Café Invest
Ideas

รู้จัก COIN23! เมื่อ Coinbase ไม่ได้โตแค่จากการเทรดคริปโท เปิด 2 โอกาสใหม่จาก Samsung และตลาดอนุพันธ์

รู้จัก COIN23! เมื่อ Coinbase ไม่ได้โตแค่จากการเทรดคริปโท เปิด 2 โอกาสใหม่จาก Samsung และตลาดอนุพันธ์
  • Coinbase (COIN23) ขยายธุรกิจนอกเหนือจากการเทรดคริปโท ภายใต้กลยุทธ์ Everything Exchange ครอบคลุม Stablecoin การชำระเงิน อนุพันธ์ และบริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล โดยรายได้กลุ่ม Subscription & Services คิดเป็น 48% ของรายได้สุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569
  • จับมือ Samsung รุกตลาด Stablecoin นำ USDC เข้าสู่ Samsung Wallet มีโอกาสเข้าถึงอุปกรณ์ Galaxy กว่า 82 ล้านเครื่องในสหรัฐฯ เพิ่มโอกาสขยายฐานผู้ใช้งานและสร้างรายได้จากบริการที่เกี่ยวข้องกับ USDC
  • ขยายตลาดอนุพันธ์ผ่าน Deribit เจาะกลุ่มนักลงทุนสถาบัน โดยปริมาณซื้อขายอนุพันธ์ย้อนหลัง 12 เดือนของ Coinbase เติบโตกว่า 20 เท่าในรอบ 2 ปี แตะประมาณ 4.22 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • COIN23 เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้สนใจการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโท โดยไม่ต้องถือเหรียญโดยตรง สามารถซื้อขายด้วยเงินบาทผ่านตลาดหุ้นไทย แต่ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดคริปโทและผลประกอบการบริษัท

เมื่อพูดถึง Coinbase หลายคนอาจนึกถึงแพลตฟอร์มซื้อขาย Bitcoin และคริปโทที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ แต่วันนี้ Coinbase กำลังขยายธุรกิจไปไกลกว่าการเป็นกระดานเทรด ทั้งการนำ Stablecoin เข้าสู่ชีวิตประจำวัน และการขยายบริการซื้อขายอนุพันธ์สำหรับนักลงทุนทั่วโลก

สองความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาคือ การจับมือกับ Samsung เพื่อนำ USDC เข้าสู่ Samsung Wallet และ การขยายตลาดอนุพันธ์ผ่าน Deribit ซึ่งอาจช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมซื้อขายคริปโท

แล้วสองธุรกิจนี้จะช่วยให้ Coinbase เติบโตได้อย่างไร และนักลงทุนที่สนใจ COIN23 ควรติดตามอะไร? วันนี้ InnovestX จะพาไปดูกัน

จากกระดานเทรดคริปโท สู่ธุรกิจการเงินที่ใหญ่กว่าเดิม

ที่ผ่านมา Coinbase (COIN23) มีรายได้สำคัญจากค่าธรรมเนียมซื้อขายคริปโท ซึ่งมักเพิ่มขึ้นเมื่อตลาดคึกคัก แต่เมื่อปริมาณซื้อขายลดลง รายได้ส่วนนี้ก็มีโอกาสชะลอตัวตามไปด้วย

โจทย์สำคัญของ Coinbase จึงไม่ใช่แค่ทำให้คนเข้ามาเทรดมากขึ้น แต่คือ จะสร้างรายได้จากการใช้งานคริปโทในรูปแบบอื่นได้อย่างไร?

บริษัทจึงเดินหน้ากลยุทธ์ Everything Exchange โดยต่อยอดจากฐานลูกค้าและเทคโนโลยีเดิมไปสู่บริการที่หลากหลายขึ้น ได้แก่

  • Trading: บริการซื้อขายคริปโท ซึ่งเป็นฐานธุรกิจเดิม
  • Stablecoin & Payments: บริการเกี่ยวกับ USDC การโอนเงิน และการชำระเงิน
  • Derivatives: บริการ Futures และ Options สำหรับซื้อขายและบริหารความเสี่ยง
  • Custody: บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะลูกค้าสถาบัน

ขณะเดียวกัน ธุรกิจเดิมก็ยังขยายตัว โดยไตรมาส 2 ปี 2569 Coinbase มีส่วนแบ่งปริมาณซื้อขายคริปโทเพิ่มเป็น 10.3% จาก 9.1% ในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้กลุ่ม Subscription & Services คิดเป็น 48% ของรายได้สุทธิ สะท้อนว่าธุรกิจบริการมีบทบาทสำคัญต่อรายได้ของบริษัทแล้ว

ส่วนแบ่งปริมาณซื้อขายคริปโทของ Coinbase เพิ่มขึ้นสู่ 10.3%

ฐานธุรกิจที่มีอยู่จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ Coinbase ขยายบริการไปสู่ตลาดใหม่ และหนึ่งในโอกาสที่น่าสนใจคือการทำให้ Stablecoin กลายเป็นบริการที่คนทั่วไปใช้งานได้ง่ายขึ้น

