนได้รับความสนใจมากขึ้นคือมีผลิตภัณฑ์จำนวนมาก คุณภาพดีขึ้น และมีความแตกต่างเชิงเทคโนโลยี ขณะที่การซื้อสิทธิช่วยให้บริษัทยาระดับโลกเติมท่อยาได้เร็วกว่าการพัฒนาเองตั้งแต่ต้น
บริษัทยาใหญ่หันหา Biotech จีน เร่งเติมยารุ่นใหม่

บริษัทยาใหญ่หันหา Biotech จีน เร่งเติมยารุ่นใหม่
1. Novo ซื้อสิทธิยาลดน้ำหนักจาก Hengrui สูงสุด $2.6bn
Novo Nordisk ทำข้อตกลงซื้อสิทธิ HRS-1596 จาก Hengrui Pharma มูลค่าสูงสุด $2.6bn โดยจ่ายล่วงหน้า $300mn สำหรับสิทธิพัฒนา ผลิต และจำหน่ายนอก Greater China ยานี้ออกฤทธิ์ต่อ GLP-1/GIP และมีจุดเด่นคือเป็น ยารับประทานสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งอาจสะดวกกว่ายาลดน้ำหนักชนิดรับประทานปัจจุบันที่ต้องใช้ทุกวัน ขณะที่ Novo ต้องการเติมผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อจาก Ozempic และ Wegovy เพื่อรักษาการเติบโตระยะยาว
2. AstraZeneca ลงทุน $2bn ใน Summit เพื่อเข้าถึงยามะเร็งที่พัฒนาจากจีน
AstraZeneca ลงทุน $2bn ใน Summit Therapeutics เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ivonescimab ซึ่งมีต้นกำเนิดจาก Akeso ของจีน โดยยามุ่งเป้า PD-1 และ VEGF พร้อมกัน และกำลังถูกทดสอบในมะเร็งปอดและมะเร็งลำไส้ รวมถึงเตรียมนำไปใช้ร่วมกับยากลุ่ม ADC ของ AstraZeneca จุดสำคัญคือ AstraZeneca ยังไม่ได้ซื้อสิทธิใน ivonescimab โดยตรง แต่เลือกลงทุนเพื่อรักษาทางเลือกไว้ก่อน ขณะรอข้อมูลระยะที่ 3 เพิ่มเติม
3. Merck ก็เข้าซื้อเทคโนโลยียามะเร็งจากจีน สะท้อนว่าไม่ใช่ดีลเฉพาะราย
กระแสไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Novo และ AstraZeneca โดย Merck ตกลงจ่ายสูงสุด $2.13bn เพื่อซื้อสิทธิทั่วโลกของ SPR2015 จาก SciBrunch Therapeutics บริษัทจีนที่พัฒนายามะเร็งมุ่งเป้า KRAS G12D ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้เซลล์กำจัดโปรตีนก่อโรค ขนาดดีลถือว่าสูงสำหรับยาที่ยังอยู่ก่อนการทดลองในคน และสะท้อนว่าบริษัทยาระดับโลกเริ่มให้มูลค่ากับงานวิจัยจีนมากขึ้นตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
4. ทำไม Big Pharma หันมาสนใจ Biotech จีนมากขึ้น
เหตุผลหลักมี 4 ด้าน ได้แก่ หนึ่ง จำนวนยาทดลองมีมากและหลากหลายขึ้น เช่น จีนมีโครงการยาลดน้ำหนักมากกว่า 250 รายการ ทำให้บริษัทระดับโลกมีตัวเลือกจำนวนมากในการเติมท่อยา สอง คุณภาพงานวิจัยดีขึ้น จากการเห็นข้อมูลทางคลินิกที่เริ่มแข่งขันกับมาตรฐานโลก เช่น ivonescimab และเทคโนโลยีกำจัดโปรตีน สาม บริษัทจีนกำลังพัฒนายาที่มีความแตกต่างจริง ไม่ได้แข่งด้วยราคาถูกอย่างเดียว เช่น ยารับประทานสัปดาห์ละครั้งหรือยาที่ออกฤทธิ์หลายเป้าหมาย และ สี่ การซื้อสิทธิจากจีนช่วยให้ Big Pharma เติมผลิตภัณฑ์ใหม่ได้เร็วกว่าเริ่มวิจัยเองตั้งแต่ต้น ซึ่งสำคัญในช่วงที่หลายบริษัทต้องเร่งหายาใหม่มาทดแทนยาหลักในอนาคต
5. ปัจจัยเชิงนโยบายยิ่งช่วยเปิดทางให้ China Biotech ออกสู่ตลาดโลก
อีกแรงหนุนคือความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มผ่อนคลายลงบางส่วน หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ ไม่ได้เดินหน้าข้อจำกัดแบบครอบคลุมต่อความร่วมมือด้านชีวเวชภัณฑ์จีน ขณะที่จีนเองกำลังผลักดันแผนพัฒนาอุตสาหกรรมชีวการแพทย์ระยะ 5 ปี ทำให้การขายสิทธิยาให้บริษัทต่างชาติอาจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากผลงานวิจัยจีนยังสามารถสร้างข้อมูลที่แข่งขันในระดับโลกได้
มุมมอง InnovestX
เรามองว่าดีลของ Novo–Hengrui, AstraZeneca–Summit/Akeso และ Merck–SciBrunch สะท้อนการเปลี่ยนภาพของ China Biotech จากเดิมที่ถูกมองเป็นผู้ตาม ไปสู่การเป็นแหล่งเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่ให้บริษัทยาระดับโลก โดยแรงดึงดูดสำคัญคือจำนวนโครงการยาที่มากขึ้น คุณภาพงานวิจัยที่ดีขึ้น ความสามารถในการสร้างยาที่แตกต่าง และต้นทุนเวลาในการพัฒนาที่ต่ำกว่าการเริ่มจากศูนย์ จึงเป็นบวกต่อบริษัทจีนที่มีผลิตภัณฑ์ชัดเจนและสามารถขายสิทธิไปต่างประเทศได้ เช่น Hengrui Pharma และ Akeso อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังอยู่ที่ผลการทดลองระยะท้าย การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับ และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

