หุ้นจีนแตะระดับต่ำสุดรอบ 1 ปีจากแรงขายกลุ่มชิปและ Optical หลังจีนอาจเปิดทาง Alibaba และ ByteDance ซื้อ Nvidia RTX Pro 5500 ขณะที่สหรัฐฯ เสนอจำกัดการใช้อุปกรณ์ของ Innolight และ Eoptolink ในระบบความมั่นคง อย่างไรก็ตาม ความต้องการ Optical Module และโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล AI ยังแข็งแรง จึงสะท้อนว่าแรงกดดันปัจจุบันมาจากการแข่งขันและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบมากกว่าการอ่อนตัวของอุปสงค์ AI ในภาพใหญ่ เศรษฐกิจจีนยังโตแบบกระจุกตัวในเทคโนโลยี ขณะที่ภาคบริโภคยังฟื้นตัวจำกัด
หุ้นจีนแตะต่ำสุดรอบ 1 ปี กังวลชิป–Optical แต่ยังไม่ใช่สัญญาณความต้องการ AI อ่อนตัว

1. หุ้นจีนอ่อนตัวแรงจากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยี
ตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี โดยดัชนี CSI 300 ลดลงมากสุด 2.4% ขณะที่ดัชนี STAR50 ซึ่งมีน้ำหนักหุ้นชิปสูงปรับลงแรงสุดในรอบ 1 เดือน แรงขายกระจุกตัวในหุ้น AI Hardware ทั้งผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์สื่อสาร เช่น Cambricon, GigaDevice, Zhongji Innolight และ Eoptolink ซึ่งลดลงอย่างน้อย 5%
แรงกดดันเกิดขึ้นพร้อมกันจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ ความกังวลว่าจีนอาจเปิดทางให้บริษัทในประเทศซื้อชิป Nvidia เพิ่ม ซึ่งอาจเพิ่มการแข่งขันต่อผู้ผลิตชิปจีน และร่างกฎหมายสหรัฐฯ ที่เสนอจำกัดการใช้อุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงของบริษัทจีนในระบบความมั่นคง ส่งผลให้หุ้น AI Hardware ที่เคยเป็นผู้นำตลาดในช่วงต้นปีเผชิญแรงขายต่อเนื่อง
2. จีนอาจเปิดทาง Alibaba–ByteDance ซื้อ Nvidia เติมช่องว่างชิป AI
รัฐบาลจีนส่งสัญญาณว่าอาจอนุญาตให้ Alibaba และ ByteDance ซื้อ Nvidia RTX Pro 5500 โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศได้ขอรายละเอียดแผนการซื้อจากบริษัทต่างๆ และแจ้งบางแห่งว่ามีแนวโน้มอนุมัติ ชิปรุ่นดังกล่าวไม่ได้อยู่ในกลุ่มประมวลผล AI ระดับสูงสุดที่สหรัฐฯ จำกัด แต่ยังรองรับงาน AI ได้
ประเด็นนี้สะท้อนว่าจีนยังเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมชิปในประเทศ แต่พร้อมใช้ชิปต่างชาติในส่วนที่เทคโนโลยีภายในประเทศยังมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ ปริมาณจัดหา และระบบซอฟต์แวร์ อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นอาจกดดันความต้องการชิปของผู้ผลิตจีน โดย Cambricon และ Biren ปรับตัวลงหลังตลาดรับรู้ข่าวดังกล่าว
3. Optical จีนยังได้แรงหนุนจากศูนย์ข้อมูล แต่ความเสี่ยงสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
พื้นฐานความต้องการอุปกรณ์รับส่งข้อมูลผ่านใยแก้วนำแสงของจีนยังแข็งแรง โดย GlobalFoundries ระบุว่าการเร่งสร้างศูนย์ข้อมูล AI กำลังหนุนความต้องการ Optical Module และบริษัทเพิ่มการดำเนินงานในจีน รวมถึงพัฒนา Silicon Photonics และบรรจุภัณฑ์ชิปขั้นสูงเพื่อรองรับการขยายตัวของการเชื่อมต่อข้อมูล
ผู้ผลิต Optical จีนยังส่งสินค้าให้ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ขณะที่ Microsoft, Amazon, Meta รวมถึง Alibaba และ Tencent ต่างลงทุนเพิ่มในโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย AI สะท้อนว่าอุปสงค์ปลายทางยังดี และปัญหาหลักในอุตสาหกรรมปัจจุบันอยู่ที่ความสามารถในการผลิตและทดสอบอุปกรณ์จำนวนมากมากกว่าความต้องการ
4. แต่สหรัฐฯ เริ่มขยายข้อจำกัดจากชิปมายัง Optical Transceiver
วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ 4 คนเสนอร่างกฎหมายเมื่อวันที่ 25 ก.ย. เพื่อห้ามรัฐบาลกลางใช้อุปกรณ์ Optical Transceiver จากบริษัทจีนบางแห่งในระบบความมั่นคง โดยระบุชื่อ Innolight และ Eoptolink โดยตรง และกำหนดช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีเพื่อให้ผู้ผลิตสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรเพิ่มกำลังการผลิต
ข้อจำกัดดังกล่าวยังไม่ได้ครอบคลุมศูนย์ข้อมูลเชิงพาณิชย์หรือโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งหมด จึงทำให้ผลกระทบต่อกำไรระยะสั้นของ Innolight และ Eoptolink มีแนวโน้มจำกัด แต่ตลาดกังวลต่อความเป็นไปได้ที่มาตรการในอนาคตอาจขยายวงกว้างขึ้น ส่งผลให้ Innolight, Eoptolink และ Suzhou TFC ปรับตัวลงราว 6% ในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย
5. การพักรบทางการค้าไม่ได้ลดความเสี่ยงเทคโนโลยีทั้งหมด
แรงขายรอบนี้ยังสะท้อนว่าตลาดเริ่มแยก ความสัมพันธ์ทางการค้า ออกจาก การแข่งขันด้านเทคโนโลยี มากขึ้น แม้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนช่วยลดความเสี่ยงการตอบโต้ทางการค้าในระยะสั้น แต่ข้อเสนอจำกัด Optical Transceiver แสดงให้เห็นว่ามาตรการด้านความมั่นคงและเทคโนโลยียังสามารถเดินหน้าควบคู่กันได้ โดยก่อนการประชุมล่าสุด นักวิเคราะห์ก็ประเมินว่าประเด็นเทคโนโลยียังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สองประเทศมีความเห็นต่างสูง
นอกจากนี้ บรรยากาศตลาดยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันและความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยโลก รวมถึงนักลงทุนบางส่วนลดความเสี่ยงก่อนวันหยุด National Day ของจีน ทำให้แรงซื้อกลับในหุ้นเทคโนโลยียังจำกัด แม้พื้นฐานอุปสงค์ AI ยังไม่ได้อ่อนตัวลงอย่างชัดเจน
6. กำไรภาคอุตสาหกรรมชี้ว่า AI แข็งแรง แต่เศรษฐกิจจีนยังฟื้นไม่ทั่วถึง
กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนเดือน ส.ค. เพิ่มเพียง 4.2% YoY ชะลอลงจาก 11.2% ในเดือน ก.ค. และต่ำกว่าคาด 8% ขณะที่กำไรช่วง 8 เดือนแรกเพิ่ม 15.7% โดยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สร้างเกือบสองในสามของการเติบโตทั้งหมด
ความแตกต่างระหว่างอุตสาหกรรมยังสูง โดยกำไรกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่ม 54.7% และอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเกือบ 110% แต่รถยนต์ลด 16% และเครื่องนุ่งห่มลด 14.4% สะท้อนว่าเศรษฐกิจจีนยังพึ่งพา AI เทคโนโลยี และวัตถุดิบเป็นหลัก ขณะที่การบริโภคในประเทศยังอ่อนแอ
มุมมอง InnovestX
- INVX มองว่าแรงขายหุ้นจีนรอบนี้เป็น การปรับความคาดหวังของกลุ่ม AI Hardware ยังไม่ใช่สัญญาณว่าความต้องการ AI อ่อนตัวลง แต่เป็นการสะท้อนความเสี่ยงใหม่ 2 ด้านพร้อมกัน ได้แก่ การแข่งขันที่อาจสูงขึ้นสำหรับผู้ผลิตชิป AI จีน หากรัฐบาลเปิดทางให้ Alibaba และ ByteDance ซื้อชิป Nvidia เพิ่ม และความเสี่ยงด้านกฎระเบียบสหรัฐฯ ที่เริ่มขยายจากชิปมายังอุปกรณ์ Optical Transceiver โดยตรงต่อ Innolight และ Eoptolink ทั้งที่ผลกระทบต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัด
- ในเชิงพื้นฐาน เรายังเห็นแรงหนุนจากการลงทุนศูนย์ข้อมูล AI ต่อเนื่อง โดย GlobalFoundries ระบุว่าความต้องการ Optical Module ของจีนยังแข็งแรง และผู้ผลิตจีนยังส่งสินค้าให้ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลรายใหญ่ทั้งในสหรัฐฯ และจีน ขณะที่กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนช่วง 8 เดือนแรกยังถูกขับเคลื่อนอย่างมากโดยอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี แม้เศรษฐกิจวงกว้างและการบริโภคยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
- ดังนั้น กลยุทธ์ คือยังคงมุมมองเชิงบวกต่อธีม China AI Infrastructure ในระยะกลาง แต่ระยะสั้นควรเลือกหุ้นมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการขยายกำลังประมวลผลและศูนย์ข้อมูล เช่น Alibaba, Tencent, GDS และ VNET ซึ่งได้ประโยชน์จากการขยาย AI Compute และ Data Center โดยตรง
- ขณะที่หุ้น Optical อย่าง Innolight และ Eoptolink ควรเผื่อส่วนลดความเสี่ยงด้านนโยบายมากขึ้น และหุ้นชิป AI จีนอย่าง Cambricon อาจเผชิญแรงกดดันด้านการแข่งขันเพิ่ม หาก Nvidia กลับเข้าตลาดจีนได้มากขึ้น
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