Coinbase × Samsung เมื่อ Stablecoin เริ่มเข้าสู่ชีวิตประจำวัน

ลองนึกภาพการโอนเงินไปต่างประเทศผ่าน Wallet บนมือถือ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอปซื้อขายคริปโท นี่คือหนึ่งในรูปแบบการใช้งานที่อาจทำให้ Stablecoin เข้าถึงคนทั่วไปได้มากขึ้น

ในเดือนตุลาคม 2569 Coinbase ประกาศขยายความร่วมมือกับ Samsung เพื่อนำ USDC ซึ่งเป็น Stablecoin ที่อ้างอิงมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่ Samsung Wallet โดยเตรียมเปิดให้บริการแก่ผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์ในสหรัฐฯ ช่วงปลายเดือนตุลาคม

ความร่วมมือนี้มีโอกาสเข้าถึงอุปกรณ์ Galaxy กว่า 82 ล้านเครื่องในสหรัฐฯ โดยผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์จะสามารถโอน USDC ไปยังกระเป๋าคริปโทที่รองรับ และส่งเงินไปยังบัญชีธนาคารที่เข้าเกณฑ์ในกว่า 60 ประเทศ ขณะที่การชำระเงินด้วย Stablecoin สำหรับซื้อสินค้ายังเป็นแผนพัฒนาในอนาคต

แล้ว Coinbase ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้อย่างไร?

  • เข้าถึงผู้ใช้งานกลุ่มใหม่: Samsung Wallet อาจช่วยให้ผู้บริโภคเริ่มใช้ USDC ผ่านบริการที่คุ้นเคย โดยไม่ต้องเข้ามาซื้อขายคริปโทโดยตรง
  • เพิ่มการใช้งาน USDC: หากมีการโอนเงินและใช้งานมากขึ้น ก็อาจช่วยสนับสนุนยอด USDC บนผลิตภัณฑ์ Coinbase
  • ต่อยอดโอกาสสร้างรายได้: Coinbase มีบทบาทด้านโครงสร้างพื้นฐานและการรับฝาก USDC ผ่าน Coinbase Prime ร่วมกับ Bastion จึงอาจได้รับประโยชน์จากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ USDC ที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน Coinbase มีฐานธุรกิจ Stablecoin อยู่แล้ว โดยไตรมาส 2 ปี 2569 ยอด USDC เฉลี่ยบนผลิตภัณฑ์ของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และบริษัทระบุว่าได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจาก USDC ประมาณครึ่งหนึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม 82 ล้านเครื่องไม่ใช่จำนวนผู้ใช้งาน USDC จริง สิ่งที่ต้องติดตามคือจำนวนผู้ใช้งานหลังเปิดบริการ ยอด USDC ที่เพิ่มขึ้น และรายได้ที่ Coinbase สามารถสร้างได้จริง

การร่วมมือกับ Samsung จึงเป็นโอกาสขยายจากตลาดนักลงทุนไปสู่ผู้บริโภคทั่วไป แต่ Coinbase ยังมองเห็นอีกตลาดขนาดใหญ่ นั่นคือกลุ่มนักลงทุนมืออาชีพและสถาบันการเงินที่ต้องการเครื่องมือซื้อขายและบริหารความเสี่ยงจากราคาคริปโท

Coinbase × Deribit เปิดโอกาสในตลาดอนุพันธ์คริปโท

นอกจากการซื้อ Bitcoin หรือ Ethereum โดยตรง นักลงทุนยังสามารถใช้ Futures และ Options เพื่อวางกลยุทธ์หรือบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตลาดอนุพันธ์มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมคริปโท

Coinbase จึงเดินหน้าขยายธุรกิจผ่าน Deribit แพลตฟอร์ม Crypto Options ชั้นนำ โดยประกาศรวม Coinbase International Exchange กับ Deribit ภายใต้ Coinbase Global Exchange

การขยายธุรกิจครั้งนี้เพิ่มโอกาสให้ Coinbase ใน 3 ด้าน

  • ขยายฐานลูกค้า: เข้าถึงนักลงทุนมืออาชีพและสถาบันการเงินที่ต้องการเครื่องมือบริหารความเสี่ยง
  • เพิ่มบริการซื้อขาย: ต่อยอด Crypto Options, Spot Margin และการบริหารพอร์ตผ่านแพลตฟอร์มเดียว
  • เพิ่มช่องทางรายได้: มีโอกาสสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมอนุพันธ์และกิจกรรมซื้อขายที่เพิ่มขึ้น

ตลาดนี้มีขนาดใหญ่ เพราะตลาด อนุพันธ์คิดเป็นประมาณ 80% ของปริมาณซื้อขายคริปโททั่วโลก

ขณะเดียวกัน ปริมาณซื้อขายอนุพันธ์ย้อนหลัง 12 เดือนบนแพลตฟอร์ม Coinbase เพิ่มจาก 201,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 2 ปี 2567 เป็นประมาณ 4.22 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 2 ปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 20 เท่าในรอบ 2 ปี

ปริมาณซื้อขายอนุพันธ์คริปโทบน Coinbase เพิ่มขึ้นกว่า 20 เท่าในรอบ 2 ปี

แม้ปริมาณซื้อขายจะเติบโตอย่างมาก แต่ไม่ได้หมายความว่ารายได้หรือกำไรจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน เพราะยังขึ้นอยู่กับค่าธรรมเนียม ต้นทุน และการแข่งขัน สิ่งที่ต้องติดตามจึงเป็นความสามารถของ Coinbase ในการรักษาปริมาณซื้อขาย เพิ่มลูกค้าสถาบัน และเปลี่ยนกิจกรรมเหล่านี้ให้เป็นรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง

จาก 2 ธุรกิจใหม่ สู่โอกาสลงทุนใน COIN23

เมื่อมองทั้ง Samsung และ Deribit ร่วมกัน จะเห็นว่า Coinbase กำลังขยายจากแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโท ไปสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้จากการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลในหลายรูปแบบ

Samsung ช่วยเปิดโอกาสเข้าถึงการโอนเงินและชำระเงินในชีวิตประจำวัน ขณะที่ Deribit ช่วยขยายบริการสำหรับนักลงทุนมืออาชีพและสถาบันการเงิน แม้จะเป็นคนละตลาด แต่ทั้งสองธุรกิจมีเป้าหมายร่วมกัน คือเพิ่มช่องทางสร้างรายได้จากฐานลูกค้าและโครงสร้างพื้นฐานที่ Coinbase มีอยู่แล้ว

หุ้น Coinbase (COIN23) เหมาะกับนักลงทุนแบบไหน?

หากเชื่อว่าอนาคตคริปโทไม่ได้มีแค่การซื้อขาย Bitcoin แต่ยังเติบโตไปสู่การโอนเงิน การชำระเงิน และบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ Coinbase ก็เป็นอีกธุรกิจที่น่าศึกษา เพราะมีโอกาสเติบโตจากการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพารายได้จากการเทรดเพียงอย่างเดียว

  • คนที่เชื่อในการเติบโตของคริปโทระยะยาว และอยากลงทุนในบริษัทที่ให้บริการอยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรม มากกว่าลงทุนในเหรียญเพียงอย่างเดียว
  • คนที่สนใจคริปโท แต่ยังไม่อยากถือเหรียญโดยตรง และต้องการศึกษาการลงทุนผ่านหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล
  • คนที่มองหาโอกาสจากนวัตกรรมการเงิน เช่น Stablecoin การชำระเงินดิจิทัล และตลาดอนุพันธ์ ซึ่งอาจเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของ Coinbase ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม หุ้น Coinbase (COIN23)  ไม่ได้มีความเสี่ยงต่ำกว่าการถือคริปโทเสมอไป เพราะราคาหุ้นยังได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดคริปโท ผลประกอบการ การแข่งขัน และมูลค่าหุ้นที่นักลงทุนยอมจ่าย

มองเห็นโอกาสเติบโตของ Coinbase? ลงทุนผ่าน COIN23 ได้แล้ววันนี้

สำหรับผู้ที่มองเห็นโอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโท นอกจากการลงทุนในเหรียญโดยตรงแล้ว การลงทุนในบริษัทที่อยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรมอย่าง Coinbase ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

วันนี้ การลงทุนในหุ้นต่างประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะ InnovestX ได้คัดสรร COIN23 ซึ่งเป็น Depositary Receipt (DR) ที่อ้างอิงหุ้น Coinbase Global, Inc. ให้นักลงทุนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซื้อขายด้วยเงินบาทผ่านบัญชีหุ้นไทย โดยไม่ต้องเปิดบัญชีหุ้นต่างประเทศ

รู้จัก COIN23 ก่อนลงทุน

  • หุ้นอ้างอิง: Coinbase Global, Inc. (NASDAQ: COIN)
  • อัตราแปลงสภาพ: 2,000 DR ต่อ 1 หุ้นอ้างอิง

โดยสามารถซื้อขายได้ทั้ง Day Session เวลา 10.00–16.30 น. และ Night Session เวลา 19.00–03.00 น.

สำหรับ DR ที่อ้างอิงหุ้นหรือ ETF สหรัฐฯ ช่วง Night Session จะมีเวลาที่ทับซ้อนกับตลาดต้นทาง ทำให้นักลงทุนสามารถดูการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์อ้างอิงประกอบการตัดสินใจได้ใกล้เคียงเวลาจริงมากขึ้น ขณะที่ Day Session ก็ยังสามารถซื้อขายได้ตามปกติ

คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ DR ก่อนการลงทุน เนื่องจาก DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง